ตอบกระทู้
  ข้อมูลผู้ตั้งกระทู้
      ชื่อ:modpong

   คะแนน:0

   โพสวันที่ 24/4/2558

เทคนิคการท่องเที่ยวต่างประเทสยคก่อน..ของคนรุ่นเก่า



รายละเอียด :

...........

...หวัดดีครับ....

........เปิดแนวเรื่องท่องเที่ยว...ผมก็มีประสพการณ์..รุ่นโบราณ..มาเล่าให้ฟังเยอะพอควร....

......ใช้มากว่า ๓๐ ปี..ก่อนยุค..อรเตอร์เน็ต..ก่อน..ยุค ไอโฟน..ไอแพด..มาเล่ากัน..ให้ฟัง....

.....ก็เกี่ยวกับ..การท่องเที่ยว..ในยุโรป..ตั้งแต่ก่อนยุค..กำแพงเบอร์ลิน..ยังอยู่..ก่อน..ยุครัสเซีย

...แตกเป็น..ประเทศย่อยๆ...เทคนิคของผมนี่..ใช้ได้ครับ..แม้แต่ในยุค..ปัจจุบัน..เพราะคนรุ่นใหม่..

..ลองเอาไปใช้..ในเหตุการณ์..คับขัน..ก็ยังเวอร์ค........

.........สนใจก็..ติดตามอ่านเอาแล้วกัน...............


   ข้อมูลผู้ตอบ

         ชื่อ:modpong

   คะแนน:0

   โพสวันที่ 12/4/2558

หัวข้อ :เทคนิคการท่องเที่ยวต่างประเทสยคก่อน..ของคนรุ่นเก่า

...........

....ขอโทษทีครับ...ผมหาปุ่มแก้ไขคำไม่เจอ..

...ชื่อกระทู้จริงๆคือ...

......."..เทคนิคการท่องเที่ยวต่างประเทศยุคก่อน..ของคนรุ่นเก่า....."

....ครับ..

ผู้ดูแลระบบ : ลบ | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

         ชื่อ:modpong

   คะแนน:0

   โพสวันที่ 12/4/2558

หัวข้อ :เทคนิคการท่องเที่ยวต่างประเทสยคก่อน..ของคนรุ่นเก่า

..........................

...ผมเริ่มได้เดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกเมื่อ..ประมาณ ๓๐ กว่าปีมาแล้ว..โดยเริ่ม

ต้นที่..ประเทศญี่ปุ่น..โดยการไปเรียนเพิ่มเติมที่นั่นด้วยทุนของJICAจากรัฐบาลญี่ปุ่น

..ที่ให้กับ..ข้าราชการไทย..ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับ..สาขานั้นๆ....

.......ผมก็สอบชิงทุน..ในระหว่างตัวแทนข้าราชการหลายๆหน่วยงาน..ที่ขอทุนนั้นๆ..

โดยเป็นการทดสอบภาษา..อังกฤษ..ของ กพ. (กรมข้าราชการพลเรือน)..และผม..

..ก็สอบผ่าน..เป็นที่ ๑ ...จึงไได้รับเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทย...ไปเรียน..

ด้าน..วิศวกรรมลำน้ำ ( RIVER ENGINEERING )....

....ตอนนั้น..บ้านเรา..ยังไม่มี แมคโดแนลด์...เคนตั๊กกี้ (มี..หรือ ยังไม่ทราบ..ถ้ามีก็

คงมี..สาขาเดียว..)...ยังไม่มี ATM...ไม่มีอินเตอร์เนต...ไม่มีมือถือ...ไม่มีรถไฟฟ้า..

....ไม่มี..เครื่องหยอดเหรียญซื้อน้ำดื่ม..หรือ..ขนม...ไม่มีรถใต้ดิน...

............เรียกว่า..โลว์เทต...เมื่อเปรียบเทียบกับ..ญี่ปุ่น.....

...เรียกว่า..คนไทย..ที่ไม่เคยออกนอกประเทศอย่างผม..ไปถึงที่นั่น..นี่..

งง..เป็นไก่ตาแตก..ทั้งตะลึง..และ..ทึ่ง...ในความทันสมัย....

(..ไม่เหมือนกับปัจจุบัน..ที่ผมว่า..ไม่แตกต่างกันมากนัก..)..

....ปัญหาที่..คนไทยที่ไปได้รับทุนที่นั่น(..โดยการทดสอบภาษาอังกฤษ)..อันดับ

แรก..ก็คือ..ภาษา...เรียกว่า..ยุคโน้น..น้อยคนมาก..แม้กระทั่งคนรุ่น..หนุ่มสาว..

ทำงาน..หรือ..นักศึกษามหาวิทยาลัย..ที่พอจะสื่อสารด้วยภาษาอังกษ..เข้าใจ..

เว้นแต่..ผู้ที่เรียนมาทางนั้น..โดยตรง..หรือ..ศึกษาเพิ่มเติมเอาเอง.....

...เขาเลย..มีคอร์สเรียนภาษาญี่ปุ่นเพิ่มเติม..ควบเข้าไปด้วย..ซึ่งก็พอช่วยได้บ้าง

.....แต่ภาษาญี่ปุ่นที่ใช้งานจริงๆ..นั้น..มีตัวอักษร"จีน"..ที่เรียกว่าตัว"คันจิ"..ปนอยู่

มาก..โดยเฉพาะ..พวกป้ายบอกต่างๆ...จึงกลายเป็นเรื่องยากมากที่จะเข้าใจในระยะ

เวลาสั้นๆ......

................................

ผู้ดูแลระบบ : ลบ | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

         ชื่อ:modpong

   คะแนน:0

   โพสวันที่ 13/4/2558

หัวข้อ :เทคนิคการท่องเที่ยวต่างประเทสยคก่อน..ของคนรุ่นเก่า

........................

........นั่นคือ..ปัญหาตลอดกาล..เพราะผมไม่เคยถูกโรค..กับไอ้ตัวแบบนี้เลย....

....ตอนไปอยู่..อาทิตย์แรก..ที่โตเกียว..(ผมพักที่..NEW CITY HOTEL..ที่..ชินจูกุ )

.....เรียกว่า..ตัวอักษร..แบบง่าย..แบบยาก..มันก็อ่านไม่ออก..ไม่เข้าใจ..ทั้งหมด...

...(ผม นั้น..เป็น..คนไทยคนเดียว.ในคอร์สนี้..มีทั้ง..จากอเมริกาใต้..เอเซีย ..อเมริกากลาง..อาฟริกา..อาหรับ..เรียกว่า....เกือบทั่วทิศ..เกือบ ๓๐ คน...และ..มากกว่าครึ่ง..ที่ประเทศเดียวมา ๒ คน....)....

..ตอนนั้นศูนย์ที่เรียน..เบื้องต้น..อยู่ในโตเกียว..ก็ได้เจอ..กลุ่มคนไทยที่ได้เรียนอยู่ก่อน..

...ก็มีการแนะนำ..ตัวกันเล็กน้อย...แต่พอตกเย็น..ผมและ..พวกที่เรียนด้วยกัน..ก็กลับ

ที่พัก..ที่เดียวกัน..แต่ละคนก็มี..ห้องเป็นของตนเอง..

.....ผมเองนั้น..ก็ยังไม่คุ้นกับ..เพื่อนๆเท่าไหร่..แต่ปรากฏว่า..มี ๒ หน่อ..ที่พอตุยกัน

ถูกคอ..คนหนึ่งเป็น..เนปาล..อีกคนเป็น..ฟิลิบปินส์..เรียกว่า..ผมเข้าห้องไป..แป๊บเดียว

..มันก็มาเคาะที่ห้อง..ชวนกันไปเดินเล่น..หาอะไรกิน..

....ผมนั้น..เป็นคนที่ชอบเที่ยวคนเดียว..มาตั้งแต่..หนุ่ม..เพราะชอบทำอะไรตามใจ

ตัวเอง..ความจริงอยากสำรวจโตเกียวเอง..แต่ก็เพื่อผูกสัมพันธ์กัน..ผมก็โอเค..ออกไปกัน

...โรงแรมของเรา..อยู่ใกล้สวนสาธารณะ..เดินไปเรื่อยๆ..ซัก ๒๐ นาที..ก็จะไปถึงย่าน

ใจกลางของ..ชินจูกุ...ไอ้คนทั้งสามนี่..มันก้โลว์เทค..เหมือนกัน..พอมาเห็น..ชินจูกุ..

..นั้นก็ตื่นตาตื่นใจ..เพราะมันโคตรทันสมัย(.."ชิน"..แปลว่า..ใหม่.."กุ"..นี่หมายถึง..เขต

...ภาพรวมก็คือ..เขตใหม่..หรือ..ย่านใหม่..ในยุคนั้น..)..รวมความทันสมัยในโตเกียว

ไว้ที่นี่...เราก็เพลินอยู่จนมืด..ผมกับ..พรรคพวกก็เริ่มหิวข้าวกัน..ก็..เลยเริ่มจะไปหาของ

กิน......

.....ก่อนหน้านี้..ที่ศูนย์เจ้าหน้าที่ประสานงาน..เขาก็พาพวกเราไป..ที่ธนาคาร..เพื่อไปรับ

เงิน..ซึ่งออกเป็นเหมือนเงินเดือน..แต่ละเดือน..เราก้ไปกรอกโน่นกรอกนี่..ได้รับสมุดบัญชี

มาแล้วก็...ได้รับ..บัตรพลาสติกแข็งมา..๑ ใบ..มีตัวพิมพ์นูนๆ..ด้านหลังมีแถบสีดำ..

..แล้วก็..มีแต่ภาษาญี่ปุ่น..ทุกคนมองหน้ากัน..ด้วยความงง..เพราะไม่รู้ว่า..ไอ้นี่ไว้ทำอะไร..

(..โปรดอย่าขำครับ..งงจริงๆ..นี่มันเหตุการณ์..เมื่อกว่าสามสิบปีมาแล้ว..)...

..เพราะไอ้ยุ่นที่ประสานงานมันยังไม่ได้บอกว่า..เอาไว้ทำอะไร..แค่เห็นสมุดฝากเงิน

ก็..งง..แล้ว..มีแต่ภาษาญี่ปุ่น....

ผู้ดูแลระบบ : ลบ | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

         ชื่อ:toeytei

   คะแนน:1

   โพสวันที่ 14/4/2558

หัวข้อ :เทคนิคการท่องเที่ยวต่างประเทสยคก่อน..ของคนรุ่นเก่า

เปิดมาก็มันแล้วครับๆ ฮ่าๆ

ปกติผมชอบอ่านนิตยาสารแนวท่องเที่ยวอยู่แล้ว

ผู้ดูแลระบบ : ลบ | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

         ชื่อ:modpong

   คะแนน:0

   โพสวันที่ 14/4/2558

หัวข้อ :เทคนิคการท่องเที่ยวต่างประเทสยคก่อน..ของคนรุ่นเก่า

....หวัดดีครับ..คุณ TOEYTEI ....

.....เพิ่งรู้ว่า..ชอบเรื่องท่องเที่ยวเหมือนกัน....

....EDITOR ของ บอร์ดนี้..งงมาก..และ..หลุดตลอด...

POST..เข้ายาก..ผมไม่เข้าใจว่า..ทำไมไม่ใช้..แบบของ.."พูดคุยแบบทหาร"

....นี่ผม..POST ครั้งที่ ๒ นะครับ..ครั้งแรกหลุดเฉยเลย..

....ผมว่าจะมีปัญหา..ต่อไปภายภาคหน้า..เหมือนเมื่อ ๒ ปีก่อน..ที่post

แล้วหลุดบ่อยๆ..ทำให้คนไม่อยากPOST..ฝากเรื่องให้ admin ด้วยครับ..

ผู้ดูแลระบบ : ลบ | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

         ชื่อ:modpong

   คะแนน:0

   โพสวันที่ 14/4/2558

หัวข้อ :เทคนิคการท่องเที่ยวต่างประเทสยคก่อน..ของคนรุ่นเก่า

.....ทั้งสามควาย..เอ้ย..สามคน..พอเดินไปดู..หน้าร้านอาหาร...ก็แปลกใจ...

...หันมามองหน้ากัน...วิจารณ์กันใหญ่..

......ไอ้ปินส์..มันบอก.." เฮ้ย..มันเอาอาหาร..มาวางโชว์..หน้าร้าน..แบบนี้..

...เผลอไม่เก็บ..อาหารบูด..ไม่เหม็นแย่..เหรอวะ.."...

......ไอ้เนปาล..มันเลยบอกว่า.."..เฮ้ย..มันก็ต้องเก็บ..เอาไปทิ้ง..เปลี่ยนใหม่

ทุกวัน..นั่นแหละ..."....

......ผมเอง..เนื่องจากเป็น..นักเลงพระ..มาตั้งแต่เด็ก..ดังนั้น..เรื่องดูอะไร..จะค่อนข้าง

ละเอียด...ดูไปดูมา..เอ้..นี่มันไม่ใช่ของจริงนี่หว่า...แต่โคตรเหมือนเลย...

....ผมเลยบอกไอ้ สองควาย..นี่ว่า..มันไม่ใช่ของจริง..มึงดูใกล้ๆซิ..แต่กูไม่รู้ว่า..

....มันทำด้วยอะไร...

.....ไอ้สองตัวนี่..เลยก้มไปมองผ่านกระจกใกล้ๆ...แล้วก็หัวเราะ..กันใหญ่....

....เรียกว่า..เปิดหู..เปิดตาจริงๆ....แป๊บเดียวความยินดี..ก็หดหาย.....

........เพราะพวกเรา..อ่านไอ้ป้ายที่มันเขียนกำกับ..อาหรแต่ละแบบที่โชว์..

ไม่ออก..เว้นแต่..ราคา..ที่บอกเป็น..เยน(เงินญี่ปุ่น)....

......ไอ้ปินส์..เลยบอกไอ้เนปาลว่า..."มึงไปเรียก..ไอ้ยุ่น..ที่เคาวนเตอร์..มาดีกว่า..

....ขอให้มัน..ออกมาข้างนอก..ให้มันมาจดตามคำบอกพวกเรา..."....

.......ไอ้เนปาลเครางาม..ก็พยักหน้าพร้อมคลอนหัว..เล็กน้อย(แบบหนังอินเดีย...

..ไอ้เพื่อนผมคนนี้..เป็นฮินดูครับ..เรียนหนังสือ..ที่อินเดีย..และมีเชื้อสายอินเดียปน..

...มันเลยมีความเป็นแขกอินเดียเยอะ...เวลาพูด..จะต้องคลอนหัวไปมา..พร้อมมือ..

..ที่โบกแกว่งไปมา..ประกอบ..)....

......มันหายเข้าไป..ไม่นาน..แล้วเดินหน้าเหี่ยว..พร้อมกับ..หัวที่คลอนไปมาและ..

และมือที่แกว่ง...บอกกับ..พวกเราว่า....

....."..กูตะโกนบอกกับ..มันอย่างสุภาพ..เลย..มันหันมามองหน้ากู..แล้วก็..ส่ายหัว..

...แถมทำไม่รู้ไม่ชี้....พอกูพูดอีกที..มันก็ไม่หันมามองหน้ากู..ด้วยซ้ำ.."

ผู้ดูแลระบบ : ลบ | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

         ชื่อ:modpong

   คะแนน:0

   โพสวันที่ 15/4/2558

หัวข้อ :เทคนิคการท่องเที่ยวต่างประเทสยคก่อน..ของคนรุ่นเก่า

.............

.....ผมหันไปมองหน้าไอ้ปินส์..พร้อมๆกัยที่มันหันมามองผม..ทำหน้าแบบ..งงๆ

....แล้วผมก็..เดินออกจากหน้าที่โชว์อาหารนอกร้าน..โผล่หน้าเข้าไปในร้าน.....สภาพ

ร้าน..ก็คนเต็มร้าน..ไม่ถึงกับแน่น..และ..ยังมีที่นั่งเหลือ..เหลือบไปมอง..ที่เคานเตอร์..

..และ..พวกบริกร..ทุกคน..ก็ยุ่งกันหมด....

.....ผมเลยกลับออกไปใหม่...ไปยืนหน้ากระจกที่เดิม..ไอ้ ๒ ตัวกำลังเถียงกันใหญ่..

....ผมก็เลย..ปล่อยให้มันเถียงกันไป..มองอาหารไป..ยืนคิดหาวิธี...พวกเรา..

....ไม่เคยเจออะไรแบบนี้..หรือ..รูปแบบๆนี้..เมื่อกว่า ๓๐ ปีก่อน..มันเป็นอะไรที่แปลก

...และก็ชื่นชม..ที่ไอ้ยุ่นมันคิดวิธีนี้..ดีกว่า..สั่งอะไรไปโดย..มองแค่ภาพอย่างเดียว..

....แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาชื่นชม..เพราะ..ผมดูแล้ว..ไอ้๒ ตัวนั่นทำท่าจะไป..ที่อื่น...

........ผมดูที่ตัวหนังสือ..แล้วก็นึกออก..จะไปยากอะไรวะ..

(..ตอนนั้น..ในกรุงเทพ..มีร้านอาหารญี่ปุ่นน้อยมาก..และเกือบทั้งหมด..เป็นของ

คนญี่ปุ่น..โดยเจตนาเขามาตั้งร้านไว้เพื่อขายคนญี่ปุ่นที่ทำงานในกรุงเทพ..อยู่ตาม

ซอกหลืบ..ในกรุง..อย่างเช่นถนนธนิยะ..สีลม..ซึ่งไม่ใช่แหล่งที่..คนไทยทั่วไปเดิน..

..ดังนั้นคนไทยทั่วไป..ก็เลยไม่รู้รูปแบบ..การนำเสนอแบบนี้...ตอนนั้น..ไอ้ฟูจิฟูแจะ..

อะไรนี่..ยังไม่มีทั้งนั้นละครับ..).

.......ก็..ลอกที่มันเขียนนั่นแหละ..ใส่กระดาษ..แค่นี้..ก็เสร็จ..ตัวหนังสือ..ที่ใช้..

....ก็เป็นตัว.."ฮิรากานะ"..และ..ก็มีตัว"คาตาคะนะ"..ที่ไอ้ยุ่นมันคิดมาแทนตัวจีน..

...แต่ออกเสียงได้เหมือนกัน..แต่..คล่องตัวกว่าเพราะ..เป็นระบบผสมอักษร..ออกมาเป็น

คำ..แบบของ..ไทย..และ..ฝรั่ง...เขียนไม่ยาก....

.....ไอ้ตัวจีน(คันจิ)..มีไม่กี่ตัว...ผมคิดได้..เลยเรียกไอ้ ๒ คน..มาฟังแนวทาง...

....มันทั้งคู่ก็เริ่มยิ้มได้..หน้าตามีความหวัง...จากนั้น..ผมก็..สละซองบุหรี่..แบ่งเป็น

..๓ ส่วน..เรื่องปากกานี่..ผมเป็นคนพกปากกาติดตัวอยู่แล้ว...เผื่อไว้จดโน่นจดนี่..

.....เราก็เลือกอาหารตามใจชอบ..คนละ๑ อย่าง...และ..แน่นอน..เพราะทุกคนที่มา..

คิดเหมือนกัน..คือ..เหนียวไว้ก่อน..สะสมตังไว้..ซื้ออย่างอื่นที่ต้องการ...

....ทั้ง ๓ อย่าง..ล้วนเป็น..อาหารราคาถูกที่สุด..เท่าที่มีโชว์อยู่....

(..ไอ้ที่ลอกนี่..ลอกมันทุกอย่างเลยนะครับ..ราคงราคา..ลอกใส่เข้าไปด้วย..)

.....เรา..เดินเข้าไปนั่ง..ก็จะได้ยินเสียง..ที่แม้แต่ปัจจุบันในบ้านเราก็ได้ยิน..คือ..

.................อิราไสมัตเสะๆๆๆ...............

....พอไปนั่งเสร็จ..พนักงานมา..ตอนนี้..ผมกลายเป็นผู้นำโดยปริยายอยู่แล้ว....

ผมก็ยื่น..กระดาษที่ผมลอกมา..พร้อมกับ..ของไอ้๒ ตัวนั่น..แล้วก็มองหน้า..บริกร..

(ก่อนหน้านั้น..ข้างนอก..ไอ้ปินส์..นอกจากตัวมันจะเล็ก..แล้ว..ดันลอก..ตัวหนังสือ

มาเล็กตามตัว..พอผมเห็นก็เลยด่ามันว่า..ไอ้พวกเรานะ..มันเขียนไม่เหมือนเขาอยู่แล้ว..

..แล้วมึง..ยังมาเขียน..ซะตัวเล็กนิดเดียว..มันจะรู้เรื่องมั้ยนี่..ผมเลยขีดฆ่า..ให้มันเขียน

ใหม่ตัวโตๆ..ไอ้ปินส์ก็เอามือเกาหัว..ยอมรับสภาพ..แล้วก็ไปลอกมาใหม่..ตัวโตขึ้น..)

......ปรากฎว่า...ไอ้ยุ่นหลังจากมันดูกระดาษ..ทั้ง ๓ ใบ..มันก็ยิ้ม..แล้วก็ร้อง.."ไฮ้"...

......แค่นั้นแหละ..พวกเรา ๓ ควาย..ก็หันมามองหน้ากัน..แล้วก็ยิ้มออก..ไอ้ ๒ ตัวนั่น

...มันก็..ยกนิ้วโป้งให้ผม.....

........ผมมาทราบหลังจากนั้น..ไม่ากี่วัน..เป็นวันเสาร์อาทิตย์แรก..ที่ไม่มีตารางเรียน..

เป็นธรรมเนียม..ของ..คนไทยที่อยู่ก่อน..จะพาพวกคนไทย..หน้าใหม่ไป..เที่ยว..แนะนำ

..และเรียนรู้..ทั้งสถานที่..ข้อสังเกต..เพื่อดำรงชีพที่นี่...พอไปถึง..ร้านอาหาร..ไปดูที่

..หน้าร้าน..คนนึง..ก็ส่งกระดาษให้ผม..บอกให้ลอกตาม..ที่อยากกิน...ผมหัวเราะในใจ

....แล้วคิดได้...ว่า...อ้อ..เขาก็ทำแบบเดียวกับที่เราคิดเลยนี่หว่า....

...(..แต่ผมไม่ได้..บอกนะ..ว่าเคยทำมาก่อนแล้ว...)

....เรื่องแบบนี้..การเอาตัวรอด..พลิกแพลงสถานการณ์..ไม่มีชาติไหน..เก่งกว่าเรา..

..ผมยืนยันได้..ไม่ว่า..เรื่องสถานที่แปลกๆ..ร้านช็อป..ย่านช็อปราคาถูก..มีแต่พี่ไทยนี่แหละ

....ที่รู้มากกว่า..ชาติอื่นทั้งหมด...คนญี่ปุ่นบางคน..ยังรู้ไม่เท่าคนไทย....

ผู้ดูแลระบบ : ลบ | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

         ชื่อ:modpong

   คะแนน:0

   โพสวันที่ 16/4/2558

หัวข้อ :เทคนิคการท่องเที่ยวต่างประเทสยคก่อน..ของคนรุ่นเก่า

...เรื่องนี้..ไม่ใช่เราเป็นคนไทย..ยกหางกันเอง...ชาติอื่นๆ..ที่ได้รับทุนเรียนJICA...

..ก็ยอมรับ..ไม่ว่าเรื่องการเดินทาง..สถานที่ช็อปปี้ง..ของกิน..และ..เทคนิคแปลกๆ..ล้วน

ลอกเลียนไป..จากเพื่อนคนไทย..ที่อยู่ในคอร์สเรียนเดียวกัน..แล้วเอาไปเผยแพร่

ให้ชาติเดียวกัน..

........ขนาดผม..เป็นผู้ชาย..และไม่ใช่นักช็อป..เพียงแต่ทราบและ..เคยไป..กับคนไทย

ที่เรียนอยู่ก่อน..วันนึง..ไอ้ปินส์เพื่อนผม..มาขอร้อง..ให้นำทางไป..แหล่งช็อปของถูก..

ให้กับ..สาวปินส์๒ คน..ที่เรียนอีก..สาขาหนึ่ง..ทั้งสองคนนี่รู้ว่า..คนไทยเป็นเจ้า..ของเรื่องนี้

..แต่ทำไมไม่ทราบ..ไม่ขอให้คนไทยที่เรียนด้วยกัน..พาไป..เสือกมาปรึกษากับไอ้ปินส์

เพื่อนผม..ไอ้นี่ก็ยกยอปอปั้นเรื่องต่างๆของผม..แล้วรับอาสาพามาคุย...ผมก็ขี้เกียจ..

..เพราะ..อยากจะไปที่อื่นบ้าง..เสาร์-อาทิตย์...ผมก็เขียนแผนที่..อธิบาย..มันก็บอกว่า..

..เคยไปแล้ว..ที่สถานีนี้..เพื่อจะเดินต่อไปแหล่งฯ..แต่หาไม่ถูก..หลง....

....ผมจนปัญญา..ต้องพาไป..เพราะเกรงใจ..และ..สงสารไอ้ปินส์เพื่อนผม..กลัวมันเสียฟอร์ม..

.....................

.....ผมจะกลับย้อนไปเล่า..เรื่อง..ATM..ที่เล่าค้างไว้..คราวก่อน..ต่อ..

....หลังจากพวกเราได้..รับสมุดบัญชี..และ..ไอ้บัตรพลาสติก..แปลกๆแล้ว...

......ไอ้ยุ่นคนประสานงาน..ก็แนะนำ..ถ้าเอ็ง..อยากถอนเงินจากบัญชี..ก็ไป..

ที่เคาวนเตอร์แบ็งค์..แล้ว..ก็กรอกใบ..และถอน.งก็คล้ายๆที่เอ็งทำที่บ้านเอ็งนั่นแหละ..

...ซึ่ง..ไม่มีใคร..ทำ..ไม่ว่าชาติไหน..หรือ..ที่เรียนสาขาอื่น...เพราะ..

....การติดต่อ..สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ..กับ..คนญี่ปุ่นยุคนั้น(..ผมก็ไม่รู้ว่ายุคนี้ดีขึ้นแค่ไหน)....

......เป็นอะไรที่ปวดหัวมาก..เนื่องจาก..

....๑. แม้จะเรียนมาด้านนี้..แต่..เกือบทั้งหมด..เรียนจาก..อาจารย์ชาวญี่ปุ่น..

...ก็รับรู้แต่..สำเนียงอังกฤษแบบญี่ปุ่น(ที่ห่วยกว่า..อังกฤษแบบไทยมาก)..ทั้งฟัง

และพูด..ก็จะคุ้นแต่แบบนี้...

.....ดังนั้น..ต่อให้เป็น..คนอเมริกัน..หรือ..อังกฤษ..ไปพูดด้วย...อีก็จะไม่เข้าใจ..

..หรือ..เข้าใจผิดไปเลย...

.....๒. ขั้นตอนและระเบียบมาก...

.....๓. เอกสารต่างๆ..แทบจะไม่มีภาษาอังกฤษเลย...

................

....เรียกว่า..แต่ละคนพึ่งไปถึงญี่ปุ่นใหม่ๆ..ไม่กี่วัน..ก็รู้แล้วว่าเป็นยังไง...

....ดังนั้นไม่มีใครซักคน..สนใจจะไปถอนจากเคาน์เตอร์..เพราะมีทางเลือกอีกทางก็คือ

.....ไอ้บัตรพลาสติกนี่เอง....

ผู้ดูแลระบบ : ลบ | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

         ชื่อ:toeytei

   คะแนน:1

   โพสวันที่ 24/4/2558

หัวข้อ :เทคนิคการท่องเที่ยวต่างประเทสยคก่อน..ของคนรุ่นเก่า

หยุดเขียนซะแระ

กระทู้ท่องเที่ยวคนเข้าน้อย ส่วนใหญเข้าเทคโนโลยีทางทหารเลย

อย่างผมลืมไปแล้วด้วยซ้ฎว่ามีบอร์ดขายของ ฮา

ผู้ดูแลระบบ : ลบ | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

         ชื่อ:toeytei

   คะแนน:1

   โพสวันที่ 24/4/2558

หัวข้อ :เทคนิคการท่องเที่ยวต่างประเทสยคก่อน..ของคนรุ่นเก่า

ทำไมบอร์ดททแก้ไขข้อความไม่ได้ก๊าบ แอดมิน

ผู้ดูแลระบบ : ลบ | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

         ชื่อ:modpong

   คะแนน:0

   โพสวันที่ 24/4/2558

หัวข้อ :เทคนิคการท่องเที่ยวต่างประเทสยคก่อน..ของคนรุ่นเก่า

......ไม่คุ้ม..สมองที่ต้องทำงานครับ....เพราะ..

..ไม่มี..คนที่จะตั้งใจจะอ่าน..อาจมีคุณคนเดียว..ผมเข้ามาดู

..กระทู้ทุกวันนั่นแหละ..ที่เห็นตัวเลขคนอ่าน..หกสิบกว่าคนนั้น

..คือ..หลงเข้ามาก็เลยอ่านดู..แล้วก็ไป..ซัก สามสิบกว่า...

..มีเป็นของคุณTOEY..ซัก ๒-๓ ครั้ง..ที่เหลือ..คือ..ผมเอง...

..ไอ้ที่เข้ามาหลายครั้งไม่ใช่อะไรครับ..POST..ไม่เข้า..เข้าแล้ว

post..ใหม่..ไม่เข้าอีก..เรียกว่าถ้าเขียนยาว..ใช้เวลาเกิน ๒ นาที..

ก็ต้องไปล็อคอินใหม่แล้ว.......

....แต่..เรื่องคนเข้ามาอ่านเรื่องใหญ่ครับ...เขียนแล้วมีคนอ่านประจำแค่..

สี่-ห้า..คน..ผมก็คงไม่เขียนหรอกครับ...เสียดายเหมือนกันครับ..

...เห็นเชิญชวนมา..เอ้าคนน้อย..ก็เลยพยายามลงเรื่อง..ก็ไม่มีใครสนใจ..

.........งั้น..บ๊าย..บาย..ดีกว่า.......

.....ขอบคุณอีกครั้งครับ..คุณTOEY..ที่เป็นคนสนใจอ่านจริงๆคนเดียว...

.......................................

......ครับ..จบ..ปิดกระทู้...............

ผู้ดูแลระบบ : ลบ | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ Top
ตอบกระทู้