ตอบกระทู้
  ข้อมูลผู้ตั้งกระทู้
  

   ชื่อ:toeytei
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 15/12/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

เปอร์เซ็นต์ความแม่นยำของมิสไซล์อากาศสู่อากาศ



รายละเอียด :

ถามผู้รู้ครับ 

 1 มิสไซล์อากาศสู่อากาศของเครื่องบินที่ใช้รบกัน เช่นพวก aim 120 amraam 

aim 9 sidewinder และ aim 7 sparrow (ขออภัยแฟนๆอาวุธค่ายรัสเซีย เพราะผมไม่ค่อยรู้จัก) นั้น มีเปอร์เซ็นต์ความแม่นยำยิงถูกแค่ไหน

เพราะอ่านในวิกิภาษาอังกฤษ มันบอก aim 7 ที่ใช้กับ f-4 phantom ประสบความสำเร็จในการทำลายเป้าหมายแค่ 10 % เองครับ จนความคิดที่จะถอด ปญอ.ออกจากเครื่องต้องยกเลิกไป

2 เวลาโดนยิงด้วยมิสไซล์ อากาศสู่อากาศ เครื่องบินมันหลบกันพ้นมั่งรึเปล่า แบบพวกที่หักเลี้ยวหลบ หรือพลิกลำตัวอะไรเทือกนั้น

3 แฟลร์ใช้ได้เฉพาะกับมิสไซล์ที่นำวิถีด้วยอินฟราเรดหรือว่าใช้กับมิสไซล์ที่นำวิถีด้วยเรดาร์ได้ ผมรู้แต่ว่าแฟลร์มันใช้ความร้อนล่อเป้าพวกที่นำวิถีด้วยอินฟราเรด แต่หากมิสไซล์ที่นำวิถีด้วยเรดาร์วิ่งไปปะทะกับแฟลร์จะถูกทำลายหรือไม่ครับ

 

ขอบคุณครับ

หมายเหตุ. ผู้ไม่รู้ก็สามารถมาแลกเปลี่ยนความเห็นได้ครับ แหะๆ



   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:MIG31
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 15/12/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :เปอร์เซ็นต์ความแม่นยำของมิสไซล์อากาศสู่อากาศ

มาว่ากันที่ระบบป้องกันก่อนแล้วกันน่ะครับ ระบบป้องกัน มี2ประเภทอย่างที่ว่า แฟร์-พลุความร้อน ใช้ลวงหัวรบค้นหาเป้าหมายด้วยอินฟาเรด  ส่วนชาฟ ใช้ลวงหัวรบค้นหาเป้าหมายด้วยเรดาห์ โดยยังใช้ระบบสงครามอิเล็คทรอนิคประจำอากาศยานในการก่อกวนการนำทางให้อาวุธ จากอากาศยานหรือแม้แต่ตัวจรวดเอง  โดยแซมรัสเซียมาสารถยิงได้ทั้ง แอคทีพและเซมิ-แอคทีพ ก็คือใช้เรดาห์ จากเครื่องบินนำทางให้นั้นเอง  ส่วนที่ถามว่าจรวดจะถูกทำลายหรือไม่ ถ้าเป็นจรวดโดนลวงด้วยเป้าลวงทำงาน ก็คือวิ่งหลงทางไปนั้นเอง หรือ วิ่งไประเบิดที่พลูความร้อน แต่รุ่นใหม่ๆหัวรบค้นหาประสนิทธิภาพสูงมากขึ้น ในขณะเรายิงแฟร์ และเร่งเครื่องหนีความร้อนที่เกิดจากเครื่องยนต์อาจจะมากกว่าแฟร์ จนไม่สามารถลวงได้ผลครับ ประมาณวิ่งทะลุแนวแฟร์ เข้าหาเครื่องเลย

ส่วนอากาศยาน จะหลบพ้นหรือหักหนีทันรึเปล่า ส่วนใหญ่จรวดมีการทำงาน2แบบคือ กระทบแตกหรือเฉียดระเบิด ก็คือถ้าไม่พุ่งชนจังๆก็ระเบิดในระยะเท่านั้นและส่งสะเก็ดเข้าตัวเครื่อง เท่านี้ก็ถือว่ามากพอแล้วครับ มีขอบเขตการระเบิดที่กว้างพอดู ยิ่งจรวดจากรัสเซียลูกนึง 22-30กว่าก.ก.เป็นระเบิดแรงสูง ยิ่งแซฒภาคพื้นขนาด เอส-300 นี่ระเบิดเริ่มที่100ก.ก.

ส่วนอัตรายิงโดนเป้าหมายมีทั้ง ประสิทธิภาพของหัวรบในการค้นหา รวมถึงประสิทธิภาพในการตรวจจับจากอากาศยานด้วยกัน ที่ยุคนั้นยังพัฒนาไม่มากพอน่ะครับ

 








ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:Akula
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 15/12/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :เปอร์เซ็นต์ความแม่นยำของมิสไซล์อากาศสู่อากาศ

อาวุธปล่อยยุคแรกๆนั้นมีความคล่องตัวต่ำและทนแรงจีได้ไม่มาก

ในสมัยสงครามเวียดนามAIM-7นั้นมีระยะยิงไกลแต่มีข้อเสียคือต้องใช้เรดาร์ของเครื่องบินล็อคไว้ตลอดเวลา และมีความคล่องตัวต่ำ

ทำให้มีปัญหาเมื่อเจอกับMiG21มีมีขนาดเล็กและคล่องตัวสูง สถิติก็ตามที่วิกิบอกยิงไป100โดน11ถือว่าน้อยมาก

แต่ในปัจจุบันAIM120นั้นเป็นระบบยิงแล้วลืมความแม่นยำจัดว่าเชื่อถือได้




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:Condor
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 15/12/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :เปอร์เซ็นต์ความแม่นยำของมิสไซล์อากาศสู่อากาศ

แล้วอาวุธนำวิถีค่ายยุโรปตะวันตก (ไม่นับของฝรั่งเศส) อย่างพวก แอสแรม IRIS-T ที่ยังไม่เคยใช้ในสงครามจริงจะน่าเชื่อถือได้ในระดับไหนครับ




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:tapfah
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 15/12/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :เปอร์เซ็นต์ความแม่นยำของมิสไซล์อากาศสู่อากาศ

 

เท่าที่ทราบน่ะครับ

1.%ความแม่นยำ ขึ้นอยู่กับรุ่นของจรวด sidewinderรุ่นแรกๆจะเป็นรุ่น aim-9p จะเป็นรุ่นแรกๆสำหรับจรวดค้นหาอินฟราเรด  โดยจะต้องวางตำแหน่งของเครื่องบินให้อยู่บริเวณหางเครื่องบินของศัตรูจึงจะยิงได้แม่น     รุ่น aim-9m จะเป็นรุ่นที่ยิงได้องศากว้างกว่า    รุ่น aim-9x ล่าสุดจะยิงได้ทุกองศา ความแม่นยำสูง  รุ่นใหม่ๆจะใช้สัญญาณความร้อนที่มาจากเครื่องบินโดยตรง  โดยคลื่นความถี่ของความร้อนของเครื่องบิน กับแฟลร์จะไม่เหมือนกัน  ดังนั้นต่อให้ใช้แฟลร์  แต่ถ้าเราล็อคเป้าที่ตัวเครื่องบินได้ แฟลร์ก็หมดประโยชน์

 สำหรับ aim-7 เป็นรุ่นsemi active radar ต้องใช้เรดาห์เครื่องบินช่วยนำทางให้จนกระทบเป้า  ไม่ค่อยจะได้ผลมากนักเพราะเครื่องบินที่จะล็อคต้องอยู่นิ่งเป็นเป้าซะเอง  ในสงครามเวียดนามบันทึกว่ายิงได้แค่ลำเดียวเอง  แถมระบบการพิสูจน์ฝ่ายในสมัยนั้นก็ระบุได้ยากและไม่รวดเร็วพอด้วย

aim-120 เป็นรุ่นที่พัฒนามาจาก aim-7  มีเรดาห์เล็กๆในตัว ความแม่นยำดีมาก  ในการยิงระยะปานกลาง จะต้องให้เครื่องบินล็อคเป้าระยะหนึ่งก่อน  พอเข้าระยะที่เรดาห์ของจรวดจับได้ ก็จะล็อคเป้าเอง คราวนี้เครื่องบินก็สามารถหลบหนี หรือจะไปล็อคลำอื่นได้อีก

2. มันก็ต้องหลบละครับ ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือนักบิน และอุปกรณ์ลวงที่ติดมาด้วยครับ พ้นไม่พ้นก็แล้วแต่ฝีมือแล้ว

3.แฟลร์ใช้กับจรวดนำวิถีด้วยความร้อนเท่านั้นครับ  จรวดนำวิถีด้วยเรดาห์ต้องใช้แชฟ (chaff) เป็นอุปกรณ์ที่มีแผ่นอลูมิเนียม หรือแผ่นฟลอยชิ้นเล็กๆจำนวนมากๆ ยิงออกไปให้ม่านกว้างๆ ลวงให้เรดาห์ของจรวดคิดว่าเป็นเป้า  ได้ผลแค่ไหน อันนี้ลองไปค้นดูเองนะจ๊ะ     จรวดแบบเรดาห์ไปกระทบกับแฟลร์ อันนี้ไม่เคยมีรายงานว่าจรวดจะถูกทำลาย เพราะโอกาสโดนต่ำมาก แฟลร์ลูกนิดเดียว แถมเผาไหม้ไวยังกะไม้ขีดไฟ

 

อะไรที่บอกผิดไปก็วานกูรูบอกด้วยนะจ๊ะ

 




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:fantom
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 15/12/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :เปอร์เซ็นต์ความแม่นยำของมิสไซล์อากาศสู่อากาศ

ณ.ปัจจุบัน จรวจนำวิถีตามความร้อนยุคที่5 มีโหมดจดจำและวิเคาระห์รูปแบบ รังสีความร้อนของตัวเครื่องด้วยนะครับ และความอ่อนตัวในการพุ่งเข้าหาเป้าหมายก็สูงขึ้น ความเร็วก็สูงขึ้น

จำเป็นต้องตามเทคโนโลยี่ของ บ.รบยุคหน้าให้ทัน เพราะจากรูปแบบหน้าตัดลดการสะท้อนกลับของเรด้าห์/วัสดุและสีที่ดูดกลืนการสะท้อนเรด้าห์ของตัวเครื่อง..ฯลฯ

อนาคต ชาฟ/แฟร์ ก็คงมีความจำเป็นต้องปรับรูปแบบ เฉพราะแต่ละเครื่อง ตามไปด้วย




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top





ตอบกระทู้