ตอบกระทู้
  ข้อมูลผู้ตั้งกระทู้


   ชื่อ:Chin
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 16/1/2554
   แก้ไขโปรไฟล์

ถวัลย์รัฐ กับภารกิจเข็น ท่าเรือปากบารา สู่เกตเวย์ฝั่งอันดามัน



รายละเอียด :

ในโอกาสที่ “ถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ” รองปลัดกระทรวงคมนาคม ที่เติบใหญ่มาจากรั้วกรมเจ้าท่า ได้รีเทิร์นกลับถิ่นเดิมเป็นครั้งที่ 2 ในฐานะอธิบดีกรมเจ้าท่า เมื่อเดือนตุลาคม 2553 ซึ่งยังเหลืออายุราชการอีก 2 ปีจากนี้ หนังสือพิมพ์ “สยามธุรกิจ” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ท่านอธิบดี ถึงภารกิจต่างๆ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

หลังจากกลับมาดำรงตำแหน่งอธิบดีได้มอบนโยบายอะไรบ้าง?

ได้เน้นย้ำเรื่องการปฏิบัติราชการการกำกับดูแลองค์กรที่ดี โดยมุ่งเน้นเรื่อง การจัดเก็บข้อมูลทะเบียนเรือและสิ่งล่วงล้ำทางน้ำ การปรับปรุงบริการข้อมูลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิดความรวดเร็ว ส่งเสริมโครงการเยาวชนรักษ์น้ำและการสร้างเครือข่ายอาสาวารีทั่วประเทศ เพื่อทำหน้าที่แจ้งเตือนและเฝ้าระวังทั้งด้านการกระทำสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ร่องน้ำตื้นเขิน ดูแลทรัพย์สินของกรมฯ ชำรุดเสียหาย โดยกรมฯ จะฝึกอบรมอาสาวารีเป็นระยะๆ ในทุกภูมิภาคของประเทศ และมุ่งเน้นเรื่อง ของการปักหลักเขต การสำรวจดูแลแม่น้ำ ลำคลอง พร้อมทั้งแก้ไขกฎหมายด้านสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ การตรวจสภาพเรือ การดูแล เรื่องความปลอดภัย ซึ่งเมื่อถึงช่วงที่เกิดมรสุม สภาพภูมิอากาศแปรปรวนต้องหมั่นออกตรวจตราเป็นพิเศษ เพื่อป้องกัน อุบัติเหตุทางน้ำ และบริการประชาชนให้ได้รับความสะดวกในการสัญจรทางน้ำ รวมถึงสถานที่อยู่ในความดูแลของภาคเอกชน หากเห็นว่าไม่ปลอดภัยควรปรับปรุงให้เร่งรัดดำเนินการ อีกทั้งเน้นประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบภารกิจของกรมอย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรม เจ้าท่าได้มีการพัฒนาระบบการคมนาคมและการขนส่งทางน้ำ ให้เป็นมาตรฐานสากลภายใต้แนวคิดที่ว่า “เสริมสร้างความปลอดภัย พัฒนาทางน้ำก้าวไกล นำพาณิชยนาวีไทยสู่สากล” ผู้สนใจในภารกิจกรมฯ หรือโครงการเยาวชนรักษ์น้ำ โครงการอาสาวารี และด้านอื่นๆ สามารถ สอบถามได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์กรมเจ้าท่า โทร. 0-2236-3240 และ 0-2233-1311-8 หรือ www.md.go.th


แผนการผลักดันท่าเรือปากบารา จะเดินหน้าอย่างไร?

เมื่อปลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลจะมีแนวทางในการส่งเสริมการก่อสร้างท่าเรือ ทวายของประเทศพม่า แต่ตามความคิดเห็นของกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมยังยืนยันว่า จะต้องมีการผลักดันให้มีการก่อสร้างท่าเรือปากบารา เพื่อส่งเสริมระบบการขนส่งสินค้าทางน้ำให้เพิ่มขึ้น โดยในขั้นตอนต่อไปจะต้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหารือร่วมกันเพื่อที่จะจัดทำข้อมูลของโครงการให้ชัดเจน เพื่อยืนยันไปทางรัฐบาลให้เห็นความสำคัญอีกครั้ง ซึ่งกรมเจ้าท่าก็เห็นว่า โครงการก่อสร้างท่าเรือปากบารามีความจำเป็นที่ต้องผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และยืนยันว่าการพัฒนาเป็นท่าเรือท่องเที่ยวนั้นไม่มีความเหมาะสมที่ผ่านมาได้มีการว่าจ้างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นวงเงิน 13 ล้านบาท เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการเพื่อชี้แจงให้ชาวบ้านเข้าใจเรื่องการก่อสร้างท่าเรือปากบารา เห็นว่าเป็นนโยบายที่ต้องผลักดันเพื่อให้เป็นเกตเวย์ฝั่งอันดามัน ซึ่งบทบาทจะแตกต่างกับท่าเรือทวาย ตนเห็นว่าเรื่องนี้ ต้องมีความชัดเจนว่าปากบารา ควรอยู่ตำแหน่งไหน มีหน้าที่อะไร และท่าเรือทวาย จะมีบทบาทเพื่ออะไร

ทั้งนี้ การก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารามีความจำเป็นที่ต้องผลักดันให้เกิดขึ้นเพื่อเป็นเส้นทางการค้าในเขตเศรษฐกิจ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นศูนย์เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าทางเรือที่สำคัญไปยังท่าเรือของกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและภูมิภาคต่างๆ ของโลก ลดการพึ่งพาท่าเรือของประเทศเพื่อนบ้านและยังช่วยยกระดับการแข่งขันทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทย แม้บางคนจะเห็นว่าควรพัฒนาเป็นท่าเรือท่องเที่ยวเท่านั้น

“สมควรพัฒนาเป็นท่าเรือน้ำลึกมากกว่าจะให้เป็นท่าเรืออเนกประสงค์และท่าเรือท่องเที่ยวเท่านั้น เพราะนักท่องเที่ยวจะนิยมใช้ท่าเรือในจังหวัดภูเก็ต อีกทั้งฤดูท่องเที่ยวบริเวณจังหวัด สตูลมีเพียง 6 เดือนจึงถือว่าไม่เหมาะสม สิ่งสำคัญการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบาราในครั้งนี้ไม่ได้มีขนาดใหญ่จนเกินไปเพราะสามารถรองรับเรือขนาด 70,000 ตันได้เพียง 2 ลำ เรือขนาด 50,000 ตันได้ 3 ลำ โดยเฉพาะเรือจาก เอเชียตะวันออกกลาง แอฟริกาและยุโรป โดยได้แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 เฟส และทยอยดำเนินการไปทีละเฟส ตามความจำเป็นจึงไม่ได้ให้แล้วเสร็จในคราวเดียวทั้งหมด”

ที่มา -



   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:tik
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 16/1/2554
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ถวัลย์รัฐ กับภารกิจเข็น ท่าเรือปากบารา สู่เกตเวย์ฝั่งอันดามัน

ขอให้สำเร็จทีเถอะ คนแถวนั้นจะได้มีงานทำ สินค้าก็ถูกลง สาธุๆ




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top





ตอบกระทู้