ตอบกระทู้
  ข้อมูลผู้ตั้งกระทู้


   ชื่อ:
   คะแนน:
  โพสวันที่ 0/0/543
   แก้ไขโปรไฟล์



รายละเอียด :



แก้ไขข้อมูล : วันที่ โดย :

   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:AAG_th1
   คะแนน:2
  โพสวันที่ 12/11/2551
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :

พิมพ์ยาวไปหน่อย Login หายได้อีกแปลกครับ




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:น่าคิด
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 12/11/2551
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :

ผมเห็นแล้วเสียโอกาสของประเทศไทยมาก

กองทัพเรือไทย มีขีดความสามารถในการต่อเรือขนาด 500 ตันลงมาอย่างมาก แทนที่จะใช้โอกาสที่มีในการเสนอขายเรือให้กับประเทศที่ยังไม่ก้าวหน้าเรื่องนี้อย่าง บังคลาเทศ และประเทศอื่นๆอีกเยอะเลย

ต้องแยกนะครับ อย่าทำมึน

ขายแต่เรือ ไม่ได้ขายอาวุธ

ส่วนบริเวณที่จะติดตั้งอาวุธก็อาจจะดัดแปลงตามแต่ลูกค้าต้องการ

ผมมองเห็นนะครับ กำไรเราได้แน่ๆ จะเอามาทำอะไรก็ทำไป ฝีมือการออกแบบเรือเราก็ไม่ธรรมดา อย่างเรือต.91 ต.991 F-25T

เราก็จะได้พัฒนาความสามารถของกำลังพล อย่างต่อเนื่องซึ่งจะเป็นผลดีในระยะยาว

จริงๆแล้วมีตัวอย่างให้เห็นว่า กรมอู่ฯ ก็ไม่ได้มีฝีมือที่ดีนักในการต่อเรือ เนื่องจากขาดประสบการณ์ ดูจากเรือ ต.991 ทำไมเหรอครับ เทียบกับอู่เอกชนที่ต่อเรือ ต.992-993 เค้าต่อได้เร็วกว่า การเก็บรายละเอียดก็เนียนกว่า

เป็นเพราะเราไม่ค่อยได้มีการต่อเรือเอง อย่างที่เห็นๆกัน ส่วนเรื่อง OPV ที่จะต่อเองก็ไม่รู้จะกี่ปีถึงจะปล่อยลงน้ำได้

มันก็เหมือนกับคำที่ว่า

ดินต้องหมั่นฟื้น ปืนต้องหมั่นยิง

 








ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:AAG_th1
   คะแนน:2
  โพสวันที่ 12/11/2551
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :

อู่มาร์ซันเองก็ได้ใช้แบบเรือ ต.๙๙๑ ในการปรับสร้างเรือตรวจการณ์ติดอาวุธปล่อยนำวิถีเสนอขายให้ปากีสถานไปเมื่อ3-4ปีก่อนครับ ซึ่งปากีสถานก็ได้รับTechnology ไปต่อเองในอู่เมืองการาจีภายในประเทศครับ ถ้าจำไม่ผิดติด C-802 ครับ

สำหรับแผนการพัฒนากองทัพเรือบังคลาเทศในอนาคตนั้นที่น่าสนใจก็มีเช่นการจัดหาเรือCorvette ชั้น Milgem ซึ่งเป็นโครงการเรือCorvette แบบก้าวหน้ายุคใหม่จากตุรกี ซึ่งมีแผนจะรับการถ่ายทอดTechnology เพื่อต่อเองในประเทศได้ราว 16ลำ ซึ่งข้อมูลล่าสุดนี้เรือลำแรก F-511 Heybeliada จะปล่อยลงน้ำในวันที่ ๒๗ พฤศจิกายนนี้แล้วครับ
รวมถึงโครงการจัดหาเรือดำน้ำดีเซลไฟฟ้าอีก2ลำในอนาคตด้วยครับ




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:น่าคิด
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 12/11/2551
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :

ถ้าเป็นจริงตามที่ท่าน AAG_th1 โพสไว้ล่ะ

กองทัพเรือไทยที่มีมาก่อน บังคลาเทศ คงต้องทำเรื่องนึงเป็นการด่วนแล้วล่ะครับ

เปลี่ยนหมวก ตั้งแต่ โรงเรียนนายเรือ ไปจนถึง ผบ.ทร. เลยครับ

จาก ทรงหม้อตาล เป็น ทรงปี๊บ

5555+++++




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:champ_thai_army
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 12/11/2551
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :

555555555+ จริงอย่างพี่น่าคิดครับ 55555+ คงเท่ไม่หยอก


ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:โย่ง
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 12/11/2551
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :

ผมว่าคุณ น่าคิด คงอยู่ใน ทร.นี่แหละมั้ง หรือว่าไม่ใช่  แต่ก็เป็นผู้มองโลกในแง่ร้ายพอสมควร อยากให้ ทร.พัฒนา แต่ในการวิจารณ์ก็มีทัศนคติในทางลบเสมอกับการทำงานของ ทร.  ลงความเห็นแบบฟันธงและคงไม่ค่อยเห็นด้วยกับความคิดเห็นของคนอื่น

เป็นเรื่องจริงที่กรมอู่สร้างเรือไม่เก่งนัก เพราะงานหลักของกรมอู่ ควรเป็นการซ่อมเรือ ไม่ใช่สร้างเรือ ต่างจากมาร์ซันเป็นอู่เอกชนที่วางตัวในการต่อเรือใหม่มากกว่าซ่อมเรือ และกรมอู่ก็สร้างเรือนานๆครั้ง จะให้คล่องแคล่วเหมือนอู่เอกชนก็คงไม่ได้ ที่กรมอู่ต่อเรือแต่ละครั้งก็เป็นการต่อเรือในวาระพิเศษ และกระทำเพื่อคงสมรรถนะในการสร้างเรือไว้ในระดับหนึ่งเท่านั้น(ซึ่งจริงๆแล้วอาจไม่จำเป็นก็ได้ในยุคนี้) นอกจากนี้ ทร.ก็ยังมีคนที่จบต่อเรือจากต่างประเทศจำนวนมาก ไปสอนตามสถาบันต่างๆ รวมทั้งไปทำงานนอกให้บริษัทเอกชนก็เยอะ จึงต้องทำเองบ้างเป็นบางครั้งเพื่อให้กำลังพลได้ทำงานจริง  ที่ขาดใน ทร.ก็คือการบริหารงานเรื่องนี้  สาเหตุก็เป็นตามที่ว่าคือ ไม่ได้มีงานต่อเรือเป็นงานหลัก

ที่คุณน่าคิดบอกว่าไทยเสียโอกาสที่ไม่ต่อเรือขายต่างชาติ เรื่องนี้คงไม่ได้หมายถึงกรมอู่เป็นแน่ เพราะ ทร.ไม่มีภารกิจนี้(สร้างรายได้จากการส่งออก) คงต้องไปบอกอู่เอกชน ซึ่งเขาก็ทำกันอยู่แล้ว มาร์ซันก็ประสบความสำเร็จไปบ้างแล้วในการต่อเรือหลายขนาดให้ปากีสถาน อู่อื่นๆ ก็เคยต่อเรือลากจูง เรือวางทุ่นเครื่องหมายทางเรือให้ต่างประเทศ สร้างแท่นฐานขุดเจาะให้ประเทศอื่นๆมาโดยตลอด  ผมว่าเขาทำกันอยู่นา แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆในการประมูลแข่งกับประเทศทั่วโลก

สำหรับเรื่องที่จะต้องอายบังคลาเทศ คงจะไม่มั้ง ดูกำลังรบทางเรือก็คงพอจะรู้ว่าเป็นอย่างไร ประเทศเขาอยูในกลุ่มที่น่าจะจัดว่าจนกว่าเราเยอะ ไม่ใช่ไปดูถูกเขานะครับ ว่ากันด้วยข้อเท็จจริง เดินริมถนนกลางเมืองของเขากลางคืนยังต้องคอยระวังไม่ให้ไปเหยียบหัวคนที่นอนเกลื่อน  อย่างไรก็ตามต้องรับว่าในส่วนของ ทร.ของเขาเป็นมืออาชีพกว่าพม่าหรือกัมพูชา เพราะเขาได้รับการฝึกดี ไม่ว่าจาก รร.ของเขาเอง หรือจากอังกฤษ

เอาเป็นว่าเรามาติเพื่อก่อดีกว่าวิจารณ์แบบเย้ยหยัน ซึ่งหาประโยชน์อะไรไม่ได้  ผมเคยบอกว่าการต่อเรือในประเทศเป็นเรื่องดี  แต่รัฐบาลต้องเข้าใจด้วยว่ามันอาจแพงกว่าซื้อเขา ในขณะที่สมรรถนะอาจสู้เขาไม่ได้ด้วย แต่ก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ  การออกแบบเรือโดยเฉพาะเรือรบ (ทีดี)ต้องการประสบการณ์มาก สะสมมาเป็นเวลานานนับร้อยปี ประเทศไทยเพิ่งเริ่มทำเองได้ไม่นานนี้ จะต่อลำแรกๆให้เจ๋งไปเลยก็คงยาก ลองคิดว่าวันนี้เราจะสร้างรถยนต์เองก็ได้ จะทำได้ดีด้วย ถูกด้วย ขายแข่งกับญี่ปุ่นหรือเกาหลีหรือเปล่า ถ้าจะทำให้ได้ก้าวกระโดดเป็นญี่ปุ่นและเกาหลี คนไทยทั้งประเทศต้องขยันแบบเขาให้ได้ก่อนครับ




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:น่าคิด
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 12/11/2551
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :

สิ่งที่ผมอยากให้เราทำนะครับ
ลดความหลากหลายของอาวุธลง เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ
ยกตัวอย่าง ปืน 20 ม.ม. อย่างที่เห็นติดกันในเรือชุดต่างๆ เช่นร.ล.สัตหีบ เรือต.213 หรือแม้แต่เรือโอพีวี
คุณรู้ไม๊ครับ ว่ามีกี่แบบ 2 แบบครับ
โอริกอน กับ ไรเมลทัล
โครงดูคล้ายกัน แต่อะไหล่แทนกันไม่ได้ทั้งหมด
นี่ยังไม่รวม โอริกอนรุ่นเก่าอีกจำนวนหนึ่ง
ต่อมาให้ดู 30 ม.ม.บ้าง 2 แบบ DSI กับ BREDA
ผมอยากให้นึกถึง พลาฯ สรรพาฯ บ้างสงสารเถอะครับ
ทั้งหมดเป็นเพราะการขาดการวางแผนระยะยาวอย่างต่อเนื่อง และจริงจัง
โดยส่วนตัวแล้ว ร.ล.จักรีฯ นี่ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งมานานแล้ว เรายังไม่ควรมีเรือประเภทนี้
ยังมีเรืออีกหลายแบบมากในยุคนั้นที่จะต่อมาเพื่อใช้การช่วยเหลือและกู้ภัย เป็นเรือธง รวมถึงสามารถใช้เป็นเรือพี่เลี้ยงเรือดำน้ำได้ด้วย
กองทัพเรือไทยไม่ควรมีความคิดที่จะ ผละจากน้ำ ขึ้นสู้ฟ้า ผลก็อย่างที่เห็นๆกัน

ขีดความสามารถเราก็มี ขนาดที่มีการออกแบบปรับปรุงปืน 40/60 ม.ม.ให้คล้าย Type 76 F ของจีนที่ติดในเรือชุดใหม่ของกัมพูชา แต่ก็ไม่ได้รับการสนใจ ทั้งที่ปืนรุ่นนี้ ถ้านำไปติดตั้งบนเรือจะลดกำลังพลประจำปืนได้ 2 คนต่อกระบอก
โครงการณ์วิจัยเรื่อง เครื่องควบคุมการยิงออฟโทรนิค จบเฟสแรกแล้ว ยังไม่เห็นแววจะได้แต่ เฟส2
มันมีอะไรอีกมากมายหลายอย่าง ผมสงสัยว่าทำเบ้าหลอม สามสมอ ที่ทำกันมานั้นถูกรึเปล่า
ทำไมผู้บังคับบัญชาระดับสูงเมื่อมีอำนาจแล้วลืมสิ่งเก่าๆที่เคยพูด ที่เคยอยากทำ ที่เคยอยากให้กองทัพเรือ กันไปหมด

การขายเรือ นอกจากจะต่อเองแล้ว ยังจ้างต่อได้ครับ เช่นอาจจะเสนอผ่าน ผู้ช่วยฑูตทหารเรือไป แล้วเกิดประเทศใดสนใจต่อ 3 ลำ กรมอู่อาจต่อเอง 1 จ้างบริษัทภายนอกต่อ 2 แต่การออกแบบเรือสิครับ คือสิ่งที่จะเป็นประสบการณ์ที่ได้เข้ามาเพิ่มจากการต่อเรือ จะนำไปสู่การบำรุง รักษา และซ่อมเรือ ได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และประหยัด
คุณโย่ง ตอบผมทีนะครับถ้าสิ่งที่ผมคิดนั้น ผิด




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:กบ
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 13/11/2551
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :

เจียงหู ที่เห็นในภาพนั้นเป็นซีรี่แรกๆ ของคลาสนี้............... ข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดกับรุ่นหลังๆคือ อาวุธหลัก จรวดเอชวาย-2 (สติกซ์ฉบับไม้ไผ่)  ชุดอุปกรณ์ตรวจจับควบคุมการยิงปืนใหญ่ 100 มิลลิเมตร ปตอ.37 แบบควบคุมด้วยมือหมุน...................ซึ่งถ้าพูดถึงความคลาสสิคแล้วผมให้เต็มร้อย......................... มีเรือใหญ่ในยุคเดียวกันอีกหนึ่งชั้น  คือเรือพิฆาตชั้นลูด้า ................. เรือทั้งสองแบบนี้แม้ระบบเครื่องมือและอาวุธจะไม่ทันสมัย ..............แต่ถูกจัดเป็นป้อมยิงอาวุธนำวิถีลอยน้ำ ....................ซึ่งก็เพิ่มศักยภาพทางทะเลออกไปได้อีกไกลโข.................................

ปัจจุบัน ทร.จีนมีความพยายามในการพัฒนาเรือรบรุ่นใหม่ ซึ่งก็จัดจ้านด้วยสมรรถนะ รบได้ทั้งสามมิติ    ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มความสามารถเป็นกองเรือทะเลสีน้ำเงินเต็มขั้น........................ ซึ่งถ้าเรือใหม่ๆต่อออกมาใช้อย่างเพียงพอ เรือเก่าจำนวนหนึ่งน่าจะถูกระบายออกมาสู่ประเทศโลกที่สาม (สามโลกธาตุเหมือนในใบลานหรือเปล่า) .........................

 

แม้เป็นสาวแก่คร่ำครึ ถดถอยจากวัยสดใส ขาดส่วนเว้าคอดโค้งเพื่อกระแทกสายตาชาย................... แต่ทว่าท่ามกลางดินแดนอันแล้งปราศจากกลีบตูมแรกแย้ม   ของเก่าลายครามเหล่านี้ ยังมีมนต์เสน่ห์ผูกมัดห้วงอารมแห่งซิเหน่หา................................  อ่า.......ส์      เก่าอย่างทรงคุณค่า...........................




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:โย่ง
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 16/11/2551
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :

สิ่งที่คุณน่าคิดว่านั้น ไม่ผิด และไม่ถูกไปเสียทั้งหมดหรอกครับ มีถูกบ้างผิดบ้าง ไม่มีใครคิดถูกไปหมดแน่ต้องมีผิดบ้างอยู่แล้ว

- ปืน 20 มม.เออริคอนเก่า มีอยู่ตั้งแต่สงครามโลก และก็ยังมีอยู่ แต่ไม่ค่อยมีใครอยากจะใช้ เพราะเกิดอุบัติเหตุหลายรายแล้ว ปืน 20 มม.ใหม่ แกม ซี โอ 1 ติดเรือหลายลำหลังจากนั้น ใช้อยู่เจ้าเดียว ราคาขึ้นไปเรื่อยๆ จึงเกิดปืน 20 มม. ไรห์นเมตัลขึ้นอีกแบบ ราคาเท่าๆกัน จากนั้นราคาจึงคงตัว (เป็นเพราะอะไรคงเดาออก) ตอนนี้ปืนรุ่นพวกนี้ก็ใกล้จะเลิกผลิตอีกแล้ว จะสังเกตุว่าปืนและอาวุธรุ่นเก่าๆ ใช้กันนานมากๆจึงจะเปลี่ยนรุ่น เปลี่ยนแบบ สมัยนี้ไม่กี่สิบปีก็เปลี่ยนไปแล้ว เราได้แต่ซื้อเขา และซื้อไม่กี่กระบอกในแต่ละครั้ง นอกจากจะต้องซื้อแพงกว่าพวกเหมาโหลแล้ว ยังนานๆซื้อ เขาเปลี่ยนรุ่นไปแล้ว อยากได้ของแบบเดิมใจจะขาดอย่างไร ก็ไม่มีขายแล้ว  ซื้อได้อย่างมากก็แต่อะไหล่เท่านั้น เพราะฉะนั้น ปืนคาลิเบอร์อื่นก็เหมือนกัน แต่ต้องยอมรับว่าช่วงที่มีเงินกันเยอะๆนั้นคิดไม่รอบคอบนัก ซื้อมาหลายยี่ห้อหลายรุ่น แต่ปัจุบันได้ลดลงไปเยอะแล้ว  ปืน 30 มม.ที่ติดเรือมาหลายแบบก็เปลี่ยนลำกล้องไปใช้ลูกปืนแบบเดียวกันแล้วตามกำลัง งป. ปืน 40 มม.เกือบจะตายไปแล้วเพราะแบบเก่าๆ แบบง่ายไม่ทำแล้ว ทำแต่รุ่นใหม่ที่ลูกปืนแพงระยับ จึงขายใครไม่ค่อยได้  ทั่วโลกจึงหันมาใช้ 30 มม. ปืน 76 โอโต้ เมลารา นับเป็นปืนยอดนิยมในขนาดของมัน และนับเป็นปืนมาตรฐานของ ทร.ไปแล้ว ส่วนปืน 100 มม.จีน อธิบายไม่ได้ ตอนนี้ซื้อเรือจีน 4 ลำในราคาเรือยุโรปลำเศษๆ เขาติดอะไรมาก็ต้องเลยตามเลย (การเมืองอีกแล้ว)

-เรือ จักรีฯ เป็นอุบัติเหตุมั้ง  ถ้าเยอรมันไม่โยกโย้เรื่องexport licence เรือลำนี้คงต่อในเยอรมันและเป็นเรือบรรทุก ฮ.แท้ๆ ขนาดแค่ 8,000 ตัน พอไปเป็นเสปนก็เลยหัวเชิดอย่างที่เห็น

-การรบสมัยใหม่ ขนาด บ.และ ฮ.สนับสนุนไม่ได้เลยครับ ตายเปล่า (แต่ผมก็ว่าไม่ถึงขั้นต้องมีเรือบรรทุก บ.) การปราบ ด.ใช้ เรือผิวน้ำ 2 - 3 ลำยังไม่มีทางเอาชนะ ด.ได้  จึงต้องมีทั้ง บ.MPA (ที่ต้องมีอุปกรณ์ด้วยไม่ใช่มีแต่"ตาดาร์")มี ฮ.ที่มีโซโนบุย ,MAD และ dipping sonar ฮ.เองก็ควรนำ ตอร์ปิโดไปทิ้งได้ด้วย  การรบผิวน้ำก็ขาด บ.ลว. และ ฮ.ไม่ได้ เรือตาสั้นแค่ 20-30 ไมล์ แต่มีอาวุธปล่อยฯระยะยิงเป็น 100 ไมล์ จึงต้อง บ. และ ฮ.ส่งค่าเป้าให้ ส่วนการป้องกันภัยทางอากาศถ้าไม่มีเรือบรรทุก บ. ก็ต้องมีบ.ขับไล่ จากบนบกมาช่วย  ด้วยเหตุนี้ ทร.จึงต้องมี air component  มิใช่อยากไปแข่งกับ ทอ. เพราะ ทอ.ตามไปช่วยทุกที่ไม่ได้ เช่นเดียวกับ ทบ.ที่มี ฮ.มากกว่า ทอ.ด้วยซ้ำ ที่ทร.กลัวที่สุดก็คือ การที่ทอ.มีอาวุธปล่อยทำลายเรือ อยู่ในอากาศไม่ใช่ว่าเห็นแล้วจะรู้ว่าเป็นเรือใครนะครับ

-การปรับปรุงปืน 40 มม.เก่าให้เป็นปืนใหม่ ทร.ก็ทำอยู่แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ

-สำหรับการต่อเรือขาย ทร.ทำไม่ได้ครับ ทำไปก็เก็บเงินที่ขายได้นั้นไว้ไม่ได้  ต้องส่งคืนคลัง แล้วจะเหนื่อยไปทำไม ระเบียบของรัฐบาลครับ อย่างไรก็มีช่องทางอื่นทำได้ แต่ต้องไปพึ่ง บริษัท อู่กรุงเทพ ครับ เป็นรัฐวิสาหกิจในความดูแลของ ทร. ซึ่งเท่าที่จำได้ก็เคยส่งออกเหมือนกันแต่เป็นเรือพลเรือน ไม่ใช่เรือรบ

ก็ขอเล่าสู่กันฟังแค่นี้ก่อนละครับ

 




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:xavious
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 19/11/2551
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :

เราขายอาวุธ ยุทโธปกรณ์ อะไรต่างๆ ทางทหารเองไม่ได้ครับ เพราะไม่มี    พ.ร.บ. รองรับ ในบางทีขนาดพัฒนาในหน่วยงานเอง จะสร้างให้ ยังติดขัดเลย เกี่ยวกับ การสร้างเพื่อขาย ตรงจุดนี้ ต้องผลักดันกันต่อไป เพื่อที่กองทัพเราจะสร้างอาวุธ อะไรต่างๆ เพื่อให้ใช้ได้เพียงพอต่อความต้องการในกองทัพ ต่างๆ ด้วยกันได้ แต่ใจเย็นๆ กันนะคับ ทั้ง 2 ท่าน



ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top





ตอบกระทู้