ตอบกระทู้
  ข้อมูลผู้ตั้งกระทู้
  

   ชื่อ:champ thai army
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 31/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

ความคิดเห็นเรื่องปืน ปตอ. กับความจำเป็นทางยุทธวิธีในปัจจุบัน



รายละเอียด :

ผมอยากจะถามเพื่อนๆพื่ๆน้องๆ ลุงๆ ทั้งหลาย อิอิอิอิอิ หน่อยน่ะครับว่าพี้น้องลุงป้าคิดว่าในปัจจุบันนี้ปตอ.ยังมีขีดความสามารถทางยุทธวิธีเพียงพอหรือไม่และจะรับมือกับภัยคุมคามสมัยใหม่อยากเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงอยากยุคปัจจุบันได้หรือไม่ ในความคิดของพี่น้องเอง อัตราความน่าเชื่อถือในการยิงทำลายเครื่องบินรบ และความเหมาะสมระหว่าง ปืนต่อสู้อากาศยานอัตราจร กับ จรวดต่อสู้อากาศยาน สมมุติถ้าเราจะจัดหาเข้าประจำการแบบไหนจะเหมาะสมกว่ากัน ความยืดหยุ่นในการปฎิบัติการ และความคุ้มค่า เพราะผมคิดๆดูว่าป.ต.อ.มันจะยิงเครื่องบินรบทันหรือในกรณีที่บินมาสูงๆ ย้ำในกรณีต่อต้านเครื่องบินรบนะครับ ไม่ใช่ต่อต้านฮ.แต่ถ้าต่อต้านฮ.ผมยังคิดว่าทำได้อยู่แล้ว

อยากให้พี่ๆแสดงความคิดเห็นหน่อยครับ

ป.ล.อยากให้หน่วย สอ.รฝ เปลี่ยนแบบปืนต่อสู้อากาศยานซักทีไม่รู้จะได้กินเครื่องบินศัตรูหรือเปล่า เห็นในวีดีโอยิงช้าเหลือเกิน อิอิอิอิอิ







   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:Praetorians
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 29/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ความคิดเห็นเรื่องปืน ปตอ. กับความจำเป็นทางยุทธวิธีในปัจจุบัน

ปืนต่อสู้อากาศยานอัตตาจรเรียกได้ว่าใช้ได้หลายบทบาท ถ้าไม่มีเครื่องบินให้ยิงก็มายิงถล่มกองทหารราบหรือยานเกราะเบาได้

ส่วนตัวแล้วกับเครื่องบินนี่อย่างเก่งคงทำได้แค่รบกวนเพราะสมัยนี้บินได้เร็วมากจนการนำ ปตอ. นับร้อยมายิงกราดตำตะกั่วละลายท้องฟ้าแบบสมัยสงครามโลกครั้งที่สองแทบจะเป็นไปไม่ได้แล้ว เครื่องบินที่เป็นประเภท CAS มาเลยก็มีเกราะอย่างดีขนาด A-10 ยังรับได้ถึง 23 มิลลิเมตร ระบบไฮดรอลิกสำรองสามชั้น ยิงให้ตกได้แต่ที่ตั้งอาจจะเจอ HARM หรือ AGM อื่นๆ ทำลายได้ครับ ยิ่งเอามากระจุกกันเยอะๆ เจอ Mk20 ปูทั้งพื้นที่เราจะไม่รอดเอา วินาทีนี้เหมือนบังคับให้ต้องใช้จรวดกันอย่างเดียวครับ

ถ้าเป็นระบบจรวดพื้นสู่อากาศผมอยากได้แบบที่อัตตาจร (S-300ๆๆ ^^) เพราะระบบพวกนี้อยู่กับที่ก็เหมือนรอโดนจัดการครับ ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องระบบก็ให้เอาของรัสเซียไปเลยเพราะเขาเดินสายนี้มานานครับ ถ้าไม่อยากเล่นเกรดใหญ่อย่าง S-300 ก็เอารุ่นเล็กอย่าง Tunguska ก็ได้ครับ ได้ทั้งปืนทั้งจรวด





ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:MIG31
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 29/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ความคิดเห็นเรื่องปืน ปตอ. กับความจำเป็นทางยุทธวิธีในปัจจุบัน

ปตอ.จะเสียตรงที่ ระยะยิงมันสั้นนะครับ จริงอยูเรดาห์ตรวจจับได้ แต่ถ้าไม่เข้ามาในระยะยิงก็ไม่มีความหมาย เพราะปตอ.อย่างเก่งระยะยิงหวังผลทำลายก็4-5ก.ม.(เอาแบบไกลสุดๆ) แต่อาวุธโจมตีจากอากาศยานนั้นยิงไกลเกินระยะปืน เพราะสมัยนี้คงไม่มีนักบินบ.จ.คนใดจะโฉบลงมาแลกกับปตอ.30-40ม.ม.หรอกครับยกเว้นแต่เวลากลางคืนแล้วปตอ.ไม่มีกล้องมองกลางคืนและเรดาห์ ก็โดนอัดด้วยจรวดนำร่องไปก่อน  แน่นอนว่าก็โดนทำลายก่อนนั้นเอง จึงต้องทำจรวดมายิงอุดช่องว่างตรงนี้

แต่ในต่างประเทศก็ยังพัฒนาปตอ.อัตราจรใช้งานในอนาคตอยู่ แต่จะเป็นเหมือนระบบCIWSประจำเรือรบคือยิงทุกอย่างที่เข้ามาในระยะ ประมาณว่าแม้จะโดนยิงก่อนโดยปืนของเรายิงไม่ถึงยานปล่อย แต่ก็สามารถสอยจรวดที่พุ่งมาได้ แน่นอนว่าระบบปืนต้องดีและเรดาห์ก็ดีมากเช่นกัน(แพงมากเหมือนสถานีเรือรบเคลื่อนที่) เพราะภัยคุกคามในการจัดการเป้าหมายภาคพื้นจากอากาศยานมีเพียบในสมัยนี้ อาวุธนำวิถี ระเบิดร่อนนำวิถี เป็นต้น โดยระบบทังกุสก้า ของรัสเซียก็บอกว่าของตัวเองมีขีดความสามารถในการต่อต้านอาวุธทุกชนิดที่อยู่ในระยะยิง

สรุปคือ ปตอ.ยังมีคุณค่าครับ อย่างน้อยๆตั้งยิงตามช่องเขาหรือพื้นที่ๆส่วนหน้า ประมาณพวกที่บินโจมตีทางลึกระดับต่ำเพื่อหลบเรดาห์และแซมระยะไกล ก็โดนปตอ.ยิงตัวขาดแน่นอน(บินต่ำนี่นา)

 




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:vmbn
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 29/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ความคิดเห็นเรื่องปืน ปตอ. กับความจำเป็นทางยุทธวิธีในปัจจุบัน

ก็เหมือนท่านบนๆว่าไว้ว่าการพัฒนาเป็น CIWS ไปใช้ยิงอาวุธปล่อย แต่ ปตอ ยังมีบทบาท เอาไปใช้ยิง ฮ. ได้อยู่นะ บทบาทสำคัญจะเอาไปใช้คุ้มกันขบวนลำเลียง ร่วมกับ MANPAD SAM  เนื่องจาก ปตอ อัตราจร จะมีเรดาห์ตรวจการมาด้วยทำให้สามารถเฝ้าระวังการโจมตีได้ รวมถึงเอามายิงคน หรือ รถ IFV ได้ด้วย



ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:Puriku
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 29/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ความคิดเห็นเรื่องปืน ปตอ. กับความจำเป็นทางยุทธวิธีในปัจจุบัน

ถ้านับแต่เครื่องบินรบเพียวๆเลยผมว่ามันตกยุคไปซะแล้ว สมรรถนะเครื่องยุคนี้เหมือนจะบังคับให้ผู้จะเก็บแต้มต้องมีหมัดยาวๆไว้ก่อน ลำพังปืน ปั้งๆ คงต้องเปลี่ยนบทบาทไปทำหน้าที่อื่นแทน เอ๊ะ หรือจะเอาเรดาห์มาเปิดล่อ ARM ดีนะ



ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:data
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 30/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ความคิดเห็นเรื่องปืน ปตอ. กับความจำเป็นทางยุทธวิธีในปัจจุบัน

หลักนิยมในการจัดระบบ ปตอ, คือการใช้ทั้งแบบ ลำกล้องและจรวดครับ แบบลำกล้องก็มีทั้งลำกล้องปานกลางและเล้ก ผสมกันใน อัตรากองร้อย เช่น ๒๐ มม. กับ ๔๐ มม, (เช่นปตอ.พัน ๕ และ พัน๖ ) เป็นต้นครับ ทั้งสองกองพันมีระบบเรด้าห์แทร็คเป้าหมายแต่เวลาเล๋งยิงนี่ยังใช้คนอยู่ นับว่าทันสมัยพอสมควรครับ

หลักนิยมในการนำรถถังหลักแท้ๆมาเปลี่ยนป้อมเป็น ปตอ, แล้วนำไบรบร่ามกับหน่วยรถถังนี่ (เช่น รถถังเอ็ม ๔๑ กับ  ปตอ,เอ็ม ๔๒ ) น่าจะหมดยุคแล้วนาครับ จะมีก้ เอารถสายพานหุ่มเกราะบางๆมาใส่ ปืน ปตอ, แทน (อย่าง เอ็ม๑๑๓ + วัลแคน ๒๐มม, กลายเป็น เอ็ม ๑๖๘ เป็นตัน)จะเป้นว่าลดต้นทุนหรือว่าเกราะหนาๆมันจะหมดความจำเป้นก้แล้วแต่ครับ แต่รถถังแท้ๆที่ใส่ ปตอ, อย่างเอ้ม ๔๒ นี่ก้ถือว่ายังไม่หมดความจำเป็นเสียทีเดียวครับ แม้ว่ามันจะยิงเครื่องบินไอพ่นสมัยใหม่ไม่ทันก้ตามครับแต่ก็ยังใช้ยิงเครื่องบินขนาดเบา หรือ ฮ. ได้ครับ หรือไม่ก้ใช้ยิงทหารราบ หรือรถถัง ด้วยกันเอง ครับ เพราะ ปืน ๔๐ มม,ลำกล้องคู๋อัตรายิง ๑๒๐ นัด/นาที ด้วยกระสุนเจาะเกราะนี้ นับว่ายังไว้วางใจได้ในระดับนีงครับ




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:FW190
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 30/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ความคิดเห็นเรื่องปืน ปตอ. กับความจำเป็นทางยุทธวิธีในปัจจุบัน

การวางฉากการป้องกันภัยทางอากาศ (จริงๆระบบป้องกันภัยทางอากาศ จะหมายถึง ระบบการตรวจจับ ระบบการควบคุมสั่งการ และระบบอาวุธ ครับ ซึ่งส่วนมากเราจะพูดแต่ระบบอาวุธ)จะแบ่งเป็นชั้นๆ และถ้ามองที่ระบบอาวุธอย่างเดียว   ชั้นไกลสุดก็คือ อากาศยาน   ต่อมาก็ระบบป้องกันจากภาคพื้น ซึ่งไกลสุดก็คือ ระบบป้องกันเป็นพื้นที่ และ ป้องกันเป็นจุดตามลำดับ

แต่ทั้งนี้ เนื่องจากอากาศยานเคลื่อนไหวหลายแกน ดังนั้นมิติเรื่องระดับความสูง(เพดานบิน) จึงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย นอกจากระบบเป็นพื้นที่และเป็นจุดแล้ว ก็ยังมีแบ่งอีกตามลักษณะความสูง หรือ เพดานบินของเป้าหมาย

เปรียบง่ายๆ  ให้นึกถึงฝาชี  เครื่องบินเป็นฝาใหญ่ที่ครอบทั้งหมด ภายในฝาชีใหญ่นั้นก็จะมีฝาชีที่เล็กกว่าอีกเป็นชั้นๆไป

ซึ่งระบบการป้องกันภัยฝ่ายตรงข้าม เป็นปัจจัย ที่นักบิน สไตรเกอร์ จะเอามาคิดเพื่อเลือกรูปแบบการบินเข้าหาเป้าและต่อตีเป้า

ถ้ามีแต่ระดับสูง  ก็ โลแน๊บ-ป็อปอัพ (จริงๆ โลแน๊บ-ป็อปอัพ วัตถุประสงค์หลักคือ ลดการตรวจจับจากระบบการตรวจจับของฝ่ายตรงข้าม    พูดง่ายๆก็คือ บินเดินทางเข้าหาที่หมายในระดับต่ำ เกาะภูมิประเทศ  พอก่อนเข้าต่อตี จะเชิดหัวไต่ระดับขึ้น ป็อปอัพขึ้นไปเพื่อให้นักบินตรวจการเป้าหมาย รวมถึงการเปิดให้ระบบค้นหาเป้าของเครื่องทำงานเต็มที่  การป็อปอัพ จะป็อปลักษณะเฉียงออกจากแนวการเคลื่อนที่เข้าหาเป้า เพราะถ้าป็อปตรงๆ ตัวเครื่องจะบังสายตานักบินในการตรวจการณ์เป้า  ป็อปเสร็จก็จะแอคชั่นจิกหัวลงมาต่อตีเป้าหมาย   ต่อไปก็ว่ากันตามรูปแบบกระสวยการเข้าต่อตีตามแผน)   ถ้ามีแต่ระดับต่ำ ก็ ทิ้งลักษณะ ไฮ เดลิเวอรี่ คือ บินสูงกว่าระยะสูงสูงสุดของระบบอาวุธต่อสู้อากาศยานของฝ่ายตรงข้าม

แต่ส่วนมาก เพื่อการหลบเรดาร์ฝ่ายตรงข้าม จะเลือก การบินเข้าหาเป้าแบบ โลแน๊บ

 

ต่อมามาว่าที่ระบบอาวุธต่อสู้อากาศยาน   ซึ่งก็แบ่งได้เป็น อาวุธปล่อย(จรวด) และอาวุธลำกล้อง(ปตอ.)  

ปัจจุบันเอง ในส่วนอาวุธลำกล้องนั้น คงเหลือแต่ ระดับต่ำ และป้องกันเป็นจุด

ถามว่า ปตอ. ตกยุคหรือ ไม่  ส่วนตัวเชื่อว่า ยังไม่ตกยุค

โดยเฉพาะ ปตอ. ที่มี เรดาร์ ไฟร์ คอนโทรล

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็น แบบอัตราจร(เคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเอง) ด้วยแล้วจะอ่อนตัวในการใช้งาน(แต่ก็ราคาแพง ทั้งค่าตัวและเมเทนแนน) เพราะสามาถใช้ได้ทั้ง ป้องกันให้กับ ส่วนที่อยู่กับที่ เช่น ทก. ต่างๆ และป้องกันให้ส่วนเคลื่อนที่ เช่น ขบวนรถ  รวมถึงการย้ายติดตามหน่วยดำเนินกลยุทธ    รวมถึงการต่อตีเป้าหมายได้ในลักษณะ เอนกประสงค์      ปตอ. ลำกล้องเช่น 40L70 นั้นมีลูกเจาะเกราะอยู่ด้วย ดังนั้นใช้เสริมในการยิงทำลายเป้าหมายเกราะอ่อนเช่น ยานเกราะเบาได้

 

ทั้งนี้ทั้งนั้น ในส่วนของระบบการตรวจจับและสั่งการก็เป็นระบบที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าระบบอาวุธ

 




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:Ifeelsogood
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 30/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ความคิดเห็นเรื่องปืน ปตอ. กับความจำเป็นทางยุทธวิธีในปัจจุบัน

การป้องกันภัยทางอากาศเป็นลักษณะการปฏิบัติเชิงป้องกัน คือ เราไม่ได้ไปไล่ล่าอากาศยานข้าศึกทุกลำ หรือไล่ทำลายสนามบินศัตรูทุกแห่ง มีหลัก คือ การพิจารณาตอบโต้ภัยคุกคามที่มาจากทางอากาศ ซึ่งมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ ยูเอวี อากาศยานความเร็วต่ำ/ความเร็วสูง จรวดนำวิถี/ไม่นำวิถี ขีปนาวุธต่างๆ  

อาวุธของหน่วย ทบ. ทอ. จึงจะต้องมีอาวุธหลายแบบในการตอบโต้ โดนเฉพาะหน่วยดำเนินกลยุทธ์ของ ทบ.มีโอกาสเผชิญภัยคุกคามทางอากาศหลายๆรูปแบบ เราจึงต้องมีอาวุธหหลายๆแบบในการตอบโต้เช่นกันครับ จึงเป็นหลักการต่อสู้อากาศยานข้อหนึ่ง คือ การใช้อาวุธผสมแบบครับ(MIX) โดยมีทั้งปืนทั้งจรวด ชดเชยจุดอ่อนกันและกันครับ

 




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:u3616234
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 30/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ความคิดเห็นเรื่องปืน ปตอ. กับความจำเป็นทางยุทธวิธีในปัจจุบัน

ทำเป็นเล่นไป อัตราการสูญเสียของเครื่องบิน ยังเป็นของ ปตอ นะครับ

อย่าเหมา A-10 ซิ ไอันั้นมันรถถังบินได้ชัด ๆ ลองคิดดู F16 เจอ กระสุน30มิล เข้าไปซัก 20นัด ตูดไหม้เหมือนกันนะครับ

ปตอที่ยิงเครื่องบินตก ส่วนใหญ่ จะเป็นพวก ไม่มีเรด้า เพราะ จะซุ่มอยู่ในจุดอับเช่น ป่าทึบ 

เครื่องบิน บินผ่านแล้ว ก็ โดน เลย ไส้แตก ไป ^^



ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:data
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 30/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ความคิดเห็นเรื่องปืน ปตอ. กับความจำเป็นทางยุทธวิธีในปัจจุบัน

ในสงคราวอ่าวทั้งสองครั้งสหรัฐจัดลำดับความสำคัญในการป้องกันภัยทางอากาศเป็น ๒ ระดับครับ แบบแรก คือระดับแนวหน้าหรือหน่วยรบจะเป็นอาวุธ ปตอ.และจรวด ระยะใกล้ เช่น ปตอ,วัลแคน ๒๐ มม, และจรวดสติงเกอร์ (ถ้าเป็นอัตตาจร เรียก เอ็ม ๑๖๘ และ อเวนเจอร์)  ส่วนระดับแนวหลัง แนวรบลงมา จะใช้ ระบบ จรวดพิสัยปานกลางแบบ แพ็ตทิออต ครับ สำหรับป้องกัน กองบัญชาการรบ หรือเป้าหมายที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในระดับสูงขึ้น

ปัจจุบันผมเชื่อว่าไทยเรามีขีดความสามารถป้องกันภัยทางอากาศระดับต่ำ ในแนวรบ หรือระดับ แนวหน้าได้ครับ แต่การป้องกันในระดับหลัง หรือ เป้าหมายที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ ซึ่งต้องการการป้องกันตั้งแต่ระยะไกล หรือ ปานกลางนั้นเรายังขาดอยู่ครับ จะหวังพี่งแต่ เจ๊ตขับไล่ อย่างเดียวคงไม่เหมาะครับ เพราะถ้าอีกฝ่าย ยิง จรวดทางยุทธวิธี แบบ สกั๊ด เข้ามา คง จบเห่ครับ เครื่องบินเราวิ่งไล่ไม่ทันแน่ๆ

ตอนนี้จรวดระยะปานกลาง ที่มีขาย มี สองยี่ห้อ คือ แพ็ตทีออต  ของ สหรัฐกับ เอส ๓๐๐ ของรัสเซียครับ   ไทยเราเคยมีข่าวว่า สนใจ ระบบ เอส ๓๐๐ อยู่ พักนึง แต่ไม่ทราบว่าโครงการไปถึงไหนแล้วครับ




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:AAG_th1
   คะแนน:2
  โพสวันที่ 30/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ความคิดเห็นเรื่องปืน ปตอ. กับความจำเป็นทางยุทธวิธีในปัจจุบัน

Partiot และ S-300 ถือว่าเป็น SAM พิสัยไกลครับ ซึ่งสำหรับจีนเองก็มีการพัฒนาระบบ FT2000 ซึ่งมีข่าวว่าเสนอขายต่างประเทศด้วยเช่นกัน

ส่วนตัวมองว่าถึงแม้ว่าระบบ S-300 ของรัสเซียจะมีกลุ่มประเทศ NATO บางประเทศเช่นกรีซจัดหาไปใช้ แต่การจัดหา SAM กลุ่มนี้มาใช้สำหรับไทยดูเป็นไปได้น้อยครับ




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:MIG31
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 31/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ความคิดเห็นเรื่องปืน ปตอ. กับความจำเป็นทางยุทธวิธีในปัจจุบัน

แซมที่มีใช้ในปัจจุบันในระยะกลางราวๆ50ก.ม. มีระบบ KS-1 กับ SA-17BUK-2ME/MKE พวกนี้มีขีดความสามารถในการสกัดกั้นเป้าหมายทางอากาศได้หลายแบบอยู่ครับ

ส่วนแซมดัดแปลงจาก อาวุธปล่อยประจำเครื่องบินจำพวก Pythoon-4/5 จากอิสราเอลนั้นก็น่าสนใจครับ

ส่วนกรณีแซมระยะไกลมี ASter จากฝรั่งเศสฐานยิงบนบกก็มีระยะยิงไกลพอตัว เพียงแต่ว่าราคาจะสู้ไหวหรือไม่ อื่นก็อยู่ที่กองทัพจะเลือกใช้งานและวางหลักนิยมแบบใด




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top





ตอบกระทู้