ตอบกระทู้
  ข้อมูลผู้ตั้งกระทู้


   ชื่อ:CAPT.TOM
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 14/12/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

แล้วมันก็ เกิดขึ้นจนได้



รายละเอียด :

เมื่อรุ่งเช้าวันนี้เอง (8 ธ.ค.53) เวลาประมาณ ตีสี่กว่าๆ เกือบๆ ตีห้าแล้ว คุณป้าบ้านฝั่งตรงข้าม..ได้โวยวายขึ้นมาเรียกร้องให้ช่วยจับขโมยขึ้นบ้าน ตะโกนเรียกผม ต้อมอยู่มั๊ยลูก ช่วยด้วยขโมยขึ้นบ้าน...ผมได้ยินเสียงเรียก โดด ผางตื่นขึ้นมาทันที ลงมาจากบ้านคว้า CZ P 01 คู่ใจ..เปิดประตูบ้าน เมียตื่นตาม...เมียตะโกนตามหลัง พ่อๆ ปืนหละเอาไปยัง.... ผมบอก เอามาละ ในวินาที ที่ได้ยินเสียง..ขโมยขึ้นบ้าน เชื่อมั๊ย ผมมืออ่อน ตีนอ่อน ไปชั่วขณะ นึกว่าแล้วเราจะเผชิญเหตุอย่างไร หว่ะเนี่ย ไม่ใช่บ้านเรา ด้วย วิ่งเข้าบ้านคุณป้า ขึ้นลำ ซีแซด ลดนก ...นิ้วเรียบไปกับโครงปืนพร้อมใช้งาน ตามที่ได้ ฝึกฝนร่ำเรียนมา ใจก็นึกว่าควรจะทำอย่างไรดี ดีนะครับ ที่ผมได้แอบอ่าน ข้อคิดเห็นของเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ในบอร์ดมามาก พอเข้าไปในรั้วบ้าน คุณป้าบอก มัรยังอยู่ในบ้าน...ผมก็เลยบอกให้ ป้าอยู่ห่างๆ ไว้ สักพักมีน้องๆ ในหมู่บ้านแห่กันมาช่วย น้องๆ มันบอก พี่ต้อม ลุยแม่งเลย ผมบอก เอ๊ย ไม่ได้ น้องบอก พี่ต้อมมีปืน กลัวทำไม... ผมบอก รอตำรวจมาจัดการดีกว่า เราอยู่ล้อมมันคุมเชิงไม่ให้มันหนี แค่นั้น ที่เหลือให้ตำรวจจัดการดีกว่า ผมบอกไปว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์ จริงเรา ทำได้แค่ ยิงขู่ เท่านั้นแหละ... รอจน เกือบชั่วโมง ตำรวจมา...ตำรวจเห็นผม ถือปืน ถามใหญ่เลยว่าผมเป็นใคร ผมบอก ผม ชื่อ......เป็นเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้าม.... ตำรวจบอก ดีแล้วหละ ที่ผู้พัน ไม่ทำอะไรลงไป....ผมก็บอก ยังไงผมก็ รอตำรวจมาจัดการ อยู่แล้วครับ....ทหารก็เป็นประชาชนคนนึง อยู่ใต้กฎหมายฉบับเดียวกัน.... พอบุกขึ้นบ้าน โหย สภาพโจรแม่ง...แก้ผ้า ..หมดเลยครับ...นอนเอาผ้า.ปูที่นอนคลุมตัว ทำนองซ่อนพราง...โดน ตำรวจไปซะ..หลายดอก ผมยังนึกว่า ถ้าน้องลูกสาวนอนในบ้านนั้น น้องแกท้อง ด้วย..จะเกิดอะไรขึ้น หว่ะเนี่ย... ผมถึงบอกไงครับ...บางครั้ง มีปืนมันก้ ช่วยให้เราอุ่นใจ แต่ พอจะใช้ขึ้นมาจริงๆ มันก็ คิด ไปร้อยแปด ว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร นี่ถ้าผมไม่รอตำรวจ ผมบุกขึ้นไปแล้ว..ซัดไอ้ขโมยนั่น ผมจะเป็นไงมั่งเนี่ย ที่นั่นก็ ไม่ใช่บ้านผมด้วย พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ว่าผมทำถูกต้องมั๊ยครับ....ในกรณีนี้...ยังตื่นเต้น อยู่เลย...เนี่ย... สติ...สำคัญที่สุดครับ...เราต้องเรียกสติ..ให้อยู่กับเราเร็วที่สุด... หมู่บ้านผม ตอนนี้ ขโมยเยอะเหลือเกิน ขนาดบ้านเกิดเหตุ เป็น บ้านของนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ระดับนายพลนะครับเนี่ย คุณลุงเจ้าของบ้านท่านเกษียณ แล้ว แต่ตอนนี้ท่านทำงานให้ กับ โครงการ ของ สมเด็จ พระราชินี อยู่ที่ ปัตตานี ครับ ที่บ้านเลยมีแค่คุณป้า กับลูกสาว...บ้านแกมีสองหลัง ในรั้วเดียวกันครับ.... ถ้าเกิดกับบ้านผม ตอนผมไปราชการหละ .....ผมไม่อยาก นึกเลย...... ลองอ่านดูครับ ผมโพสต์ลงแว๊บ สองสามแว๊บ  เอาไว้เตือนสติกัน



   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:motola
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 10/12/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แล้วมันก็ เกิดขึ้นจนได้

ถ้าลั่นไกปืนใส่โจร ไม่รู้ว่าเรื่องจะจบแบบไหน ? ^__^




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:toeytei
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 10/12/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แล้วมันก็ เกิดขึ้นจนได้

แล้วโจรมันแก้ผ้าทำไมครับเนี่ย 




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:Kfpz
   คะแนน:-1
  โพสวันที่ 10/12/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แล้วมันก็ เกิดขึ้นจนได้

++ชอบคำนี้จัง "ทหารก็ประชาชนคนหนึ่ง  อยู่ใต้กฏหมายฉบับเดียวกัน" +++

ถ้าประเทศนี้  ทหารคนที่มีอำนาจอยู่ในมือหรือตำแหน่งใหญ่ๆ คิดได้อย่างนี้

  ประเทศเราคงไปโลดกว่านี้

เศรษฐกิจคงดี ภาษีมหาศาล    อยากได้อาวุธทันสมัยแค่ไหนก็ไม่ใช่ปัญหาแน่ๆ




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:ocean
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 10/12/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แล้วมันก็ เกิดขึ้นจนได้

ถูกต้องนะคับ

พี่ทำถูกแล้วคับ การที่มีอาวุธปืนประจำกายไว้ที่บ้าน สามารถป้องกันตัวได้ แต่ในกรณีโจรขึ้นบ้าน เพื่อนบ้านและพี่ได้นำติดตัวไปด้วย เพื่อเป็นการป้องกันเหตุ(ทรัพย์สิน หรือชีวิต)เร่งด่วนตามสมควร

และพี่ก็ทำตามขั้นตอนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ (พี่ตำรวจมาช้าไปหน่อย เหมือนละคร โจรผู้ร้ายตายตำรวจก็จะมา) แต่ดีโจรมีแค่ตัวเปล่าๆเปลือยๆ

ถ้าเป็นผมอยู่ในเหตุการณ์ คงจะตัวสั่นๆ ก้าวขาไม่ออกแน่ๆ ถ้าไม่มีอาวุธใดๆ

ดีใจคับที่พี่ปลอดภัย และไม่เกิดอันตรายใดๆ  ปีใหม่ 2554 นี้ขอให้มีสุข มีโชคคับผม




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:น่าคิด
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 10/12/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แล้วมันก็ เกิดขึ้นจนได้

เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวที่ตอกย้ำถึงคำว่า การมีสติ ได้อย่างดีเยี่ยมเลยครับ

ก็เหมือนที่หลายๆคนเคยพูดไว้ว่า สถานการในสนามยิงปืน ไม่เหมือนกับสถานการจริง

เดิมทีผมจะลดน้ำหนักไกปืน จาก 8 ปอนด์ เหลือ 6 ปอนด์ มีคนท้วงไว้ว่าไม่ควรลดน้ำหนักไกปืน

เพราะผมไม่ได้ทำงานโดยต้องใช้ปืน ในสถานการจริง จะประหม่า เกร็ง ปืนอาจลั่นได้

ได้การเรื่องนี้แล้ว ไม่ลดแล้วน้ำหนักไกปืน

ขอบคุณครับที่ได้ถ่ายทอดประสบการสู่กัน




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:fantom
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 11/12/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แล้วมันก็ เกิดขึ้นจนได้

ไม่ว่า ตำรวจหรือทหาร ก็มีหน้าที่ปกป้องประชาชนครับ

ประชาชนจะอุ่นใจและปลอดภัย ถ้าท่านผู้พันทำในสิ่งที่ถูกต้อง

ดีที่มีปืนยังชั่งใจใว้ก่อนที่จะทำการใดๆ แต่ถ้าเป็นหนังสติ๊กคงลั่่นสายยางไปแล้ว




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:buccaneer81
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 11/12/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แล้วมันก็ เกิดขึ้นจนได้

ใช่เลยครับ ผมเคยคิดล่วงหน้าไว้แล้วเช่นกัน จึงจำเป็นต้องออก colt M4 ops .22lr. เผื่อมีเหตุต้องลั่นไก จะได้หนักเป็นเบา สรุปว่าเรื่องของพี่เป็นประสพการณ์ที่ดีครับ




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:champ thai army
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 11/12/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แล้วมันก็ เกิดขึ้นจนได้

ทำถูกที่สุดแล้วครับพี่ต้อม ในกรณีที่มันขึ้นบ้านเรา ถ้ามันมีปืนให้ยิงขามัน ถ้ามันมีมีดให้ยิงขู่มันก่อนถ้ายังทะลึ่งเข้ามาทำร้ายเราอีกให้ยิงระดับขาเพื่อเป็นการป้องกันตัว ในกรณีเรื่องนี้ทำถูกแล้วครับที่คุมเชิงไว้เพราะว่าไม่ใช่บ้านของเรา รอตำรวจดีที่สุดครับ

ป.ล.ผมถามเพื่อนมาครับมันเป็น ส.ห. คริ คริ คริ




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:Praetorians
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 11/12/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แล้วมันก็ เกิดขึ้นจนได้

ดีแล้วละครับท่านต้อมที่ไม่เข้าไปจู่โจมกับมัน ยิงคนยังไงเรื่องเยอะอยู่แล้วครับ x_x สงสารก็แต่คนที่ไม่มีละครับ จะทำยังไง จะปกป้องตัวเองยังไง ขนาดเราๆ ท่านๆ มีปืนยังลำบากเลย x_x เป็นทีบ้านผม คงได้เจิมด้วย .45 แน่ (แล้วก็เรื่องยาว)

 

ที่จริงเคยมีเคสในอเมริกาว่าด้วยหน้าที่ของตำรวจ ปรากฎว่าศาลอเมริกาตัดสินว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ มิได้มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการปกป้องทรัพย์สินของประชาชนเป็นรายบุคคล (คือแจ้งตำรวจแล้วระหว่างนั้นโดนโจรทำอะไรเข้าก็ซวยไป อย่างเคสข้างล่างนี้ โดนกระทำมิดิมิร้ายอยู่นานถึง 14 ชั่วโมง) แ่ต่ตำรวจมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในเมืองเป็นส่วนรวม หรือก็คือจับผู้ร้ายนั่นเอง

http://en.wikipedia.org/wiki/Warren_v._District_of_Columbia

ผมเลยแบบว่าไม่ค่อยหวังใำ้ห้ตำรวจมาช่วยสักเท่าไหร่ในหลายๆ เรื่อง แต่นี่คือความเห็นส่วนตัวล้วนๆ ของผมนะครับ

 

 

 

 

 




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:Nuipibah
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 11/12/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แล้วมันก็ เกิดขึ้นจนได้

ธรรมะรักษาครับ

ยังดีที่ใจเย็น  และโจรก็กลัว  มุดหัวหลบอยู่ในบ้าน

แต่ถ้าโจรมีปืน แล้วปะทะกัน โอ้ ไม่อยากจะคิด

โชคดีจริง ๆครับ ที่ไม่ใจร้อน ไม่เข้าไปลุย ไม่ได้ยิงปืน ไม่มีคนเจ็บตาย

ที่สำคัญ จับโจรได้ด้วย

บุญรักษาครับ

ปล. คงต้องเอาเครื่องมือพวกนี้ติดบ้านไว้บ้างแล้ว








ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:Praetorians
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 11/12/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แล้วมันก็ เกิดขึ้นจนได้

เออ จะว่าไปผมก็สนใจเหมือนกันครับ ปืนยาวทรง M4 ขนาด .22 เคยไปเห็นของ S&W (M&P15-22) มาแล้ว ดูใช้ได้เลยเหมือนกันครับ ><




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:pinkmaster
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 11/12/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แล้วมันก็ เกิดขึ้นจนได้

ท่าน buccaneer81

ท่านถอย colt M4 ops .22lr. มาในราคา เท่าไร ครับ ผม อยากทราบ พอดี อย่างเอามาไว้ข้างกาย ครับ




728X90_04
ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:buccaneer81
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 11/12/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แล้วมันก็ เกิดขึ้นจนได้

 ถึงคุณ pinkmaster ...ผมซื้อที่ร้านปืน colt m4 .22lr รุ่น ops. แถววังบูรพา(ไม่กล้าบอกร้านกลัวผิดระเบียบ) ในราคาเงินสด 5xxxx แต่ถ้าราคาสวัสดิการ มีแต่รุ่น m4 carbine ในราคา 4xxxx ได้ตัวนี้มา ติดไฟฉาย ติดดอท แม็กกาวีน 30 นัด อุ่นใจพอสมควรครับ ส่วนเจ้าบาเร็ทต้า 92 fs 9 mm. มีไว้ลงสนามอย่างเดียว ก็อย่างที่ท่าน capt.tom ลงประสพการณ์ร้อนๆไว้ครับ ไม่เกิดกับตัวเอง ไม่รู้หลอกครับ สติในช่วงเวลานั้นถ้าชั่วโมงบินไม่สูงก็ โป้งป้าง ขึ้นมาง่ายๆ ขอบคุณครับที่ให้ความสนใจข้อความของผม




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:buccaneer81
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 11/12/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แล้วมันก็ เกิดขึ้นจนได้

แถมรูปปืนตัวอย่างครับ กระบอกแรก รุ่น ops.  กระบอกต่อไปรุ่น  carbine

-แม็กกาซีน พิมพ์ผิดครับ

 












ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:Ikarus
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 12/12/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แล้วมันก็ เกิดขึ้นจนได้

  หลายๆท่านคงเคยใด้ยินคำว่า "ไม่เอา...ไม่อยากถือปืนเพราะเป็นคนใจร้อน" แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนที่เล่นปืนจริงๆ ต้องเป็นคนที่ รอบคอบ เยือกเย็น สุขุม และมีสติตลอดเวลา อันนี้ผมไม่ใด้ยอใครนะครับ ที่ว่า รอบคอบ เพราะว่า ต้องมั่นใจเกิน100%อยู่ตลอดเวลาว่า ปืนบรรจุลูกหรือไม่ว่ากันตามสถานะการณ์ เยือกเย็น ก็เห็นตัวอย่างที่ผู้พันต้อมท่านเล่ามา เพราะหาก ขาดความเยือกเย็น มีแต่ห่าม อะใรๆก็ยิ่งแ..งเลยเรื่องคงจะยาวไปในทางลบ ,มีสติ ก็แน่นอนครับ กฎเหล็กของคนถือปืน คือ นิ้วไม่อยู่ในโกร่งไก ไม่หันปืนไปยังสิ่งมีชีวิต คิดอยู่เสมอว่าปืนทุกกระบอกนั้นบรรจุกระสุนอยู่ และต้องไม่ลืมแม้แต่วินาทีเดียว

  ผมอยู่ที่เมืองเมมฟิส สหรัฐอเมริกา และมีเรื่องจริง(ขอเล่า)ผ่านจอที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่เกินสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่องมีอยู่ว่า กระทาชายนายคนหนึ่ง อพาร์ทเม้นท์แกโดนงัด พี่แกคงจะโมโหสุดขีด ก็เลยคว้าปืนลูกซองหมายจะบุกสำนักงานอพาร์ทเม้นท์ เหตุเกิดขึ้นเวลา12:30. แดดออกทัศนะวิสัยชัดเจน พอตำรวจหญิงมาถึงที่เกิดเหตุ ตำรวจก็ออกคำสั่งให้ชายคนดังกล่าววางอาวุธ "Put your gun down! Put your gun on the ground,Now!" ซ้ำๆอย่างนี้อยู่5ครั้ง ชายคนดังกล่าวยังหันปืนไปทางตำรวจ และประชาชน (แต่เขาใช้คำว่าwitness) ในที่สุด ตำรวจหญิงคนดังกล่าว จึงลั่นกระสุน .40 จาก ปืนSig Sauer P229 (ปืนพกประจำกายของ Memphis Police Department) กระสุนเจาะเข้าประมาณใต้ลูกกระเดือกทะลุออกท้ายทอยสิ้นใจตายตรงนั้น จากการตรวจสอบภายหลัวพบว่าปืนของชายดังกล่าวไม่ใด้บรรจุลูกครับ ที่ผมเล่ามาค่อนข้างชัดเจนนี้เพราะว่า อ่านจากหนังสืพิมพ์กอรปกับเพื่อนของผมเป็นตำรวจ ทั้งรู้จักและเคยออกตรวจร่วมกับตำรวจหญิงที่เป็นข่าว  ผมถามเพื่อนว่า แล้วตำรวจหญิงคนนั้นจะเป็นอย่างใรบ้าง? ก็ใด้รับคำตอบว่า ก็จะมีการสอบสวนราวอาทิตย์หนึ่ง(แต่เหตุการณ์นี้มีประจักษ์พยานเยอะ) จากนั้นจะมีจิตแพทย์มาตรวจด้สนจิตใจ ก่อนที่จะกลับมาทำงานใหม่ หรืออาจจะใด้หยุดพักอีกสักอาทิตย์หนึ่ง และผมขอแถมว่า ตำรวจที่นี้เวลาออกปฏิบัติงานตามปกติ ต้องสวมเสื้อเกราะทุกครั้ง หากไม่..เกิดถูกยิงขึ้นมาแล้วละก้อ ประกันไม่จ่ายครับ... และปืนSig Sauer ประจำกายนั้นเวลาทำงานมีข้อห้ามเรื่องบรรจุกระสุนบางประเภทที่จะเป็นอันตรายเกินไปด้วยครับ




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:FightingBeaver
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 13/12/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แล้วมันก็ เกิดขึ้นจนได้

คุมสติได้ดีจังครับ  เป็นผมคงแย่ไปแล้ว

 

 

ดีใจที่ทุกอย่างจบดี ครับคุณต้อม




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:กบ
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 14/12/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แล้วมันก็ เกิดขึ้นจนได้

ถูกต้องและเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดแล้วครับ.........................ถ้าไม่เหี้ยมอมหิตอมนุษย์ ร้อยทั้งร้อย คนมีปืน  หลังลั่นไกถึงขั้นมีการเสียชีวิต  ถ้าเลือกย้อนเวลาได้เค้าจะไม่ขอยิง............เหตุวิวาทหลายกรณีหลังจากยิงเค้าตายแล้วต้องเข้าไปใช้กรรมในคุก หวนคิดว่า ถ้าย้อนไปได้ จะขอโดนตืบสลบเหมือด ดีกว่ายิงเขาแล้วต้องมาติดคุกครับ..................

ผมเองก็มีประสบการณ์บ้างเหมือนกัน......... แต่ตอนนั้นยังเด็ก และคิดว่าการถือปืนคือที่สุดแล้ว คงไม่มีใครทำอะไรได้ เลยประมาท ถ้าเป็นเดี๋ยวนี้จริงๆคงโดนอีโบ๊ะสวนตาย........... เรื่องมีว่า ราวปี ๒๕๓๒ ตอนนั้นอายุราว ๑๗ คุณพ่อมีปืนเก่ากึ๊กตั้งแต่สมัยเป็นหนุ่ม เป็นปืนเก่าเก็บขนาด สองๆ ยี่ห้อ ลาม่า ซ่อนไว้นานเนมะเลกุบกับ ท่านซ่อนจนลืมไม่เคยแตะต้อง............ท้าวความหลัง................ ท่านเคยเล่าว่าเมื่อตอนเป็นหนุ่มก่อนมาพบและแต่งงานกับคุณแม่ เคยถูกกลุ่มเรือแจวที่บางแสนรุมตีด้วยเสาเรือ (ตอนนั้นพ่อเป็นข้าราชการพาแฟนสาวไปเที่ยว แล้วเกิดปากเสียงกันด้วยเรื่องค่าจ้าง) ครั้งนั้นโดนอ่วมมากโดนรุมตีจนช้ำ ความแค้นขึ้นเต็มสุดๆ จึงไปขอหยิบยืมปืนมาจากพี่ชาย จะตกลงโอเคมอบให้ยังไงงก็ไม่ทราบ เพราะถ้าเป็นน้องผมมาขอยืมปืน คงต้องซักไซ้กันนานโข .....ก็ได้มา ปรากฏว่ากลับไป พวกเรือหายไปหมด รอหลายวันก็ไม่มา(จริงจริงถ้ามาสักสิบคน สองห้อย กระบอกน้อยๆกระบอกนึงจะซัดลงสักกี่คนเชี้ยว....) ปืนกระบอกนั้นเลยอยู่กับคุณพ่อมาตลอด เคยเห็นท่านยิงครั้งสุดท้ายตอนผมเริ่มจำความได้คือราว ห้าขวบ ซัดติดต่อกันหกเจ็ดนัดไม่มีติด แม้จะเป็นไพรเม่อร์ขอบ.......... จากนั้นท่านก็เก็บซ่อนไว้............. ผมกับน้องบังเอิญซนไปค้นเจอ ก็เอามาทำความสะอาด ถอดล้างน้ำมันชะโลมจารบี ตามวิชา รด.ที่เคยเรียน............มีต่อ




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:กบ
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 14/12/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แล้วมันก็ เกิดขึ้นจนได้

ในแมกกาซีน มีลูกเหลืออยู่ สี่นัด และที่น่าตกใจที่สุดคือ...........ท่านขึ้นลำค้างไว้อีกหนึ่งนัด และใช้วิธีลดนก............แสดงให้เห็นว่า ท่านคือคุณพ่อที่ดีที่สุดของผม ท่านไม่ใช่นักเลงปืน เพราะการทำเช่นนี้ถือว่าหน่อมแน้มที่สุดสำหรับคนเล่นปืน แต่ท่านคือคุณพ่อที่น่ารักที่สุด ในหัวใจของผม...............มิน่า ที่ท่านเองเคยคุยฟุ้งกับลูกๆ ว่า เรื่องปืนผาหน้าไม้ มีดขวานนี่ไม่อยู่ในสายเลือด ...พระอีกอย่าง พระดี เหล่าท่านให้  เคยมาห้อยคอ สามเดือนเป็นหาย เพราะไม่ได้มีใจ   แหม่ ไอ้เรื่องหลังนี่ ช่างเหมือนผมแท้....... ทุกวันนี้ห้อยพระองค์นึง สักๆแต่ว่าห้อยไม่ให้สร้อยทองมันดูโล้น แถมแม่และเมียขู่ให้ห้อยแกมบังคับ (พระ เจ้า อยู่ที่ใจ  ศิลห้าหน่ะให้มาก่อน)  ...................

ทุกวันหลังเลิกเรียน ผมและน้องจะแอบเอาปืนออกมาเล่น ทำความสะอาดโดยไม่ให้พ่อรู้...........เราสัญญาว่าจะเล่นปืนอย่างมีวินัย ทุกครั้งที่เริ่มหยิบมาเล่น เราจะถอดแมก ขึ้นลำ เช็ครังเพลิง ลั่นไกทิ้งก่อนทุกครั้ง  .......... สัญญากันว่า ถ้าใครนึกพิเลนเล็งกระบานกัน คนถูกเล็งมีสิทธิ์ตบหน้า เตะ หรืออวัยวะใดก็ได้ที่ใกล้สุด จะส่งไปกระแทกเตือนให้เลิกอุตริ...................เนื่องจาก ลูกพี่ลูกน้อง ลูกลุงเคยโดยมาแล้ว ครั้งนั้นก่อนผมเกิด น้องเล็งลั่นใส่พี่ โรงบาลหนองคายจะต้องตัดขา....... เคราะห์ดีเหมือนพระเจ้าช่วย เพื่อนลุงเป็นกัปตัน บินซี ๑๒๓ มาส่งของลงหนองคาย เสร็จงานกะจะมาชวนลุงทานข้าวด้วย  เลยเป็นว่าข้าวปลาไม่ต้องกิน ควบโปรไวเดอร์ขึ้นบนรันเวย์ลูกรัง กลับดอนเมือง ส่งหลานเข้ารพ.ภูมิพล เป็นว่าทุกวันนี้ขายังครบสองข้าง...............มีต่อ




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:กบ
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 14/12/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แล้วมันก็ เกิดขึ้นจนได้

เรื่องเริ่มแพร่กระจายไปเรื่อย...........ด้วยว่า บ้านพักข้าราชการที่ครอบครัวเราอาศัยอยู่  อยู่ตรงข้ามกับโรงเรียน  ............. เมื่อคุณพ่อเลิกงานราวสี่โมง ก็จะเข้ามาบ้านอีกหลังในตลาด..............ที่บ้านพัก จึงเป็นแหล่งรวมเพื่อนๆหลังเลิกเรียน ......... ที่นั่นมีนันทนาการแก่พวกแรงเหลือ คือมีสนามตระก้อ ไว้ดวลตระก้อหรือโกหนูกลางแดดร้อนๆ  มีนักดนตรี(ข้าราชการในบังคับบัญชาคุณพ่อ) ไว้สอนและหัดซ้อมวงโป่ง(ต้าร์โป่ง) ที่สำคัญคือ มีแหล่งสารคดี สุขศึกษา เพศสัมพันธ์ ซึ่งต่างจะเวียนนำม้วนมาเปิดกันที่บ้าน.............ก็อดไม่ได้ที่จะมีโชว์อาวุธ.................เป็นที่รู้กันในหมู่เพื่อนว่า ไอ้กบมันมีปืน........ หลายครั้งที่เพื่อนๆมีปัญหา จะมาขอหยิบยืมอาวุธชิ้นนี้ไปแก้ปัญหา  แต่ก็จะได้รับ คะ xxx ย กับเสียงสบถผมไปแทน.........................

ไคลแหม็กซ์ มีอยู่ว่า  คืนหนึ่ง ผมนอนที่บ้านกับน้องชายสองคน (คุณพ่อคุณแม่ไปต่างจังหวัด)  สุนัขเห่ากระชั้นนานเหลือเกิน จนชักรำคาญ .............. สถานที่ราชการเป็นที่พัก มีอนาเขตราวสามไร่ บ้านพักอยู่ด้านหลัง ห่างจากประตูหน้าซึ่งติดถนนใหญ่ราวสี่สิบเมตร มีไฟข้างถนนส่องตะครุ่ม ภายในมีถนนสนามหญ้าและพุ่มไม้ประดับพุ่มใหญ่ๆ.................. มากกว่าความหวาดระแวง .........ความรำคาญเสียงเห่า ทำให้ผมตัดสินใจคว้าปืน(แต่ยังไม่ขึ้นลำ)สาวเท้าลงบันได เปิดประตูฝ่าลมหนาวออกไปข้างนอก  ....................... เจ้าหมายังเห่ากระชั้น แถมมีทีท่าจะวิ่งนำเราไปยังสิ่งที่มันเห็น................... ผมเดินส่ายอาดตามออกไปที่ระยะยี่สิบเมตรก่อนถึงประตูทางออกซึ่งด้านหน้ามีศาลาพักริมทาง อีกฟากด้านในรั้วมีกอไม้ใหญ่ จุดนั้นแหละที่หมามันตั้งคอตรงเห่าลุกลี้ลุกรน ............... ผมเดินเข้าไปช้าๆ เห็นเงาดำวูบไหว ใจแว้บ ชาที่โคนนิ้วก้อย "งานเข้า กูเจอของจริงแล้ว"......................"ใคร อยู่ตรงนั้น ผมมีปืน"   เป็นคำพูดที่ดังกร้าวจ ากใจที่แป้วไปอยู่ตาตุ่ม มือซ้ายกำลังจะกระชากลูกขึ้นลำ  ให้พอดีกับมีเสียงมอเตอร์ไซด์สตาร์ทและเร่งออกไปด้วยความรวดเร็ว   หันหลังไปมองแว้บ  ที่เห็นผ่านแสงไฟไป คือคู่แว๊นกะสก๊อย บิดฝ่าออกศาลาด้วยความรวดเร็ว................................... ยังมิได้คลาดจากเป้ามายเดิม รีบหันกลับมาว่าไอ้ที่หลังพุ่มไม้ระยะสิบห้าเมตรนั้นคืออะไร  ยังมิทันลูกกระสุนขึ้นลำ......................สิ่งที่สงสัยเป็นปัญหาก็ปรากฏ............... ชายร่างปานกลางในลีลาที่เราคุ้นๆ คลานศอกออกมา ชูมือขวาขึ้นข้างหนึ่งทำนองขอยอมแพ้ พร้อมเปล่งเสียงอ่อยๆ................"อาเอง"(ทีมงานในบังคับบัญชาคุณพ่อ)................ฮ่วย  แท้ก็ทีมงานเรา มาซุ่มถ้ำมองเด็กมันกำลังจะลงมือเรียนสุขศึกษาภาคปฏิบัตินี่เอง............................ เล่าให้คุณแม่ฟังเบาๆ ท่านอมยิ้ม ก่อนจะบอกท่านต่อว่าไม่อยากให้คุณพ่อรู้...................นั่นแหล่ะ ประสบการณ์เฉียดตาย กะเจ้าจุดสองห้อย ครั้งหนึ่งในชีวิตของผม............................ 




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:nok
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 14/12/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แล้วมันก็ เกิดขึ้นจนได้

หักมุมตอนจบ  อ่านแล้วอมยิ้มไปด้วยไม่กล้าหัวเราะ กลัวที่่ทำงานหาว่าบ้าครับ ลุ้นแทบตายแต่ที่ไหนได้.........Embarassed




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top





ตอบกระทู้