ตอบกระทู้
  ข้อมูลผู้ตั้งกระทู้
  

   ชื่อ:pop04
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 16/1/2554
   แก้ไขโปรไฟล์

งานวิจัยและพัฒนาที่แล้วเสร็จเป็นต้นแบบ ศอพท.



รายละเอียด :

 

 

รถเกราะคอมมานโดสเก้าท์
(Commando Scout)

1. ความเป็นมาของโครงการ : เมื่อปี พ.ศ.2521 ศอว.ทบ. ได้ทดลองสร้างรถเกราะขึ้น 1 คัน ตามแนวความคิดของ พล.อ.เจริญ พงษ์พานิช ซึ่งเป้น เสธ.ทหาร อยู่ในขณะนั้น โดยยึดถือแบบรูปร่าง COMMANDO SCOUT ของบริษัท คาดีแลค สหรัฐอเมริกา เป็นรถใช้เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 130 แรงม้า และได้ทำการทดลองวิ่งเป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร ทั้งบนถนนและในภูมิประเทศ ต่อมาก็ได้ปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ อีกหลายครั้ง จนถึงปี พ.ศ.2523 ศอว.ศอพท. ได้รับงบประมาณให้สร้างรถเกราะ ต้นแบบคันที่ 2 อีก 1 คัน โดยใช้เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 150 แรงม้า รูปร่างใกล้เคียงกับคันแรก แต่มีขนาดใหญ่กว่าคันแรก ทาง ศอว.ศอพท. ได้ทดลองวิ่ง อยู่ประมาณ 1 ปี เป้นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร ผลปรากฎว่ารถมีขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก ไม่สมดุลย์กับขนาดของเครื่องล่าง เกิดการชำรุด ง่ายและมีข้อบกพร่องซ่อนเร้น ไม่คาดมาก่อนหลายประการ

2. มูลเหตุที่ขอให้ดำเนินการวิจัย : ในช่วงปี พ.ศ.2522 +- 2523 นั้น การสู้รบปราบปราม ผคก. ยังอยู่ในชั้นรุนแรง ฝ่ายทหารมักจะถูก ผกค. ซุ่มโจมตี ได้รับความเสียหายอยู่เสมอ ทำให้กำลังพลและยุทโธปกรณ์ต้องได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก พล.ท.สัมผัส พาสนยงภิญโญ ซึ่งดำรงตำแหน่ง ผบ.ศอว.ศอพท. อยู่ในขณะนั้น ได้มีแนวความคิดที่จะป้องกันและตอบโต้ฝ่าย ผกค. ที่คอยซุ่มโจมตีขบวนยานยนต์ของทหาร โดยการสร้างรถหุ้มเกราะขนาดเล็ก ๆ ขึ้น เพื่อเป้นการป้องกันและขวัญกำลังใจแก่ทหาร โดยขณะเคลื่อนพลด้วยยานยนต์ จากสถานการณ์และสภาพแวดล้อม ประกอบกับความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ที่ได้รับการสร้างรถเกราะ 2 คัน ต้นแบบที่ผ่านมา ศอว.ศอพท. จึงมั่นใจจะสร้างรถเกราะในแนวความคิดใหม่ขึ้นได้ และเพื่อให้มีการทดลองใช้จริงในสนามรบ โดยมุ่งหมายที่จะใช้รถตาม PILOT PROJECT  ที่ปฏิบัติการจริง โดยให้หน่วยรบตามชายแดน เช่น ทหารราบใช้เป็นรถควบคุมขบวนเดินทาง หรือใช้เป็นรถเข้าปะทะทำการสู้รบโดยทันที ที่มีการชุ่มโจมตีเกิดขึ้น ณ จุดใดจุดหนึ่ง เพราะ การปฏิบัติในขณะนั้น เมื่อถูกโจมตีครั้งใด ขบวนรถทุกทหารไปช่วยก็ได้ใช้รถ ขนาด 1/4 ตัน หรือ 3/4 ตัน ที่ไม่มีเกราะหุ้ม ซึ่งทำให้ฝ่ายเราได้รับอันตรายจากการซุ่มโจมตีจากฝ่าย ตรงข้ามทุกครั้ง ซึ่ง ผกค. จะรู้เสมอว่า เมื่อซุ่มโจมตีที่จุดใดแล้ว ก็จะจัดเตรียมซุ่มโจมตี ขบวนรถที่จะยกกำลังหนุนมาช่วยไว้ก่อนได้เสมอ และฝ่ายเราก็เป็นอันตรายทุกครั้ง แต่ถ้าใช้รถเกราะที่สร้างมาให้บรรทุกทหารได้คันละ 4 - 5 นาย จะสามารถเข้าช่วยฝ่ายเดียวกัน ที่ถูกซุ่มโจมตีได้แน่นอน โดยตนเองไม่ต้องถูกซุ่มโจมตีพินาศไปเสียก่อน อย่างที่เป็นอยู่เสมอ

3. ความมุ่งหมายของโครงการ : เพื่อ สร้างรถเกราะคอมมานโดสเก้าท์ จำนวน 5 คัน ให้หน่วยที่ออกปราบปราม ผคก. ใช้เป็น รถลาดตระเวนตามเส้นทาง เป็นรถคุ้มครองขบวนเดินทาง ใช้เป็นรถเข้าปะทะเมื่อถูกซุ่มโจมตี นอกจากนี้ยังใช้ป้องกันจุดสำคัญ และสถานที่สำคัญ ใช้ป้องกันสนามบิน ใช้เป้นฐานยิงในลักษณะต่าง ๆ เช่น การใช้เป็นฐานยิงเคลื่อนที่เร็วในการป้องกันสถานที่สำคัญ ๆ โดยติดตั้งอาวุธให้กับรถดังกล่าว มีอำนาจการยิงที่มีประสิทธิภาพ

4. ขอบเขตการวิจัย : 

  • แบบรูป จะกำหนดให้มีขนาดเล็ก มีกำลังสูง สามารถบรรทุกทหาร พร้อมสัมภาระได้ 4 - 5 นาย
  • โครงสร้างรถใช้เหล็กเกราะแผ่นหนา 9.5 มม. เพื่อให้สามารถป้องกันกระสุนปืนเล็กได้
  • ติดตั้งอาวุธ ปก. เอ็ม 60 และ ปก.5.56 ให้กับรถ เพื่อให้มีอำนาจการยิงป้องกันตัวเอง และป้องกันผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • วัสดุ อุปกรณ์ ตลอดจนชิ้นส่วนที่นำมาสร้าง ต้องมีความคงทนต่อการใช้งานจัดหาง่าย และใช้ของที่ผลิตได้ในประเทศมาดำเนินการให้มากที่สุด เว้นของบางอย่างที่จำเป็นต้องจัดหาจากต่างประเทศ
  • ชิ้นส่วนทางแมคานิกส์ สำหรับใช้ในการสร้างที่จัดหาไม่ได้ หรือมีลักษณะพิเศษ จัดทำโดยเจ้าหน้าที่ทางเทคนิคและช่างเทคนิคของ ศอว.ศอพท.
  • การประกอบ การสร้าง และการทดสอบ ดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ ช่างเทคนิคและเจ้าหน้าที่ทางเทคนิคของ ศอว.ศอพท. เว้นการทดสอบการใช้งานจากผู้ใช้นั้น ให้ ทบ. ดำเนินการ
  • เมื่อสร้างเสร็จแล้ว ต้องง่าย สะดวกต่อการใช้งาน การส่งกำลัง และซ่อมบำรุงในอนาคต

5. ผลที่คาดว่าจะได้รับ : เมื่อดำเนินการสร้างรถเกราะคอมมานโดสเก้าท์ สำเร็จแล้ว มีผลที่คาดว่าจะได้รับ ดังนี้

  • หน่วยที่ออกปราบปราม ผกค. เช่น หน่วยทหารราบ จะมีรถเกราะใช้เป็นรถลาดตระเวนตามเส้นทาง รถคุ้มครองขบวนเดินทางใช้เป็นรถเคลื่อนที่เข้าจุดปะทะเมื่อถูกโจมตี และเป็นการลดอันตรายให้แก่ฝ่ายเราได้มาก เนื่องจากมีเกราะกำบัง
  • สามารถใช้รถเกราะฯ ป้องกันจุดหรือสถานที่สำคัญ และใช้เป็นฐานยิงที่มีเกราะกำบังในลักษณะต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้เป็นฐานยิงเคลื่อนที่เร็ว
  • เจ้าหน้าที่ช่างเทคนิคจะได้รับ ความรู้และประสบการณ์ทางเทคโนโลยี ในการสร้างรถเหกราะหลาย ๆ อย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเชื่อมเหล็กเกราะซึ่งมีการเชื่อมผิดไปจากการเชื่อมเหล็กธรรมดา ซึ่งจะเป็นแนวทางในการสร้างรถเกราะชนิดอื่น ต่อไปได้
  • เป็นการฝึกบุคคลากร ของ ทบ. ให้มีความรู้ ความชำนาญ ซึ่งจะทำให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • ประหยัดงบประมาณในการจัดหารถเกราะจากต่างประเทศ ซึ่งจัดหาได้ยาก และมีราคาแพง

ระยะเวลาดำเนินการ : ใช้ระยะวลาดำเนินการ 5 ปี (2523 - 2528)  

คุณลักษณะเฉพาะ

พลประจำรถ 4 นาย
น้ำหนักพร้อมรบ 7 ตัน
ความกว้าง 2,180 มม.
ความยาว 5,070 มม.
ความสูงตัวรถ 1,730 มม.
ความหนาเกราะ 9 มม.
อาวุธ

  • ปก.93 ขนาด 0.50 นิ้ว (12.7 มม.)
1 กระบอก
  • ปก.เอ็ม 60 ขนาด 7.62 มม.
1 กระบอก
สมรรถนะ

  • ความเร็วสูงสุดบนท้องถนน
105 กม./ชม.
  • อัตราไต่ลาด
60 %
  • ความจุเชื้อเพลิง/ระยะปฏิบัติการ
150 ลิตร/335 กม.
เครื่องยนต์

  • Cummins 6 สูบดีเซลแบบ 378-C 4จังหวะ 145 แรงม้า ที่ 3,000 รอบ/นาที
  • เครื่องเปลี่ยนความเร็ว แบบ  Synchromesh
  • ระบบไฟตรง   24  โวลท์

 

รถเกราะล้อยางขนาด 7 ตัน
(Armoured Wheeled Vehicle)

ความเป็นมาของโครงการ : ตาม ที่ ผบ.ทบ. ได้อนุมัติหลักการให้ ศอว.ฯ ดำเนินการตามโครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างรถเกราะขนาดเล็ก แบบคอมมานโดสเก้าท์ จำนวน 1 คัน โดยใช้งบประมาณ ปี 23 ในวงเงิน 800,000.-บาท จากงบจัดหาผลิตของ รง.ตวพ.ฯ ที่ได้รับอนุมัติหลังการสั่งจ่ายไว้แล้ว และให้ สปช.ทบ. ให้การสนับสนุนต่อไปในปีงบประมาณ 24 ตามกำลังงบประมาณ จนกว่าจะแล้วเสร็จเป็นต้นแบบต่อไป จากความรู้ วิธีทำ ( Technical Know How ) ของโครงการ ดังกล่าวในปี 27 ศอว.ฯ (โดย รง.ตวพ.ฯ) ได้เริ่มดำเนินการวิจัยและพัฒนารถเกราะล้อยางขนาด 7 ตัน จำนวน 1 คัน จนประสบความสำเร็จ และได้ทดสอบในขั้นตอนการวิจัย ฯ เรียบร้อยแล้ว ศอว.ฯ จึงได้รายงานขอส่งรถเกราะล้อยาง ขนาด 7 ตัน จำนวน 1 คัน ให้กับ ทบ. (ผ่าน สวพ.ทบ.) เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

สวพ.ทบ. ได้เขิญ กรม ฝสธ., หน่วยที่เกี่ยวข้องและหน่วยเจ้าของโครงการ ประชุมพิจารณาผลการวิจัย ฯ รถเกราะล้อยาง ขนาด 7 ตัน ของ ศอว.ฯ เมื่อ 7 ต.ค.31 ที่ประชุมได้พิจารณาโดยละเอียดและรอบคอบแล้ว มีความ เห็นว่า รถเกราะล้อยาง ขนาด 7 ตัน ของ ศอว.ฯ เป็นรถเกราะแบบลำเลียงพล มีลักษณะเฉพาะยังไม่ตรงตามที่ กำหนดไว้ในโครงการ ฯ คือ ตัวรถไม่ได้ใช้เหล็กเกราะ จึงไม่สามารถยอมรับได้ และปัจจุบันความต้องการด้าน ยุทธการมีน้อยมาก จึงเห็นสมควรปิดโครงการวิจัย ฯ ไว้ในชั้นนี้ก่อน และเพื่อให้ทราบข้อมูลไว้ศึกษาในผลงานการวิจัยรถเกราะล้อยางที่ ศอว.ฯ ได้ดำเนินการไว้ ควรทดสอบผลงานวิจัย ฯ นี้ด้วยโดยให้ ศม. เป็นหน่วยรับผิดชอบในการทดสอบทางเทคนิคและในสนาม เพื่อให้สามารถมีข้อมูลไว้ศึกษาในผลงาน และมีเจ้าหน้าที่ของ สพ.ทบ. และ ศอว.ฯ ร่วมดำเนินการด้วย

จากการทดสอบทั้งทางเทคนิคและในสนาม โดยคณะอนุกรรมการ จาก ศอว.ฯ และ กรซย. ศอ.สพ.ทบ. ร่วมกัน ศม. สรุปได้ว่า รถเกราะล้อยาง ขนาด 7 ตัน มีสมรรถนะโดยทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ค่อนข้างดี ในโอกาสต่อไป หากกองทัพบกมีความจำเป็นทางด้านยุทธการ และจะให้มีการวิจัยพัฒนาเพิ่มเติมเพียงเฉพาะ เรื่องเหล็กเกราะที่ใช้ทำตัวรถให้สามารถป้องกันกระสุนปืนเล็กได้ก็จะเป็น เรื่องน่ายินดี ที่จะได้มีรถเกาะผลิตขึ้นเอง ในประเทศซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการทางทหาร ในสถานการณ์ลำเลียงผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย สมรรถนะไม่ได้ด้อยกว่ารถที่ผลิตจากต่างประเทศมากมายนัก

มูลเหตุที่ขอให้ทำการวิจัย : จากประสบการณ์การสร้างรถเกราะคอมมานโดสเก๊าท์ 5 คัน เป็น PILOT PROJECT ดังกล่าว ซึ่งสำเร็จไปแล้ว ในระดับหนึ่ง และได้หาข้อมูลจากหลาย ๆ ประเทศมาพิจารณา ศึกษาตั้งแต่ระบบต้นกำลัง ระบบส่งกำลัง รวม ทั้งชิ้นส่วนต่าง ๆ มาประกอบและสร้างขึ้นเอง ที่สั่งทำและจัดหาได้ภายในประเทศ จึงเกิดความมั่นใจว่า มีความเป็นไปได้อย่างแน่นอน ที่จะช่วยให้ปัญหาขาดแคลนยุทโธปกรณ์ประเภทนี้ยามที่ ทบ.ต้องการโดยไม่ต้องสั่งซื้อ สำเร็จรูปจากต่างประเทศ สามารถสร้างยุทโธปกรณ์ขึ้นใช้ได้เอง เป็นการประหยัดงบประมาณของชาติอีกด้วย

ความมุ่งหมายของโครงการ : เพื่อ ให้การสร้างรถเกราะล้อยาง ขนาด 7 ตัน เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน และตรงกับความต้องการของผู้ใช้ จึงกำหนดความมุ่งหมายที่สำคัญในการวิจัยสร้างต้นแบบ ไว้เป็นแนวทางปฎิบัติดังนี้

  • จะต้องออกแบบให้สามารถลำเลียงพลได้ 1 หมู่
  • จะต้องมีระบบอาวุธที่สามารถป้องกันตนเองได้รอบตัวเอง
  • จะต้องมีความคล่องตัวทั้งบนถนนและในภูมิประเทศได้ดี
  • จะต้องมีโครงสร้างที่แข็งแรงพอที่จะรับระบบอาวุธต่าง ๆ ได้
  • จะต้องมีเกราะป้องกันอาวุธปืนเล็กได้ทุกระยะยิง ตามแผนแบบที่กำหนดไว้

ขอบเขตของการวิจัย : การวิจัยพัฒนารถเกราะล้อยาง ขนาด 7 ตัน ได้กำหนดขอบเขตเพื่อความเหมาะสมไว้ ดังนี้

  • โครงสร้างทั่ว ๆ ไป ใช้เหล็กที่มีอยู่ในท้องตลาดแทนเหล็กเกราะ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายตาม งบประมาณที่มีอย่างจำกัด
  • ระบบต้นกำลังและระบบเครื่องเปลี่ยนความ เร็ว ต้องมีตัวช่วยในการปรับระดับเพลาส่งกำลังไปยัง คานเพลา  เพื่อความเหมาะสม ต่อการลดความเกะกะพื้นที่ภายในตัวรถ และความสูงของตัวรถ
  • การลุยน้ำลึก ยังมีขีดจำกัดตามเกณฑ์ แต่ได้แผนแบบในการพัฒนาไว้ว่า หากมีงบประมาณ ปรับปรุงสามารถดำเนินการต่อไปได้

ผลที่คาดว่าจะได้รับ : การวิจัยสร้างรถเกราะล้อยาง ขนาด 7 ตัน ผลที่คาดว่าจะได้รับมีดังต่อไปนี้

  • ทำให้ทราบข้อมูลแล้วว่า สามารถที่จะขยายขีดความสามารถของรถ ให้มีสมรรถนะสูงขึ้นทุกระบบได้ใกล้เคียง หรือทัดเทียมกับของต่างประเทศ
  • จะเกิดอุตสาหกรรมหนักขึ้นในประเทศ เพื่อก้าวไปสู่โลกสมัยใหม่ ที่สามารถเปิดสายการผลิตยุทโธปกรณ์ทางทหารได้เอง เป็นการพึ่งตนเอง และประหยัดงบประมาณของชาติได้อีกด้วย
  • เป็นที่คาดหมายได้ว่า กำลังพลของ ทบ. จะได้รับความรู้ ความชำนาญ และมีต้นแบบรถเกราะล้อยาง ขนาด 7 ตัน สำหรับให้กองทัพได้พิจารณาวางแผนงานในอนาคตได้เมื่อถึงคราวจำเป็น
  • ทำให้ง่ายและสะดวกต่อการส่งกำลังและซ่อมบำรุงในอนาคต เพราะสร้างชิ้นส่วนและประกอบได้ เองภายในประเทศ

การดำเนินงาน : 

  • คุณลักษณะทั่วไป รถเกราะล้อยาง ขนาด 7 ตัน จะมีคุณลักษณะอันเป็นพื้นฐานของยานรบ คือ ความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ เกราะป้องกันตัวและอำนาจการยิง ลำดับความสำคัญของคุณลักษณะเหล่านี้ ขึ้นอยู่กับภารกิจและลักษณะการใช้ยานรบนั้น ๆ สำหรับรถเกราะล้อยาง ขนาด 7 ตัน นี้ วัตถุประสงค์หลักที่สร้างขึ้นมาก็เพื่อใช้ภารกิจลำเลียงพล จึงจำเป็นต้องมีความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่สูง โดยเฉพาะภูมิประเทศยากลำบาก มีอำนาจการยิงพอป้องกันตัวได้ เนื่องจากการปฎิบัติการรบนั้นจะต้องเคลื่อนที่ไปพร้อมกับรถถังและทหารราบ โดยสามารถบรรทุกทหารไปได้ 1 หมู่ปืนเล็ก ที่มีความจำเป็นทางยุทธการในการเข้าตีที่หมาย แลแย่งยึดพื้นที่ในภารกิจเชิงรุก พร้อมกับได้มีการพัฒนาโครงสร้างให้รองรับอาวุธที่มีอำนาจยิงที่รุนแรงขึ้น ตามวิวัฒนาการสมัยใหม่ไว้ด้วย
  • การออกแบบชิ้นส่วน ชิ้นส่วนที่สำคัญของรถเกราะล้อยาง ขนาด 7 ตัน นั้น คำนึงถึงการใช้งานได้ตามลักษณะโดยทั่วไป ในประเทศ และสามารถจัดหาชิ้นส่วนอุปกรณ์ได้เองภายในประเทศไม่มีการผลิต จำเป็นต้องจัดหาจากต่างประเทศเพื่อนบ้านมาประกอบสร้างให้มีความสมบูรณ์ยิ่ง ขึ้น ดังมีชิ้นส่วนองค์ประกอบดังนี้
    • เครื่องยนต์
    • เครื่องเปลี่ยนความเร็ว
    • ชุดเฟืองถ่ายทอดกำลัง
    • เครื่องเปลี่ยนเพลาขับ
    • เพลาส่งกำลัง
    • เพลากงล้อและยาง
    • เครื่องผ่อนและรับอาการสะเทือน
    • ระบบบังคับเลี้ยว
    • ระบบห้ามล้อ
    • ระบบไฟฟ้า
    • โครงสร้างตัวถังรถ
    • ระบบป้อมปืน
    • ระบบสื่อสาร
    • ระบบระบายอากาศ
    • อุปกรณ์ประกอบทั่ว ๆ ไป และเครื่องมือสนาม
    • ชุดแผงเครื่องวัด

บทสรุป : การ ทดสอบ เนื่องจากมีระยะเวลาจำกัดดังได้กล่าวมาแล้ว ผลการทดสอบจึงไม่พบข้อบกพร่องที่สำคัญ มีเหตุขัดข้องเพื่อ 1 ครั้ง สายคันเร่งหลุดในขณะทำการไต่ลาด สาเหตุเนื่องจากคลัชท์ชำรุด ได้ดำเนินการแก้ไขใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ชม. กลับเป็นปกติ สามารถทำการทดสอบได้ต่อไปจนเสร็จสิ้นภารกิจ สำหรับระบบต่าง ๆ อันได้แก่ ระบบเครื่องกำเนิดกำลัง , ระบบขับเคลื่อน, ระบบระบายความร้อน , ระบบไฟฟ้า , ระบบโครงรถ , ระบบน้ำมันเชื้อเพลิง , ระบบห้ามล้อ , ระบบติดต่อภายในรถ ตลอดจนระบบซ่อมบำรุง อยู่ในเกณฑ์ ที่เหมาะสมสำหรับทางทหาร ซึ่งได้ทำการเปรียบเทียบในบางระบบที่สำคัญ กับรถเกราะคอมมานโด วี - 150 ของ สหรัฐ ฯ ซึ่งมีประจำการอยู่ในกอบทัพไทย จากผลการทดสอบทั้งทางเทคนิคและในสนาม โดยคณะอนุกรรมการจาก ศอว.ฯ และ กรซย.ศอ. สพ.ทบ. ร่วมกับ ศม.สรุปได้ว่ารถเกราะล้อยาง ขนาด 7 ตัน มีสมรรถนะโดยทั่วไปเกณฑ์ปานกลางค่อนข้างดี ในโอกาสต่อไปหากกองทัพบก มีความจำเป็นทางด้านยุทธการ และหากมีการวิจัยพัฒนาเพิ่ม เติมเพียงเฉพาะเรื่องเหล็กเกราะที่ใช้ทำตัวรถให้สมารถป้องกันกระสุนปืนเล็ก ได้ ก็จะเป็นเรื่องน่ายินดี ที่จะได้มีรถเกราะผลิตขึ้นเองในประเทศ ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการทางทหารในสถานการณ์ลำเลียงพล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย สมรรถนะไม่ได้ด้อยกว่ารถที่ผลิตจากต่างประเทศมากมายนัก

คุณลักษณะเฉพาะ

พลประจำรถ 3 นาย
น้ำหนักพร้อมรบ 7 ตัน
ความกว้าง 2,150 มม.
ความยาว 5,420 มม.
ความสูงตัวรถ 1,800 มม.
ความหนาเกราะ 6.4 มม.
อาวุธ

  • ปก.93 ขนาด 0.50 นิ้ว (12.7 มม.)
1 กระบอก
สมรรถนะ

  • ความเร็วสูงสุดบนท้องถนน
100 กม./ชม.
  • อัตราไต่ลาด
60 %
  • ความจุเชื้อเพลิง/ระยะปฏิบัติการ
150 ลิตร/450 กม.
เครื่องยนต์

  • ISUZU 6 สูบดีเซลแบบ 6BD1 160 แรงม้า ที่ 3,200 รอบ/นาที
  • เครื่องเปลี่ยนความเร็ว ISUZU MED 5S
  • ระบบไฟตรง   24  โวลท์


   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:InFerNo
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 15/1/2554
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :งานวิจัยและพัฒนาที่แล้วเสร็จเป็นต้นแบบ ศอพท.

น่าจะสานต่อนะครับ เสียดายจัง

ค่อย ๆ ทำไป  ได้ผลยังไงก็พัฒนาเรื่อย ๆ

ส่วนหนึ่งมาลงอุตสาหกรรมยานยนต์ยี่ห้อไทยทำเอง ใช้เองในประเทศ

เงินไม่รั่วไหล มีแต่ได้ ทั้งเทคโนโลยี ทั้งเงิน

อิอิ

 




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:tik
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 16/1/2554
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :งานวิจัยและพัฒนาที่แล้วเสร็จเป็นต้นแบบ ศอพท.

ขอบคุณเรื่องดีๆที่นำมาเล่าครับ

อยากให้มีล้อเพิ่มหน้าหลังอย่างละ 2 ล้อ(เหมือน...)

ใช้เพลาแยกกันหน้าหลัง เพิ่มกำลังเครื่องยนต์ให้เกิดความคล่องตัว

(เดี๋ยวโดนยิงล้อหลุดแล้วไม่ต้องไปไหนเลยนะ) อิอิ




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:tik
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 16/1/2554
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :งานวิจัยและพัฒนาที่แล้วเสร็จเป็นต้นแบบ ศอพท.

ลืมดูไปครับ ตัวรถมันสั้นถ้าเอามาแทน REVA ก็โอเคครับ




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top





ตอบกระทู้