ตอบกระทู้
  ข้อมูลผู้ตั้งกระทู้
  

   ชื่อ:41best47
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 23/5/2561
   แก้ไขโปรไฟล์

อุตสาหกรรมป้องกันประเทศเตรียมบรรจุเข้าเป็น อุตสาหกรรมที่ 11 ใน New S-Curve ของประเทศไทยแล้ว



รายละเอียด :

อ่านฉบับเต็มได้ที่
https://www.prachachat.net/economy/news-161614
 

มีทั้งหมด 4 กลุ่ม คือ

1) กิจการผลิตและ/หรือซ่อมยานพาหนะ และระบบอาวุธเพื่อการป้องกันประเทศ ได้แก่ รถถัง รถเกราะ หรือยานพาหนะรบ ยานพาหนะช่วยรบ ชิ้นส่วนเฉพาะที่ใช้ในการผลิตและ/หรือซ่อม ได้สิทธิประโยชน์ในกลุ่ม A2 “ยกเว้น” ภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี บวกสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามคุณค่าของโครงการ, ยกเว้นอากรเครื่องจักร, ยกเว้นอากรวัตถุดิบผลิตเพื่อส่งออก และสิทธิประโยชน์ที่ไม่ใช่ภาษี

2) กิจการผลิตและ/หรือซ่อมยานไร้คนขับเพื่อการป้องกันประเทศและชิ้นส่วนที่ใช้ในการผลิตและ/หรือซ่อม ได้แก่ ระบบยานภาคพื้นไร้คนขับ เช่น หุ่นยนต์สำหรับการปฏิบัติการทางทหาร, ระบบยานทางน้ำไร้คนขับ เช่น ยานผิวน้ำ/ใต้น้ำไร้คนขับ, ระบบอากาศยานไร้คนขับเช่น อากาศยานไร้คนขับแบบปีกติดลำตัว/ปีกหมุน/ผสม, ชิ้นส่วนเฉพาะที่ใช้ในการผลิตและ/หรือซ่อม เช่น ตัวโครงสร้างหลัก แขนกล มือจับ ระบบติดต่อสื่อสาร ระบบกล้อง ระบบสมองกล ระบบไฟฟ้า และแบตเตอรี่ จะได้สิทธิประโยชน์ในกลุ่ม A1 “ยกเว้น” ภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี (ไม่ cap วงเงิน) บวกสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามคุณค่าของโครงการ, ยกเว้นอากรเครื่องจักร, ยกเว้นอากรวัตถุดิบผลิตเพื่อส่งออก และสิทธิประโยชน์ที่ไม่ใช่ภาษี

3) กิจการผลิตและ/หรือซ่อมอาวุธและเครื่องช่วยฝึกเพื่อการป้องกันประเทศและชิ้นส่วน ด้านการผลิตและ/หรือซ่อมอาวุธ เช่น อาวุธปืน กระสุนปืนระบบจรวด รวมทั้งระบบควบคุม รถยิงหรือสิ่งนำพาไปของระบบจรวด, ชิ้นส่วนเฉพาะที่ใช้ในการผลิตและ/หรือซ่อม ได้สิทธิประโยชน์ตามกลุ่ม A2, ระบบจำลองยุทธ์และการฝึกเสมือนจริง เช่น ระบบเครื่องช่วยฝึกยานรบเสมือนจริง ระบบเครื่องช่วยฝึกใช้อาวุธเสมือนจริง ระบบสนามฝึกยิงอาวุธประจำกายและอาวุธประจำหน่วย ระบบจำลองยุทธ์ปฏิบัติการร่วม จะได้สิทธิประโยชน์ตามกลุ่ม A1และ 4) กิจการผลิตและ/หรือซ่อมอุปกรณ์ช่วยรบ ได้แก่ เสื้อเกราะกันกระสุนและสะเก็ดระเบิด แผ่นเกราะหรือโล่ป้องกันกระสุนและสะเก็ดระเบิด ได้สิทธิประโยชน์ตามกลุ่ม A2


-------------------------------

ส่วนตัวผมถือว่าเป็นแนวทางที่ดีเลย 
   อย่างแรกคือต้องเปิดทางให้เอกชนผลิตได้เสียก่อน เเละก็ส่งเสริมให้มีการสร้างโรงงาน อย่างเป็นรูปธรรม เเต่ว่าเทคโนโลยีทางทหารของไทยยังไม่ค่อยมีมากนัก ก็เลยต้องหวังพึ่งการร่วมลงทุนของต่างชาติ เเละการถ่ายทอดเทคโนโลยีเป้นหลัก  ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมจึงเอาเรื่องนี้เข้าสู่ eec
   ต่อมาก็ส่งเสริมการขาย หรือช่วยอุดหนุน ถ้าทำเเล้วผลิตเเล้วกองทัพไทยก็ควรช่วยสนับสนุน อุดหนุนซื้อด้วยเพราะมันป็นเทคโนโลยีขั้นสูง  ถ้ากองทัพของประเทศที่ผลิตยังไม่ซื้อ เเล้วต่างชาติที่ไหนจะมาอยากซื้อกันล่ะ
    เเต่ที่น่าสนใจและน่าทำมากๆคือการสร้างเสรื้อเกราะกันกระสุน เพราะลงทุนไม่มากเมื่อเทียบกับอย่างอื่น เเถมนักวิทยาศาสตร์บ้านเราก็มีดีเยอะเเยะ ถ้าทำได้สำเร็จก็สามารถซื้อเเจก ทำเเจกทหารตำรวจ ได้มีใช้กันทุกคนเลย เพราะน่าจะทำได้ถูกกว่าของต่างชาติ

เพื่อนๆคิดเห็นอย่างไรกันบ้างครับ








ตอบกระทู้