ตอบกระทู้
  ข้อมูลผู้ตั้งกระทู้
  

   ชื่อ:superboy
   คะแนน:2
  โพสวันที่ 15/5/2562
   แก้ไขโปรไฟล์

เรือหลวงโพธิ์สามต้น



รายละเอียด :

ลิงก์ต้นฉบับ  -----> HTMS Phosamton

 

          หลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง อังกฤษได้ขายหรือส่งมอบเรือรบและเรือช่วยรบตัวเองจำนวนหนึ่ง ให้กับประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อแบ่งเบาค่าใช้จ่ายจากจำนวนเรือที่มากเกินไป พม่าซึ่งในตอนนั้นอังกฤษยังคงมีอิทธิพลค่อนข้างสูง ได้จัดหาทั้งเรือรบและเรือช่วยรบเข้ามาใช้งานเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นฟริเกตชั้น River จำนวน 1 ลำ หรือเรือกวาดทุ่นระเบิดขนาดใหญ่ชั้น Algerine จำนวน 1 ลำ

          เรือกวาดทุ่นระเบิดลำที่ว่าก็คือ UMS YAN MYO AUNG ซึ่งในอดีตเคยชื่อว่าเรือ J380 HMS Mariner เรือสร้างเสร็จในปี 1945 ที่เมืองโตรอนโตประเทศแคนาดาโน่นแหละครับ ก่อนเข้าประจำการกองทัพเรือพม่าในปี 1948 ทำหน้าที่ทั้งเรือกวาดทุ่นระเบิดและเรือตรวจการณ์ไปพร้อมกัน จนกระทั่งถึงปี 1982 พม่าจึงได้ปลดประจำการ

 

                                           

     

                                             

 

คุณสมบัติทั่วไปของเรือมีดังนี้

 ระวางขับน้ำปรกติ : 990 ตัน

ยาว: 69 เมตร

กว้าง: 10.82 เมตร

กินน้ำลึก: 2.59 เมตร

ระบบขับเคลื่อน : Geared turbines, 2 shafts หรือ Reciprocating engines, 2 shafts, 2,000 shp (1,500 kW)

ความเร็วสูงสุด: 16.5 นอต

ลูกเรือ: 85

ระยะปฏิบัติการณ์ไกลสุด: 5,000 ไมล์ทะเลที่ความเร็ว 10 นอต

เรดาร์ :Type 144 (ต่อมาได้ติดตั้งเรดาร์เดินเรือ Decca 202 เพิ่มเติม)

ปืนใหญ่ QF 102/45 มม.จำนวน 1 กระบอก

ปืนกล Bofors 40L60 จำนวน 3 กระบอก

แท่นปล่อยระเบิดลึกจำนวน 2 ระบบ

แท่นยิงระเบิดลึกจำนวน 4 ระบบ

อุปกรณ์ในการกวาดและทำลายทุ่นระเบิดที่ท้ายเรือ

 

          ประเทศไทยก็มีเรือกวาดทุ่นระเบิดชั้น Algerine จำนวน 1 ลำเช่นกัน เรือชื่อ J445 HMS Minstrel สร้างเสร็จในปี 1944 ก่อนขายต่อให้กับราชนาวีไทยในปี 1947 (อายุใช้งาน 3 ปีเท่ากัน) ทั้งนี้เพื่อมานำกวาดทุ่นระเบิดจำนวนมหาศาล ที่ฝ่ายสัมพันธมิตรแอบเข้ามาทิ้งในอ่าวไทยระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ตอนนั้นเราอยู่ฝ่ายญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการก็เลยซวยไป ส่วนอย่างไม่เป็นทางการก็อย่างที่รู้กันเรื่องเสรีไทย

                                             

 

                                               

ภาพถ่ายของเรือ  J445 HMS Minstrel ในปี 1946 กับเรือหลวงโพธิ์สามต้นในปี 1969 หาค่อนข้างยากมากนะครับ

 

          เรือหลวงโพธิ์สามต้นรูปร่างหน้าตาเหมือนกับเรือพม่าถึง 95 เปอร์เซ็นต์ จุดที่แตกต่างคือเรือเราติดเรดาร์ตรวจการณ์ Type 271 รวมทั้งติดปืนกล Bofors 40L60 เพียง 1 กระบอกที่ท้ายเรือ เนื่องจากสะพานเดินเรือมีระเบียงขนาดเล็กกว่ากันครึ่งหนึ่ง จำเป็นต้องติดปืนกลขนาด 20 มม.เข้ามาแทนที่ สมัยนั้นเรือมีจำนวนมากเพราะอยู่ในช่วงสงคราม รูปแบบเรือแต่ล่ะลำจึงมีความแตกต่างกันอยู่บ้างก็ว่ากันไป

ในปี 1953 มีการสวนสนามทางเรือในพิธี Coronation Review ของอังกฤษ  เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในพิธีพระบรมราชาภิเษกสมเด็จพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 2 ซึ่งรัฐบาลไทยได้ส่งเรือหลวงโพสามต้นเข้าร่วมพิธี ทั้งนี้ได้ส่งนักเรียนนายเรือร่วมเดินทางไปด้วย เพื่อฝึกภาคต่างประเทศไปพร้อมกัน โดยได้เดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อวันที่ 4 เมษายน 1953 ร่วม ในพิธีเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 1953 และได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 1953 นักเรียนนายเรือรุ่นนี้ เมื่อจบการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือได้รับสมญาว่า รุ่น Coronation เรือของเราอยู่ในสี่เหลี่ยมสีแดงที่ทา่านจูดาสวาดไว้นั่นแหละครับ

 

                                         

 

          เพราะเรือลำนี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่โต ติดอาวุธครบครันและสามารถออกทะเลลึกได้ เมื่อราชนาวีไทยประสบปัญหาเรื่องการเมืองเข้าอย่างจัง จนไม่สามารถซื้อเรือใหม่เข้ามาทดแทนของเดิม เรือหลวงโพธิ์สามต้นจึงได้ถูกปรับปรุงครั้งใหญ่ โดยเปลี่ยนมาใช้งานเรดาร์เดินเรือรุ่นใหม่ ติดปืนใหญ่ขนาด 3 นิ้วเป็นอาวุธหลัก ถอดระบบกวาดทุ่นระเบิดท้ายเรือออกไปทั้งหมด ติดปืนกล 20 มม.เพิ่มเติมอีก 2 กระบอก แล้วสร้าง Superstrure ด้านท้ายเรือเพิ่มเติมเข้ามาด้วย เป็นพื้นที่สำหรับลูกเรือและแขกผู้มาเยี่ยมเยือน ก่อนโอนมาอยู่กองเรือฟริเกตเป็นการแก้ปัญหาขัดตาทัพ

 

                                                  

          มีการเปลี่ยนหมายเลขเรือเป็น FF415 ในเวลาต่อมา ทำหน้าที่เป็นเรือฟริเกตอยู่นานหลายปี จนกระทั่งมีการจัดหาเรือฟริเกตแท้ๆ เข้ามาเพิ่มเติมจำนวนหนึ่ง เรือหลวงโพธิ์สามต้นจึงถูกโอนกลับมาอยู่กองเรือกวาดทุ่นระเบิด ก่อนย้ายไปทำหน้าที่เรือฝึกทหารใหม่ในช่วงบั้นปลาย เรือปลดประจำการประมาณปี 2008-2011

 

                                                

 

                                                     

          ปัจจุบันเรือหลวงโพธิ์สามต้นจอดอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี ในสภาพค่อนข้างทรุดโทรมจนผู้เขียนไม่กล้าลงภาพถ่าย เพราะผู้ที่ขอเรือไปไม่ได้นำงบประมาณมาซ่อมแซมให้เป็นพิพิธภัณฑ์ นี่คือหนึ่งในกรณีศึกษาการมอบเรือรบให้กับเอกชนทั้งหลาย ซึ่งกองทัพเรือต้องระมัดระวังและตรวจสอบให้ละเอียดมากที่สุด

          ผู้เขียนได้ข่าวมาว่า….กองทัพเรือได้อนุมัติงบประมาณจำนวนหนึ่งให้ปรับปรุงเรือ เพื่อจัดสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์ลอยน้ำ ‘พระศรีสรรเพชญ์’ ซึ่งเป็นพระนามแรกของ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช งานนี้ต้องรอดูกันต่อไปล่ะครับว่า ท้ายที่สุดจะลงเอยแบบไหนกันแน่ บทความนี้สั้นๆ ห้วนๆ แค่นะครับ พอดีผู้เขียนไม่ค่อยสบายแต่นึกอยากเขียนก็เลยเขียน ;)

 

อ้างอิงจาก

http://www.navypedia.org/ships/myanmar/mya_ms_yan_myo_aung.htm

http://www.shipbucket.com/forums/viewtopic.php?f=12&t=5736&p=140488&hilit=algerine#p140488

https://www.tnews.co.th/contents/321478

https://www.lapluangprangchannel.com/?p=18804

https://forum.thaivisa.com/topic/624460-from-toronto-to-chanthaburi-h-m-s-minstrel-h-t-m-s-phosamton/

http://www.thaifighterclub.org/webboard/16928/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A.html

http://global-mariner.com/index113Frigates-Thailand.html



   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:superboy
   คะแนน:2
  โพสวันที่ 15/5/2562
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :เรือหลวงโพธิ์สามต้น

พูดถึงเรือพม่าแล้วก็ต้องลำนี้ครับ เรือฟริเกต F-14   UMS Sinbyushin  ซึ่งได้มีการปรับปรุงเพิ่มเติมดังนี้


-ติดตั้งโซนาร์หัวเรือ HMS-X hull-mounted sonar จากอินเดีย

-ติดตั้งแท่นยิงตอร์ปิโดปราบเรือดำน้ำ แฝดสามขนาด324 มม. เพื่อใช้งานกับตอร์ปิโด Advanced Light Torpedo (TAL) Shyena ของอินเดียเช่นกันครับ 

-ประจำการอากาศยานไร้คนขับแบบปีกหมุนรุ่น  Schiebel Camcopter S-100 UAV รุ่นนี้ขายดิขายดีไปทั่วโลกแล้ว ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทร.ไทยทำไมไม่จัดหามาใช้งานบ้าง

 

 

ปล.ขอบ่นสักเล็กน้อยเกียวกับบทความที่เคยวิเคราะห์เรื่องเรือฟริเกตพม่าไปเมื่อนานมาแล้ว น่าจะเป็นบทความเรื่อง 'เรือหลวงกระบี่พบประชาชน' หรืออย่างไรนี่แหละ เพิ่งรู้เหมือนกันว่ามีเพื่อนบ้านในเอเชียนำไปอ้างอิงด้วย เล่นแปลไทยเป็นอังกฤษทั้งหมด...พร้อมใส่ความจงเกลียดจงชังเข้ามาในตัวหนังสือ โดยไม่มีการอ้างอิงถึงต้นฉบับเลยสักนิดเดียว (พี่ไทยเราก็เยอะเหมือนกัน ตัดมาแค่บางส่วนเพื่อโจมตีว่าเรือพม่าห่วยแตก) ไม่ใช่อะไรหรอกนะครับ....ถ้ารู้แบบนี้เขียนให้เรือพม่าเป็นพระเอกไปนานแล้ว ;)

 

ข้อมูลพวกนี้เราอย่าไปอะไรกันนักเลย เขาสร้างเรือฟริเกตได้ก็คือสร้างได้ เราสร้างเรือฟริเกตยังไม่ได้ก็คือยังไม่ได้...สั้นๆ แค่นี้เอง

 

 




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top





ตอบกระทู้