ตอบกระทู้
  ข้อมูลผู้ตั้งกระทู้


   ชื่อ:NaTionalism
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 4/1/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

การปรับลดกำลังพล



รายละเอียด :

 อยากตั้งกะทู้เพื้อขอความเห็นจากเพื่อนสมาชิกหน่อยครับ เกี่ยวกับการที่ลดจำนวนทหารลง แต่นำงบประมาณจากส่วนที่ต้องนำมาเป็นค่าใช่จ่ายให้กับทหารมาซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่ทหาร เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ส่วนตัวผมคิดว่าถ้าเราลกกำลังพลแล้วนำมาซื้ออุปกรณ์แบบฟูลออฟชั่นให้ทหารผมว่าน่าจะมีประโยชน์มากกว่าการมีทหารเยอะแต่อุปกรณ์ไม่ฟูลออฟชั่น ซือยุทโธปกรณ์แต่ละครั้งก็ซื้อตัวท้อปไปเลย หรือเน้นการลงทุนวิจัยให้เยอะ ผิดพลาดยังขออภัยด้วยครับ


   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:Ronin
   คะแนน:2
  โพสวันที่ 26/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :การปรับลดกำลังพล

รู้สึกว่ากองทัพไทยมีโครงการปรับลดกำลังพล ตั้งแต่สมัยบิ๊กจิ๋วแล้วครับ

ไม่รู้โครงการลดกำลังพลไปมากเท่าไร


ความคิดผมน่าจะลดกำลังพลส่วนกองทัพภาคลง แล้วไปจัดตั้งหรือเสริมหน่วยรบเคลื่อนที่เร็วให้พร้อมรบมากกว่านี้


ปัจจจุบันที่ทราบ มี กรมทหารราบที่ 31 ที่เคยฝึกโดดร่ม โดยเดินทางมากจาก USA


ความคิดผมน่าจะจัดตั้งให้ได้ 1 กองพลเคลื่อนที่เร็ว เพื่อพอต่อการยับยั้งการรุกเข้ามาของประเทศที่คาดว่าไม่เป็นมิตร พร้อมๆ กันในอนาคต

ซึ่งต้องจัดหาอาวุธประจำหน่วยเพิ่ม


หมายเหตุ แต่ทางใต้ผมยังสนับสนุนการตั้งกองพลใหม่อยู่ดี เพราะการแก้ไขปัญหา ต้องต่อเนื่องและระยะยาว





ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:champ thai army
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 27/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :การปรับลดกำลังพล

ผมคิดว่าถ้าเราจะลดกำลังพลนะครับ อันดับแรก เราต้องเน้นการฝึกกำลังพลสำรองให้มากกว่านี้นะครับ ให้ดีกว่านี้ ถ้าให้ดีก็ใช้มาตรฐานของอิสราเอลในการฝึกไปเลย ถ้าทำให้กำลังพลสำรองของเรามีคุณภาพเท่าหรือเทียบเคียงได้กับอิสราเอล แต่ไม่ต้องถึงขนาดเค้าก็ได้ แล้วเราค่อยมาคุยเรื่องปรับลดกำลังพลจะดีกว่าครับ เพราะถ้าเกิดปรับลดกำลังพลแล้ว กำลังสำรองยังไม่ได้เรืองอย่างงี้ผมว่าอย่าลดเลยครับ เพราะถ้ากำลังพลหลักสูญเสียหมด ก็จะไม่ต่างอะไรกับการส่งทหารใหม่เข้าไปรบเลยครับ อยากให้ปรับหลักสูตรกำลังพลสำรองและมาตรฐานการยอมรับให้มากๆกว่านี้น่ะครับ

2.ถ้าจะปรับกำลังพล อันดับแรกเลย คือพวกนายพลทั้งหลาย ไม่รู้จะมีทำไมมากมาย แต่ให้เน้นไปทางนายทหารหรือทหารชั้นประทวนแล้วก็ทหารสัญญาบัตรร้อยตรี ให้มีคุณภาพมากขึ้นน่ะครับ

3.ยังไงซะ กำลังพลมากกว่าก็ยังข่มขวัญศัตรูได้ อยู่ดีนะครับทหารก็คือคนไม่ใช่เครื่องจักรต่อให้เก่งกล้าสามารถขนาดไหนถ้าพลาดโดนยิงแม้แค่นัดเดียวก็ตายกลายเป็นผีได้นะครับ




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:makropolo
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 27/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :การปรับลดกำลังพล

ไม่เห็นด้วยกับการปรับลด เพราะ

๑.ยอดกำลังพล มีผลต่อจิตรวิทยา ของฝ่ายตรงข้าม

๒.กำลังพลของเราขาดความพร้อมแบบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าลดลงก็เท่ากับเพิ่มจุดบอด แต่จำนวนมากสามารถ ลดจุดบอดได้ (หมายถึงเอาจำนวนเข้าว่า)

๓.ยอดกำลังพล ในปัจจุบัน (ผมไม่อยากพูดเลย) เป็นยอดลวงเท่านั้น ใบ กร.๔ ติดตามทหารหนีเพียบ ที่อยู่แค่รักษาการณ์เท่านั้น ไม่พร้อมรบ

๔.มีการฝึกยิงด้วยอาวุธจริงปีละครั้งเท่านั้น ยกเว้น ชก.ที่รับหน้าที่อารักษ์ขาเท่านั้นที่ได้ ฝึกยิงบ่อย

๕.อัตรายศ ถือเป็นกำนัลให้แก่กำลังพลที่เกษียณแล้วเพื่อเป็นกำลังใจยามชรา(ที่จริงเพื่อลวง) จำนวนยศชั้นสัญญาบัตรจริงที่มีสิทธิกุมระดับกำลังพลมีไม่กี่นาย

๖.การรับราชการทหารมีส่วนเสริมสร้างความเข้าใจกองทัพกับหลักความมั่นคง ก่อนผมเป็นทหาร ผมไม่สนับสนุนการจัดซื้ออาวุธ ไม่รู้จะไปรบกะใคร พอเป็นทหาร(ใกล้ ผู้บังคับบัญาระดับสูง ทำให้ทราบว่า มีการรบ หรือปะทะตลอดแนวชายแดน)

๗.ผมไม่เห็นด้วยกับการที่เห็นช้างขี้แล้วขี้ตามช้าง เราไม่เหมือน อิสราเอล หรือสิงคโปร์ หัดมองอย่าง พม่า หรือเวียดนามมั่ง ก็น่าจะดี

สุดท้าย การมีไม่ใช่เพื่อรบ แต่การมีก็เพื่อ จะได้ไม่ต้องรบเพราะเขากลัวเรา




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:UNFINISHED
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 27/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :การปรับลดกำลังพล

จากที่เจอส่วนตัว 

ผมว่าทางกองทัพ พยายามปรับโครงสร้างหน่อยให้น้อยลงครับ หน่วยไหนแยกย่อยเยอะ ก็ปรับมารวมกันให้หมด ทำให้ระบบเล็กลง ลดงบประมาณลง(มั้ง) ความคล่องตัวสูงขึ้น พ่อผมเอง เคยอยู่ บยอ.(บัญชาการยุทธทางอากาศ) ตอนนี้ก็ยุบไปขึ้นกับ หน่อยใหญ่หมดแล้ว ก็แยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง พ่อบอกว่าเค้าปรับโครงสร้างให้เล็กลง แต่กำลังพลผมไม่ทราบครับ^^



ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:NaTionalism
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 27/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :การปรับลดกำลังพล

ในความคิดผมที่ว่าควรปรับลดปริมาณทหารลง แต่เสริมศักยภาพในตัวทหารให้มากขึ้นครับ เช่นเน้นการฝึกยิง ซ้อมรบ เสริมอาวุทธยุทโธปกรณ์ให้กำลังพลแต่ละนายในสภาพพร้อมรบสูงสุด ฝึกกำลังพลสำรองให้ดี เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณครับ หากเกิดสถานการณ์ที่เกิดสงครามขึ้นจริงกำลังพลสำรองสามารถเข้าเสริมแทนได้โดยทันที แต่ในที่นี้ไม่ได้หมายความให้ลดงบประมาณ



ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:Xmode
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 27/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :การปรับลดกำลังพล

เค้าปรับกันตรงไหน ดูจากการรับบรรจุเพิ่มของ นักเรียนทหาร ในส่วนต่างๆ เทียบกับอัตราการเกษียณอายุของข้าราชการในปีงบประมาณ หน่วยรบ หน่วยสนับสนุน ส่วนงานอื่นๆ มันคงจะหลายมิติ และ ซํบซ้อนเกินกว่าเราจะเข้าใจ


แต่...ถ้าลดอัตรากำลังพล เพื่อเพิ่มอัตรายุทโธปกรณ์ที่แสนแพงต่อยูนิต ผมว่าคงจะไม่สมเหตุสมผลสักเท่าไหร่ ยกตัวอย่าง เช่น 
           เครื่องบินรบ การจะทำให้เครื่องบินรบ ทำการรบได้ต้องอาศัยส่วนสนับสนุนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยทางด้านเทคนิค หน่วยป้องกันฐานบิน หน่วยสนับสนุนกานบิน เพราะเครื่องบินรบไม่ได้ทำการรบแต่เพียงยูนิตเดียว ต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกๆ หน่วย แล้วถามว่า ถ้าทุกหน่วยมีความสำคัญต่อกันในปริมาณที่พอเหมาะแล้ว ต้องการเพิ่มจำนวนเครื่องบินรบและลดหน่วยสนับสนุนอื่นๆ ลงได้ไหม..? ถ้าจะต้องรักษาประสิทธิภาพต่างๆ ไว้ หรือต้องการเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น
           
          ถ้าอยากจะลดอัตรากำลังพลจริงๆ ผมว่าลดในส่วนที่เรียกว่ามันสมอง ดีกว่าส่วนที่เรียกว่ากล้ามเนื้อจะดีกว่า แล้วค่อยพัฒนากล้ามเนื้อให้มีประสิทธิภาพตามที่ต้องการ ไม่ใช่ให้มันสมองคิดจะลดกล้ามเนื้อแต่อยากเดียว คล้ายๆ นักกีฬา มีมันสมองที่เรียนรู้สำหรับการพัฒนากล้ามเนื้อเพื่อแข็งขัน  ใครรู้ตัวว่าเป็นมันสมองที่ไม่มีประโยชน์ต่อกล้ามเนื้อต้องพิจารณาตัวเองแล้ว
           ยกตัวอย่างแบบง่ายๆ ที่สุดเลย ไม่ต้องไปรบกับใคร ลองให้หน่วยของท่านไปรบกับหญ้าในพื้นที่ที่ท่านครอบครอง แล้วลองบริหารจัดการดู ถ้า หน่วยของท่าน พื้นที่กว้่างขวาง กำลังพลมีน้อย อุปกรณ์ไม่ครบมือ สภาพพร้อมใช้งานแล้วพัง รบกับ หญ้า 3 วันก็ไม่จบ เพราะอะไรลองพิจารณา
           แค่ขำๆ ดูไลน์ ดูหญ้า ดูแรงลม คำนวณระยะ กันต่อไป เหอๆๆ



ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:tow
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 28/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :การปรับลดกำลังพล

อยากให้กองทัพไทยทั้ง 3 เหล่ารีบๆปรับลดกำลังพลลงซักกองทัพละครึ่งนึง เพื่อที่จะได้มีงบเหลือมาพัฒนาระบบอาวุธให้มีความล้ำสมัยกว่าเพื่อนบ้านในแถบนี้ อย่างกองทัพบกจะได้มีเงินเหลือมาซื้อรถถังรุ่นใหม่อย่าง M1A2 และฮ.ปราบรถถังดีๆ

กองทัพเรือจะได้มีเรือฟรีเกตStealth และเรือดำน้ำ รวมทั้งจะได้ติดตั้งอาวุธป้องกันตัวเองให้เรือจักรีฯให้สมบูรณ์รวมทั้งซื้อเครื่องบินขับไล่บนบกอย่างF18E/Fและบนเรืออย่างF35มาประจำการ

กองทัพอากาศก็จะมีเงินซื้อกริพเพ่นเพิ่มเติมอีกซัก 2-3 ฝูงเพื่อมาทดแทนเครื่องบินรบรุ่นเก่าที่มีอยู่ และจะได้มีเงินปรับปรุงช่วงครึ่งอายุการใช้งานให้แก่ F16 ที่มีอยู่ทั้งหมด




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:xavious
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 28/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :การปรับลดกำลังพล

ขอร่วมด้วยคน จากที่โดนมา คือปรับประทวนลง แต่ไปเพิ่มเงินในส่วนของ นายทหารผู้ใหญ่ จะเรียกว่า คนทำงานแทบจะไม่ค่อยมี แต่ผู้ใหญ่เดินกันเต็มที่ทำงาน เห้อ แล้วเวลามีปัญหา เอาประทวนไปก่อน  คนทำงานจะมีกำลังใจไหมนิ

จะเรียกว่าปรับก็ไม่เชิง เพราะเค้ามีโครงการหลายอย่างที่เห็นอย่างพวกเกษียณก่อนกำหนดให้เงินให้ยศเพิ่ม กี่ขั้นอะไรก็ว่ากันไป ส่วนใหญ่ก็ไปลดพวกผู้ใหญ่ลง (นายพันขึ้นไป เป็นหลัก) พวกที่อยู่ต่อจะได้ขยับกันขึ้นไปได้ แต่บางที่ก็ปิดตำแหน่งนั้นไป ก็มี ตรงนี้คือส่วนสนับสนุนนะครับ ไม่ใช่ในส่วนกำลังรบ

แต่เวลาบรรจุคนเข้ามาก็อะไรก็ไม่รู้ ส่วนใหญ่ก็เท่าที่รู้กัน ลูกคนใหญ่คนโต ถ้าเข้ามาทำงานก็ยังพอว่า แต่เจอบางคน พ่อก็ใหญ่ลุกก็ใหญ่ตามด้วย ไม่ค่อยจาทำไรเลย เจออย่างนี้ก็น่าเบื่อ วันๆ เดินแต่ไปช๊อปวะมากกว่า งานการทำค่อยจาทำ

ใจอยากให้เป็นเหมือนอย่าง อิสลาเอล หรือ ใกล้ๆ ก็สิงค์โปร์ ไต้หวัน เกาหลีใต้ นี้ละ ใกล้เราเลยไม่สนว่าคุณจะทำงานอาชีพไร ขอให้อายุคุณถึงเกณฑ์ เข้ารับการบรรจุ กองประจำการหมด ยกเว้นพวกสายที่จำเป็น/ขาดแคลน อาจจะไม่ต้องเท่าไร เรื่องตรงนี้มีความสำคัญในปัจจุบันมาก เพราะเราก็ไม่รู้ว่าวันใด เราจะเกิดเหตุต้องต่อตี ป้องกันบ้านเมืองเรา จากรอบข้างบ้านละจากไกลบ้านที่จะส่งมาหนุน ถ้าเราไม่ป้องกันก่อน แล้วไปรอ UN หรือ ... หวังไปก่อนนะ ว่าเค้าจาเข้ามา ต้องเกิดเหตุก่อนถึงจะเข้ามาช่วยได้ โอ้ ประเทศเราไม่แย่ลงไปกว่านี้แล้วเหรอ อีกอย่างบ้านเราอาจไม่มีอะไรให้เค้าขุดหรือค้นหามากอย่าง คูเวต ที่มีบ่อน้ำมัน อันนี้คงต้องทำใจ

พอดีกว่าเดี๋ยวจายาว

จากความรู้สึกเล็กๆ ที่ได้เจอกับตัว แต่ถ้าไม่ดีหรือไม่สมควรลบได้นะครับไม่ว่ากัน เพราะอาจจะแรงไป




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:FW190
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 28/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :การปรับลดกำลังพล

ผมว่าปัญหา ไม่ได้อยู่ที่ การจะลดกำลังพล หรือไม่ลด

แต่ปัญหาอยู่ที่ "ระบบ การจัดการ" มากกว่าครับ

ถ้าหน่วยกำลังมาเห็นคำว่า ควร ปรับลดกำลังพล นั้น  ทุกคนจะเห็นพ้องต้องกันว่า   ไม่ควรลด เพราะปัจจุบันเองก็แถบจะปวดหัว เรื่องการจัดกำลังพล เพราะไม่พอกับงาน

มาถึงเรื่องงาน นั้น  ถามว่า ปัจจุบัน ทบ. รับงานมากเกินไปใหม่      ทหารต้องทำตามคำสั่ง   สั่งมายังไง ก็จะได้รับคำตอบว่า "ได้ครับ" และการแก้ปัญหาก็จะไล่ตามลำดับชั้น     แต่ส่วนตัวเชื่ออย่างว่า ปัจจุบัน งานนอกนั้น บางทีอาจจะมากกว่า งานหลักในด้านการเตรียมกำลัง การฝึก เสียด้วยซ้ำ      ทหารใหม่นั้น บางครั้งต้องเสียเวลาในการฝึกไปกับงานจร เสียเป็นส่วนมาก    ซึ่งตรงนี้ผลมันก็มาจาก "ระบบการจัดการ"

ปัจจุบัน ทุกหน่วยต้องทำเหมือนกัน หลักๆคือ การฝึกตามวงรอบประจำ  และการปฏิบัติงานสนาม ปชด.(ป้องกันชายแดน) และ จชต.(จังหวัดชายแดนภาคใต้)     หากหน่วยไหน ต้องจัดทุกอย่าง คือ เร่งด่วนงานสนาม คือ ต้องส่งขึ้นทั้ง ปชด. และ จชต. ผลที่ออกมาคือ ในการฝึกตามวงรอบที่ไม่อาจละทิ้งได้(ด้วยปัจจัย ภารกิจ และ งบประมาณ) แต่คนที่เหลือในที่ตั้งปกตินั้นแถบจะไม่มี พอฝึกเป็นหน่วยขั้นสูง เช่น ภาคกองพัน นั้น แถบจะจัดฝึกแบบหย่อนๆสุด และปัญหาที่ตามมาคือ  ผลที่ได้จากการฝึกที่ไม่เต็มที่ และปัญหา กำลังพลฝึกไม่ตรงตามตำแหน่ง หรือ ชกท. ตัวเอง เพราะกองพันไม่เหลือคน(ยกตัวอย่าง  เจ้าหน้าที่ตามสายงาน อาจจะต้องลงมาฝึกในตำแหน่ง ผู้บังคับหมวด)

หน่วยที่ต้องจัด ปชด. และ จชต. ถ้าหากต้องเป็นหัว(หมายถึงต้องจัดตัวบก พันและร้อยบก. และ 2 กองร้อยอาวุธเบา)   นอกจากกำลังพลที่ไม่พอแล้ว สิ่งที่ตามมาคือ ตัวพลทหาร ซึ่งจะเรียกได้ว่า จบจากหน่วยฝึกปุ๊บ ก็จับลงสนามรบจริงเลย  ความชำนาญแถบไม่มี เพราะไม่ได้ผ่านการฝึกตามวงรอบมาก่อน  สุดท้ายก็ต้องลำบากหน่วยรอง เพราะต้องทำงานไปด้วย และฝึกไปด้วยในสนามรบจริงในเวลาเดียวกัน แต่ถ้าไม่เอาลงก็ไม่ได้ เพราะไม่มีคน

 

ปัญหาที่ยกตัวอย่าง ล้วนมาจากปัญหา "การจัดการ" แถบทั้งสิ้น

 

 

ส่วนตัวแล้วเชื่อว่า ถ้าหากเราลองจัดลำดับความเร่งด่วนละ

เช่น ยกตัวอย่าง ระบบ กองพลน้อย

กองพลน้อย  จะรวมทุกอย่างเบ็ดเสร็จภายในกองพลน้อยนั้น ทั้ง หน่วยรบ หน่วยสนับสนุนการรบ และหน่วยสนับสนุนการช่วยรบ ต่างๆ(เราทำได้โดยแถบไม่ต้องจัดตั้งหน่วยใหม่ เพียงแค่ เอาหน่วยที่มีอยู่เป็นตัวตั้ง แล้วกระจายเข้าสู่ กรมทหารราบที่มีอยู่ เราก็จะได้รูปแบบกองพลน้อยในแบบของเราเอง)

ถ้าเอา กรม ทหารราบทั้ง 3 กรมเป็นตัวตั้ง แล้วเอาหน่วย นขต. กองพลอื่นๆ มากระจายเข้ากรมทหารราบแล้ว ปรับเป็นกองพลน้อย เราก็จะได้ 3 กองพลน้อย

ต่อมา จัดลำดับความเร่งด่วนเป็นสามอย่างคือ

กองพลน้อยพร้อมรบอันดับ 1 มีหน้าที่จัดกำลังขึ้นงานสนามทั้งหมดไม่ว่าจะ ปชด. หรือ จชต.

กองพลน้อยพร้อมรบอันดับ 2 มีหน้าที่ เตรียมการพร้อมใช้งานเมื่อสั่งอยู่ในที่ตั้ง และ ฝึกขึ้นสูง (ภาคกองร้อย ภาคกองพัน และ ภาคกองพลน้อย)

สุดท้าย กองพลน้อยฟื้นฟู   มีหน้าที่ ฟื้นฟูสำหรับ กำลังพลหลัก รวมถึงงานด้านการจัดตั้ง กองรักษาการณ์  และอื่นๆ   สำหรับกำลังพล พลทหาร มีหน้าที่ ปลดฯ  รับใหม่ และฝึกทหารใหม่     รวมไปถึงการฝึกเบื้องต้น เช่น สิบตรีกองประจำการ   ชกท.  หมู่ ตอน หมวด เป็นต้น

สุดท้ายมาอยู่ที่วงรอบ ว่าเราควรจะจัดวงรอบยังไง เช่น หกเดือน   หน่วยที่ออกสนาม ก็ กลับมาฟื้นฟู จัดปรับ กำลังใหม่ และฝึกเบื้องต้น

หน่วยพร้อมรบอันดับ 2 เลื่อนขึ้นไปออกสนามเป็นพร้อมรบอันดับ 1

หน่วยที่ฟื้นฟูเดิม ขึ้นเป็นพร้อมรบอันดับสอง เตรียมในที่ตั้ง และฝึกเบื้องสูง

ทุกหน่วยจะได้รับการฝึกตามลำดับขั้น แบบเต็มที่ เพราะกำลังพลไม่มีไปไหน    

 

สุดท้าย ปัญหาอาจจะเกิดสำหรับหน่วยที่มีที่ต้องหน่วยรอง กระจายอยู่หลายจังหวัด แต่เชื่อว่า สามารถจัดการได้

 

 




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:FW190
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 28/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :การปรับลดกำลังพล

ส่วนเรื่องระเบียบการเกณฑ์ทหารนั้น

ส่วนตัวเชื่อว่า เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องปรับปรุง

เท่าที่เคยสัมผัสมา ปัญหา คือ คนที่พร้อมจริงๆ ทั้งร่างกาย สติปัญญา มักไม่ได้เข้าเป็นทหารประจำการ เพราะด้วยกฏหมายและช่องว่างต่างๆ

คนที่เข้าเป็นทหารกองประจำการ ส่วนมาก คือ ผู้ที่ด้อยโอกาสทางสังคม

ส่วนตัวรู้สึกสงสาร แต่ ทำอย่างไรได้ เมื่อเข้ามาแล้ว เราก็ต้องมีหน้าที่ฝึกเขาให้เต็มที่

 

ส่วนตัวเชื่อว่า  ถ้าปรับปรุงตรงนี้น่าจะดีไม่น้อย เช่น  ชายไทยทุกคน ที่ผ่านการตรวจสภาพร่างกายแล้วผ่าน ต้องเป็นทหารทุกคน ไม่มีข้อยกเว้น

แต่ตรงนี้ ปัญหาอาจจะเกิดที่ กองทัพไม่สามารถรองรับได้ทั้งหมด เพราะจำนวนคนคงจะมากกว่าอัตราของหน่วยที่มี

แต่ตรงนี้ มีแนวความคิดของสมาชิกท่านหนึ่งซึ่งผมมองว่า น่าสนไม่ใช่น้อย  คือ ถ้ามองระบบเก่า สมัยยุคโบราณ เช่น ระบบไพร่ ละ ที่ทุกคนต้องมีเจ้าขุนมูลนาย  หมุนเวียนกันมา ใครไม่สามารถมาได้ ต้องจ่ายส่วย

เช่น   ชายไทยทุกคนที่อายุครบตามเกณฑ์ ต้องเป็นทหาร   แต่มีระบบคัดกรองตามมาคือ หากจำนวนเกินอัตราที่หน่วยมี ให้มองไปที่ ใครไม่สามารถเข้าประจำการได้ ต้องจ่ายภาษีเพิ่มเติม (ภาษีของกลาโหมโดยเฉพาะ)  และมีอัตราส่วน เช่น ครอบครัวใครมีรายได้ประจำปีมาก ก็ต้องจ่ายภาษีคิดเป็นอัตราเปอร์เซ็นต์ที่มาก ถ้าไม่อยากจ่าย ก็ต้องเข้าเป็นทหารประจำการ  ใครมีรายได้น้อย ก็จ่ายในอัตราที่น้อยลงมา   แต่ตรงนี้ ต้องแบ่งเป็นสัดส่วน เพื่อเกลี่ยคนทุกระดับชั้นสังคมเข้ามาในอัตราส่วนที่เหมาะสม          ภาษีที่เก็บได้ตรงส่วนนี้จะเป็นของกระทรวงกลาโหมโดยเฉพาะ สำหรับใช้ในการพัฒนากองทัพ

ปัญหาสำคัญคือ ช่องว่างของกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย

 

ก็เป็นการยกตัวอย่างเฉยๆนะครับ

 

 




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:ddd2521
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 28/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :การปรับลดกำลังพล

ผมว่าปัจจุบันนี้การลดกำลังพลดีที่สุดแล้วไปเพิ่มด้านยุทธปกรณ์แทน

ยกตัวอย่าง ทหารเกณฑ์บางคนใกล้ปลดแล้วไปรายงานตัวแค่เดือนละครั้งที่เงินเดือนยกให้กับผบ.ร้อย เซ็นรับไปเลย

และข้อที่ถูกใจมากที่สุด ก็การปรับลดระดับนายพล เพราะนายพลเงินเดือนแต่ละท่านสูงๆทั้งนั้นเอามาทำเบี้ยเลี้ยงกองร้อยดีกว่า ตำแหน่ง พล.อ.ในความคิดผมมีแค่ 1 พอแล้ว ปัจจุบันนายพลบางคนผมยังไม่รู้จักด้วยซ้ำไป อย่าเห็นกับเพื่อเป็นขวัญกำลังใจครับ เห็นกับประโยชน์ส่วนรวมดีกว่า

อย่างสิงคโปร์ยกตัวอย่างนะครับ ผบ.ทอ.ของเค้ายศแค่ พลจัตวา เป็นต้นนะครับ หรือประธานเสนาธิการร่วมของ นาโต้ก็พล.อ.แค่คนเดียว

 




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:vmbn
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 28/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :การปรับลดกำลังพล

กองทัพไทยต้องยกเครื่องแล้วครับ ผมพูดได้เลยว่ากองทัพทุกวันนี้ด้อยประสิทธิภาพมาก ยกเว้นพวกรบพิเศษต่างๆ ตั้งแต่หมดสงครามมา ทั้งการฝึกต่างๆ การลดกำลังพลผมว่าไม่ใช่คำตอบที่เหมาะสม ควรปรับกำลังรบหลัก 10 กองพล เป็นทหารประจำการถาวรได้แล้ว เมื่อเป็นแบบนี้การฝึกจะเป็นภาระกิจหลัก ถ้าไม่ออกสนาม และมีผลตอบแทนดีพอสมควร
ส่วนการเกณท์น่าจะมหดไป แต่เรียกฝึก รด เข้มข้นตั้งแต่ระดับกองร้อย ไปถึงกองพลเป็นรอบๆ ตลอดปิดเทอมย่อย ตั้งแต่ ม. ปลายไป จนถึวระดับอายุ 20 ของ ชายไทยทุกคน 1-2 ปีสำหรับ ส่วนระดับบังคับบัญชาผมคงไม่พูดละ เห็นแต่ละคน



728X90_04
ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:FW190
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 28/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :การปรับลดกำลังพล

งงกับคำว่า ทหารประจำการถาวร ครับ

เพราะถ้าตามความหมายดังกล่าวก็น่าจะหมายถึงข้าราชการประจำ ก็คือ ชั้นประทวนและสัญญาบัตร 

ดังนั้นถ้าบอกว่า ควรปรับกำลังรบหลัก 10 กองพล ให้เป็น ทหารประจำการถาวร    หมายถึงอย่างไรครับ   หมายถึง ให้มีแต่ชั้นประทวนกับสัญญาบัตร หรือไม่ครับ

ถ้าถามถึงการให้เปลี่ยนการเกณฑ์ทหารให้เป็น แบบสมัครเข้ามา  ส่วนตัวเชื่อว่า คงไม่สามารถทำได้ในเวลาอันสั้นนี้ ตราบใดที่แม้แต่การเกณฑ์เองก็ตาม ก็ยังมีส่วนมากที่อาศัยช่องว่างหลบเลี่ยง       และตราบใดที่กองทัพเองก็ยังไม่สามารถมีผลประโยชน์ล่อตาล่อใจให้ สมัครเข้ามาได้ ตามจำนวนที่ต้องการ

การปรับลดกำลังพลนั้น  ต้องมองดูเป็นส่วนๆไปครับ จะเหมาจากยอดรวมไม่ได้    ซึ่งนั้นแหละมันก็คือ "การจัดการ" ครับ




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:NaTionalism
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 28/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :การปรับลดกำลังพล

 การปรับลดกำลังพลลงคงเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลานาน ถามผู้รู้หน่อยนะครับไม่ทราบว่าทางกองทัพตอนนี้มีนโยบายเรื่องกำลังพลยังไงครับ ปรับลดลง หรือเท่าที่มีอยู่ดีอยู่แล้ว หรือมีนโยบายจะเพิ่มกำลังพลขึ้นอีกให้เพียงพอต่อภารกิจ ขอบคุณครับ



ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:vmbn
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 28/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :การปรับลดกำลังพล

ทหารประจำการถาวรคือระดับพลทหารขึ้นไปเลยจนถึงระดับนายพล เป็นทหารอาชีพกินเงินเดือนเหมือนๆกัน โรงเรียนนายสิบต้องยกเลิกไปเลย คือเอาเด็ก 18 ประจำการ 2 ปี เรียนการทหารไปด้วย พอครบ 2 ปีก็ไปสอบ ระดับ TOP เอาไปเรียนนายร้อย ระดับรองลงมาไปเรียนนายสิบ พลทหาร ประจำการถึงอายุ 35-40 ปลดไปเป็น อส พลตำรวจ ครูฝึกทหารใหม่ ดับเพลิง กู้ภัย พวกนี้  หรือโอนให้หน่วยงานอื่นๆต่อไปที่ต้องใช้คนที่ฝึกมาดีเหล่านี้  ต้องมีระบบรองรับ เพื่อเป็นแกนหลักของกำรังรบเบื้องต้น ส่วนเรื่องการจัดการกองทัพน่ะ ควรรื้อระบบทิ้งเลยจัดใหม่หมดเพราะมันเละเทะไปหมด



ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:FW190
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 28/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :การปรับลดกำลังพล

หุหุ ฟังคุณ vmbn แล้ว  ผมขอตีตั๋วไว้ก่อนนะครับ เดี๋ยววางจากงานจะมาตอบนะครับ

ตอนนี้เอาสั้นๆว่า  คนที่มาจากพลทหาร  สอบเข้าโรงเรียนนายสิบได้ และ สอบเข้าโรงเรียนนายร้อย(มีโควต้าจากส่วนนี้อยู่) ได้อีก ถามว่าตอนนี้มีไหม คำตอบคือมีครับ เพื่อนรุ่นเดียวกับผมมีหลายคนเลยละ จบมาอายุปาเข้าไป 30 กว่า   ตรงนี้จะบอกว่า ถ้าตาลลำดับอย่างที่คุณว่า ปัจจุบัน กองทัพก็เปิดโอกาสในโควต้า และอัตราส่วนอยู่ครับ  แต่ถ้าถามว่าให้เป็นตามลำดับแบบนี้ทั้งหมดแล้ว  คงจจะยากครับ เพราะช่วงว่างของเวลาไปเรียนนั้น  ใครจะทำหน้าที่ ในหน่วยละครับ(ใช่เวลาไม่ใช่น้อยๆ)

ปัจจุบันถ้าเทียบชั้นยศแล้ว  รร.ตท. ก็เหมือนพลทหาร  โรงเรียนนายร้อยชั้นปีต้นๆ ก็เทียบชั้นนานสิบ ปีปลายๆเทียบชั้นจ่า  ตรงนี้หมายถึงหากลาออกในช่วงระหว่างปี ถ้าจะเข้าเป็นทหารต่อ จะเทียบยศได้ตามดังที่กล่าวมาครับ(แต่ส่วนมากคนที่ออกทั้งหมด ทำงานอื่นหมด)

ขนาดปัจจุบัน พลทหารอายุต่ำๆคือ 21-22 ผมยังว่าเด็กเลยครับ   เอา  18 มานี่ผมว่าคงไม่ดีมั้ง      และเช่นกันถ้าพลทหารอายุ 35-40 ก็คงจะสร้างความปวดหัวให้ไม่ใช่น้อย  ลำพังแค่กำลังพลก็แย่แล้วละครับ อย่าเพิ่มภาระมากกว่านี้เลยครับ




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:tow
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 28/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :การปรับลดกำลังพล

ผมโพสต์ตั้งแต่เมื่อใหร่ครับ ???


ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:Ronin
   คะแนน:2
  โพสวันที่ 28/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :การปรับลดกำลังพล

คุณ tow รบกวนเปลี่ยน password ของคุณด้วยครับ


http://www.thaifighterclub.org/member.php?action=editMember







ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:tow
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 29/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :การปรับลดกำลังพล

รับทราบครับ ขอบคุณท่าน ronin ครับ



ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:yaiterday
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 29/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :การปรับลดกำลังพล

ผมว่า กองทัพแทบจะทุกกองทัพก็มีปัญหาเดียวกัน โดยเฉพาะ Pentagon นายพลเดินชนกันหัวแตก ยิ่งกองทัพไหนต้องเข้าสู่สงคราม/ทหารต้องประจำการยุทธการภาคปฎิบัติมาก กลับมาก็จะได้ปูนบำเหน็จตามสมควร จำนวนนายพล/นายพัน/นายร้อยก็จะมากขึ้น ซึ่งก็เกิดกันทุกกองทัพ
จะลดปรับโครงสร้างก็จะทำให้เกิดปัญหาแบบเดียวกับที่กองทัพอากาศสหรัฐเจออยู่ คือมีส่วนต่างกำลังพลส่วนเกินและยุทโธปกรณ์ หรือถ้าจะให้กองทัพมีขนาดเล็ก กองทัพเหล่านั้นก็อาจจะเป็น หมูสนามจริง สิงห์สนามซ้อมก็ได้ (ซึ่งถ้าเกิดสงครามจริง มันก็น่ากลัวนะครับ) ความสมดุลด้านความมั่นคง งบประมาณ และยุทธศาสคร์ประเทศ ต้องพิจารณาให้ถ้วนถี่ครับ



ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:vmbn
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 1/1/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :การปรับลดกำลังพล

การลดกำลังพล มันต้องทดแทนด้วยคนที่มีคุณภาพ ผมมองไปที่การมีกำลังพลประมาณ 80000-100000 คนก็พอแล้วในสภาพปรกติแบบนี้ คือลดลงมาเหลือ 1 ใน 3 ของกำลังพลปัจจุบัน 10 กองพล ใน 5 กองทัพภาค
ซึ่งจะไปสอดคล้องกับแนวสงครามในอณาคตที่เครื่องมือเครื่องใช้จะซับซ้อนแล้วต้องการคนที่ชำนาญมาใช้มัน

การใช้คำว่าประจำการถาวรเพราะเดี๋ยวจะสับสนกับทหารอาชีพ ซึ่งมันก็เหมือนกันนั่นแหละ

การเอาเด็ก 18 มา คือการเอาคนมาเรียนวิชาทหารเบื้องตน 1 ปี แล้วจึงเรียนแยกตามเหล่าในปีที่ 2 ก่อนบรรจุเข้าประจำการ ซึ่งเมื่อเข้าประจำการจะมีการฝึกศึกษาในหน่วย เพิมพูนคความสามารถอย่างต่อเนื่อง ระหว่างสับเปลี่ยนกำลังจากแนวหน้า เหมือนพวกนักกีฬาอาชีพ และคนพวกนี้จะอยู่กับหน่วยไปอีกนานซึ่งจะเป็นการสั่งสมความชำนาญขึ้นไปอีก โดยเฉพาะเมื่อเกิดสงครามเราจะมีทหารประสปการร์สูงมารองรับการขยายกองทัพ โรงเรียนนายสิบ นายร้อย เสนาธิการ จะรับแต่คนเหล่านี้เข้าศึกษาเท่านั้นในหลักสูตรผู้นำหน่วยรบเมื่อทำงาน มาระดับนึงเป็นชั้นๆไป ซึ่งคนที่เป็นนายพัน นายพล จะไต่จากพลทหารขึ้นมา ทำให้ได้คนที่มีความรู้และประสบการรบจริงทำงานจริงเข้ามา ซึ่งไครที่ทำไม่ได้พอถึงอายุนึงเขาก็ต้องฝึกเพื่อการโอนย้ายหน้าที่ต่อไป ซึ่งคนที่มีอายุ 35-40 ปี จะยังเหมาะที่จะเปลี่ยนงานอยู่ ซึ่งต้องวางระบบรองรับ งานแบบนี้ค่อยๆทำไปในช่วง 10 ปี สำหรับกองทัพบก ทหารในหน่วยปืนใหญ่ ต่อสู้อากาศยาน ต่อสู้รถถัง ผู้ตรวจการหน้า และทหารม้าน่าจะเหมาะสมที่จะนำมาใช้
แต่ในเบื้องต้นถ้าจะเริ่ม ควรจะเป็นอากาศโยธิน ของกองทัพอากาศ กับ นาวิกโยธิน และป้องกันฝั่งของกองทัพเรือ เพราะจ้องทำงานกับเครื่องไม้เครื่องมือ อาวธ ที่ต้องการคนที่มีชำนาญมาใช้

ซึ่งเมื่อทำแบบนี้ เด็ก ม ปลายควรจะเรียน รด เป็นกำลังสำรองทุกคน ส่วนไครจบ รด ไม่ได้เป็นทหาร แต่อยากเป็น หรืออยากมีความรู้ ถ้าไม่เป็นภัยต่อความมั่นคง ก็ควรจัดให้มีการศึกษานอกเวลาเพื่อยกระดับความรู้ อย่างเหมาะสมและไม่เป็นภาระมากนัก ก็จะเป็นการยกระดับกำลังสำรองขึ้นไปได้



ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:makropolo
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 4/1/2553
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :การปรับลดกำลังพล

ขอย้ำในฐานะทหาร ไม่ควรปรับลดเพราะงานล้นมือ อัตราส่วนรับผิดชอบต่อพื้นที่ ไม่สมดุล ยกตัวอย่าง สาม จว.ชายแดนใต้ ผมเคยประจำที่ ระแงะ ปัตตานี ประมาณปี ๔๙ - ๕๐ ร่วมปีที่ประจำการที่นั้น ตอนอยู่ชายแดน จ.กาญฯ ๑ชุดมี ๑๔ - ๑๘ นาย แต่ที่ ปัตตานี ๘ นายต่อชุด ผู้ใหญ่สั่งอย่างงั้น ผลโดนโอบตีตามแนวระนาบถนน หลบไปทางไหนก็มีแต่แนวกระสุน ดีตอนนั้น มีร้อย ร. ของ ทอ.(อากาศโยธิน) ที่อยู่ที่สนามบินออกมาช่วยเสริมแนว ป้องกันไม่ให้โดนโอบล้อมยิงได้ แต่ที่อ่านมาคุณเป็นพลเรือน คุณอยากให้ไทย มีทหารเท่าสิงคโปร์ ก็ไม่ยาก ยกพื้นที่ ให้เพื่อนบ้านให้เหลือเท่าสิงคโปร์ก็สิ้นเรื่อง ที่ผมทราบจากเพื่อนที่เป็นทหารมาเลย์ มันกลับบอกว่า รัฐบาลมีแผนเสริมกำลังเพื่อ สร้างความมั่นใจแก่นักลงทุน ผมเลยนึกถึงตอนเด็กๆ ที่ตะวันตกถอนยวงหนี ทฤฎีโดมิโน่ เขากลัวว่าไทยคงโดนเวียดนามกลืนแน่ แต่ผลไม่ ไทยทำได้ดีกว่านั้นเพราะอะไร คุณคงเกิดไม่ทัน เพราะ ทบ.มีกำลังพลถึง หกแสนนาย มีรบพิเศษที่แทนกันได้ ในแต่ละหน่วย ในกองพลแต่ละกองพล มีหน่วยเสริมครบอัตรา ทหารได้พักไม่เคลียดเท่าทุกวันนี้ ไม่มีกำลังพอที่จะแทนกัน ผมสรุปว่า ถ้าเอาอย่างเขาเราแย่ นายพลเยอะ(บ้านคุณก็อามีนายพล)ก็บอกแล้วไทยเหมือนญี่ปุ่น ซามุไร แม้แก่ตายก็ซามุไร ถือเป็นเกียรติติดตัวไปยันตาย แต่สหรัฐ ฯลฯ อย่างนายพลพาวเวล(ฮีโร่ สงครามอ่าว) พอพ้นจากการเป็นทหาร กลายเป็นนายพาวเวล ก่อนจะเสนออะไรหัดมองชีวิตจริงบ้าง อย่าอยู่กับความฝัน คุณต้องกล้าที่จะยืนอยู่ต่อหน้าศรัตรู คุณจงหาเอกสารการศึกษา ถ้าแน่พอ เหล่าราบ ทบ.ยินดีต้อนรับ



ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top





ตอบกระทู้