ตอบกระทู้
  ข้อมูลผู้ตั้งกระทู้


   ชื่อ:Chin
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 15/1/2554
   แก้ไขโปรไฟล์

ทัพเรือทันสมัย สงครามรบแบบใหม



รายละเอียด :

หลายคนอาจยังไม่รู้ถึงศักยภาพทางการสื่อสารของกองทัพไทยที่สามารถยกระดับพัฒนาเทคโนโลยีได้ทันสมัยไม่แพ้นานาชาติ

แม้แต่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั่งอยู่ในตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ยังสามารถสนทนากับ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.ทหารสูงสุด และ พล.ร.อ. กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. ระหว่างเดินทางไปตรวจเยี่ยมหมู่เรือปราบปรามโจรสลัด (มปจ.) บนเรือหลวงสิมิลัน...ที่อยู่ห่างไกลกว่า 4,000 ไมล์ทะเล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เทคนิคการสื่อสารต่างๆเหล่านี้ พล.ร.ท.ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารเรือ ฝ่ายยุทธการ อดีตเจ้ากรมการสื่อสารทหารเรือ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร เล่าว่า ปัจจุบันระบบการสื่อสารที่ว่านี้เป็นการสื่อสารผ่านดาวเทียม "MVSAT" หรือ "Mobile VSAT" (Very small aperture terminal)

กองทัพเรือได้เช่าช่องสัญญาณดาวเทียม ABS-1C ซึ่งเป็นราคาเหมาจ่ายรายเดือน เดือนละ 3 แสนบาท หรือถ้านับการลงทุนทั้งระบบ...รวมค่าเช่าช่องเข้าไปด้วยก็จ่ายไปแค่ 7 ล้านกว่าบาทเท่านั้น

ส่วนทัพฯอื่นใช้คนละระบบ แต่มีมูลค่าสูงกว่านี้มาก ด้วยข้อดีของระบบนี้ แถมสนนราคาค่าใช้จ่ายก็ต่ำกว่า จึงได้รับความสนใจ ขอข้อมูลเพื่อที่จะนำมาใช้เหมือนกัน


ถึงตรงนี้อาจเป็นข้อมูลวิชาการอยู่สักหน่อย ไม่เข้าใจก็ฟังเอาไว้พอให้รู้ว่า... เส้นทางส่งผ่านสัญญาณจาก ร.ล.สิมิลันถึงศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม จุดสำคัญจะมีอุปกรณ์ที่ติดตั้งบนเรือลักษณะใกล้เคียงกับระบบ "Inmarsat" แต่ได้รับการพัฒนาดีกว่า

ข้อแตกต่างระบบ MVSAT สามารถทำการสื่อสารข้อมูลที่ความเร็วสูง รองรับการประชุมทางไกลผ่านระบบวีดิทัศน์ได้เป็นอย่างดี

ทำให้เรือสามารถติดต่อสื่อสาร ทำการประชุมกับผู้บังคับบัญชา ณ กองบัญชาการกองทัพเรือในประเทศไทยได้ทุกมุมโลก ที่สำคัญ...มีค่าใช้จ่ายถูกกว่าระบบ Inmarsat มากกว่า 5 เท่า

หนำซ้ำยังสนับสนุนรูปแบบการใช้งานเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีระหว่าง หมู่เรือปราบปรามโจรสลัดกับกองทัพเรือ และหมู่เรือปราบปรามโจรสลัดกับกองทัพเรือสหรัฐฯ และชาติอื่นที่ปฏิบัติการร่วมกันที่โซมาเลียได้เป็นอย่างดี

สามารถติดต่อสื่อสารได้ทางโทรศัพท์ โทรสาร และข้อมูล...อินเตอร์เน็ตผ่านดาวเทียมพาณิชย์ทั่วไป  นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อได้ทุกที่  ไม่ว่าจะอยู่ในทะเล  ซึ่งมีคลื่นลม หรือขณะเรือจอดอยู่กับท่าเรือ และถ่ายทอดสดกับสถานีโทรทัศน์ในประเทศไทยได้ตลอดเวลา

การเลือกใช้บริการดาวเทียมปัจจุบันครอบคลุมพื้นที่ทวีปแอฟริกาและตะวันออกกลาง...

พล.ร.ท. ทวีวุฒิ บอกว่า การใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร...เทคโนโลยีสารสนเทศ ที่เห็นเด่นชัด...คือ การปฏิบัติการของหมู่เรือปราบปรามโจรสลัดที่โซมาเลีย

ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือสามารถติดต่อสื่อสารควบคุมบังคับบัญชา โดยใช้ดาวเทียมของพลเรือนเข้ารหัส และควบคุม บังคับบัญชา สั่งการ ร.ล.สิมิลัน...ร.ล.ปัตตานี ซึ่งอยู่ห่างไกลถึงกว่า 4,000 ไมล์ทะเล หรือ 7,000 กิโลเมตร ได้ทุกที่...ตลอดเวลา

นอกจากสื่อสารสั่งการกันได้แล้ว ยังแสดงภาพการปฏิบัติการทั้งหมดของ ร.ล.สิมิลัน และ ร.ล.ปัตตานี ได้อย่างไม่สะดุด

การติดต่อพูดคุยกันทางโทรศัพท์จากประเทศไทย ส่งสัญญาณไปที่เรือทั้งสองลำ   นอกจากติดต่อได้ทันทีแล้ว   ยังมีค่าบริการถูกไม่ต่างกับการโทรศัพท์ในประเทศไทย

"การปฏิบัติเหล่านี้เป็นข้อพิสูจน์ว่ากองทัพเรือสามารถใช้ระบบสื่อสารดาวเทียมควบคุมการปฏิบัติการของเรือในทะเล ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก"

สำคัญที่สุด...ในอนาคตสามารถเชื่อมโยงข้อมูลนี้กับกองทัพอากาศ โดยใช้ ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางทหาร (Data Link) กับเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ (บ.Gripen) และเครื่องบินตรวจการณ์ทางอากาศ (Air Early Warning) ที่มี ประสิทธิภาพสูง

เครื่องบินเหล่านี้กองทัพอากาศได้จัดหามาจากประเทศสวีเดน จะทำให้ การปฏิบัติการรบร่วมในทะเลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ประสิทธิภาพที่จะเกิดขึ้น...สามารถขยายขอบเขตการปฏิบัติการของเครื่อง บินขับไล่อเนกประสงค์ออกไปในทะเล นอกรัศมีสถานีควบคุมบนบกของกองทัพอากาศได้

"...เป็นการเสริมการปฏิบัติการโดยใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างคุ้มค่า" พล.ร.ท. ทวีวุฒิ ว่า "ในส่วนของกองทัพบก...นาวิกโยธิน...กองบัญชาการกองทัพไทย ก็สามารถใช้ดาวเทียมในการส่งข้อมูลหน่วยทหารที่เคลื่อนที่ในแบบที่เรียกว่า Blue Force Tracking เพื่อควบคุม...กำกับดูแล การบังคับบัญชาได้โดยสมบูรณ์"

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตกองทัพเรือกำลังพัฒนาการสื่อสารและควบคุมบังคับบัญชาจากระบบ C3I...เข้าสู่ระบบ C4ISR และจะเข้าสู่ระบบ Network Centric Warfare (NCW) หรือสงครามที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง

"สงครามที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง เป็นหลักนิยมทางทหารหรือทฤษฎีสงครามแบบใหม่ โดยมุ่งแย่งความได้เปรียบด้านข้อมูลข่าวสาร ด้วยการใช้ความสามารถของเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขันของกำลังรบทางทหาร"

หากเพราะมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ ส่วน ระบบควบคุมสั่งการ...ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูล ประมวลผล และตกลงใจ ส่วน ระบบตรวจจับ... ทำหน้าที่ค้นหาติดตาม พิสูจน์ฝ่าย และรายงานข้อมูลให้ส่วนอื่นๆ และส่วน กำลังรบ...ทำหน้าที่ใช้อาวุธต่อฝ่ายตรงข้าม อาจเป็นเรือรบ เครื่องบิน รถรบ และทหารราบ

"หากกองทัพมีเครือข่ายการสื่อสารข้อมูลและระบบสารสนเทศ ซึ่งมีความเร็ว ความคงทน ความต่อเนื่อง และความเชื่อถือได้ที่เหมาะสมแล้ว องค์ประกอบทุกส่วนนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องมีที่ตั้งรวมอยู่ในสถานที่เดียวกัน...

เหมือนในอดีตที่เรือควบคุมสั่งการหรือเรือหัวหน้า ต้องมีองค์ประกอบทั้งหมดพร้อมในเรือลำเดียวกัน"

อาจกล่าวได้ว่า ระบบเครือข่ายและระบบสารสนเทศเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อประสิทธิภาพ...ประสิทธิผลของแนวคิดและหลักนิยมด้านสงครามที่ใช้ เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง เนื่องจากต้องใช้ในการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างส่วนต่างๆ

เพื่อให้มีการแบ่งปันข้อมูลข่าวสาร การแสดงภาพสถานการณ์ และเป็นข้อมูลที่มีคุณภาพ สำหรับใช้ประกอบการตกลงใจในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ปัญหามีว่า...ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเทคโนโลยีในการสื่อสาร หลายประเทศก็มีดาวเทียมเพื่อความมั่นคงของตนเอง เพื่อรับประกันความปลอดภัยในการรักษาความมั่นคงภายในและภายนอกประเทศ

อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาการสื่อสารดาวเทียมจากประเทศอื่นหรือของเอกชน แม้ว่าในเวลาปกติจะสามารถใช้งานได้ดี และสามารถจะมีอุปกรณ์เข้ารหัสเพื่อรักษาความปลอดภัยได้ แต่มีค่าใช้จ่ายสูงเมื่อเปรียบเทียบในระยะยาว

รวมทั้ง...เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤติ ประเทศหรือเอกชนที่เราเช่าช่องสัญญาณ อาจจะไม่ส่งสัญญาณสื่อสารผ่านดาวเทียมมาให้ประเทศไทย

"ถึงตอนนั้น การสื่อสาร...การควบคุมบังคับบัญชาก็จะขาดตอน และจำเป็นจะต้องใช้เทคโนโลยีเก่า คือการสื่อสารทางวิทยุ โทรศัพท์ ซึ่งมีข้อจำกัดมากมาย รวมทั้งหากจะก้าวสู่ระบบ การสงครามที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง ที่ต้องอาศัยช่วงชิงความรวดเร็วในการส่งข้อมูลแล้ว ดาวเทียมจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น...และสำคัญที่สุด"

อีกเหตุผลสำคัญ...กำลังทางเรือเป็นกำลังที่เคลื่อนที่ตลอดเวลา และกองทัพเรือมีกำลังทั้ง 3 มิติ คือ...เรือ อากาศยาน และนาวิกโยธิน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้การสื่อสารดาวเทียม เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและเชื่อถือได้ในการควบคุมบังคับบัญชา

นอกจากการใช้ดาวเทียมในกิจการด้านความมั่นคงแล้ว ยังสามารถใช้ในกระทรวงอื่นๆ เช่น กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานอื่นๆได้อีกด้วย

ถึงเวลาแล้วหรือยัง...ที่ประเทศไทยควรจะมีดาวเทียมความมั่นคงเป็นของตนเอง เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและเกิดประโยชน์กับประเทศชาติ ประชาชนในทุกๆด้าน

วันนี้...เป็นก้าวแรกของกองทัพเรือ ที่นำระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียม MVSAT มาใช้เป็นรายแรก ก่อนที่ พล.ร.ท.ทวีวุฒิจะนำเสนอข้อมูลให้ที่ประชุมสภากลาโหมได้รับทราบ เพื่อนำระบบนี้ไปประยุกต์ใช้กับเหล่าทัพต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ต้นทุนเช่าช่องสัญญาณระบบสื่อสารดาวเทียม 7 ล้านกว่าๆ...ใช้งานได้มากมายขนาดนี้ คงเทียบไม่ได้กับงบซื้อ "จีที 200" หรือ "เครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200" ที่สั่งซื้อไปเกือบ 800 เครื่อง...สนนราคาเครื่องละ 9.5 แสนบาท

คิดเป็นตัวเลขกลมๆก็เกือบ 800 ล้าน...ถามหาความคุ้มค่า วันนี้จีที 200 นอนนิ่งกองอยู่ในคลังสรรพาวุธส่วนกลาง ตีค่าแบบประชดประชัน...ก็เป็นได้แค่ไม้ล้างป่าช้า

ที่มา -








ตอบกระทู้