ตอบกระทู้
  ข้อมูลผู้ตั้งกระทู้
  

   ชื่อ:dw5000th
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 25/8/2556
   แก้ไขโปรไฟล์

แนวทางที่กองทัพเรือใช้ในการจัดหาเรือดำน้ำในอนาคต



รายละเอียด :

ไหนเรื่่องเรือฟริเกตก็เงียบๆไปผมจึงขอตั้งคำถามใหม่เกี่ยวกับเรือดำน้ำเพราะพม่าเริ่มคิดจะจัดหาเรือดำน้ำแล้วรวมไปถึงขยายกำลังทางเรืออย่ารวดเร็ว เรื่องการจัดหาเรือฟริเกตจากเกาหลีนั้น ทร. อาจจะใช้ต่อยอดไปเป็นแนวทางไปสุ่เรือดำน้ำ สันชาติเกาหลี ดังนั้น ผมจึงของตั้งความเป็นไปได้และจัดอันดับเรือดำน้ำที่ อาจจะมาประจำการในราชนาวีไทยครับ ถ้าใครมีความคิดเห็นและข้อมูลที่มีความเป็นไปได้มากกว่านี้ก็ข้อให้ช่วยเสนอแลกเปลี่ยนมาหน่อยนะครับ

1.ถ้ามาทางเกาหลี

เรือดำน้ำฝึกยเรือชังโบโก (SSK Chang Bogo 061) กองทัพเรือเกาหลี หรือ U209 มือ2 เวอร์ชั้นเกาหลีนั้นเองยราชนาวีไทยส่งเจ้าหน้าที่ไปศึกษาอบรมเกี่ยวกับเรือชั้นนี้ในเกาหลียหรือจะชื้อมือหนึ่งอย่างยKS 500A มาใช้ฝึก แล้วขอสั่งยDW-1400Tยมาเป็นเรือรบหลักตามที่หลายๆท่านเคยเสนอความคิดเห็นไว้



(SSK Chang Bogo 061)

(SSK Chang Bogo 061)

DW-1400T(เป็นภาพแทนเพราะหาภาพจริงไม่เจอ)

DW-1400T(เป็นภาพแทนเพราะหาภาพจริงไม่เจอ)





แก้ไขข้อมูล : วันที่ 2013-08-22 12:34:57 โดย : dw5000th

   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:dw5000th
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 22/8/2556
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แนวทางที่กองทัพเรือใช้ในการจัดหาเรือดำน้ำในอนาคต

2. ทางฝั่งสวิเดน

เรือดำน้ำที่่ใช้สำหรับฝึก เป็น a17 เพราะสวิเดนมีแผนจะปลด โดยไทยหน้าจะขอชื้อมาแล้วทำการปรับปรุ่งได้ไม่หน้าจะอยากเพราะเราเป็นลูกค้าหลักของเขา แล้วหลังจากนั้นก็ชื้อ a 19t มือสองต่อจากเขาเพราะเขาจะประจำการด้วย A26 หรือเราจะชื้อ A26 เป็นเรือรบหลักไปเลยถ้ามีงปมาก

 

 












ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:dw5000th
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 22/8/2556
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แนวทางที่กองทัพเรือใช้ในการจัดหาเรือดำน้ำในอนาคต

3.ได้ความคิดเห็นมาจากกระทูเรือดำน้ำก่อนหน้านี้บวกกับ ชอบแบบเรือฟริเกตที่สเปนเสนอแข่งขัน ผมว่าถ้าเราเลือกเรือสเปนตั้งแต่แรกเรือดำน้ำสเปนก็หน้าจะมาด้วยแน่นๆเพราะหน้าสนใจ แต่ถึงเรือฟริเกตไม่มาแต่เรือดำน้ำมาก็ได้อยู่เพราะหน้าสนใจ

เรือฝึกเป็น Agosta ปรับปรุงแล้วเรือรบหลักเป็น S-80 ชึ่งไม่เป็นรองใครเหมือนกันครับและมีต่อใช้งานจริงแล้วจึงไม่ต้องกับเรื่องอไหล่







แก้ไขข้อมูล : วันที่ 2013-08-22 12:41:46 โดย : dw5000th


ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:dw5000th
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 22/8/2556
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แนวทางที่กองทัพเรือใช้ในการจัดหาเรือดำน้ำในอนาคต

1




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:dw5000th
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 22/8/2556
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แนวทางที่กองทัพเรือใช้ในการจัดหาเรือดำน้ำในอนาคต

หน้าสนใจ




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:rayong
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 24/8/2556
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แนวทางที่กองทัพเรือใช้ในการจัดหาเรือดำน้ำในอนาคต

ผมคิดว่าหลังจากเกาหลีต่อเรือฟริเกตลำแรกเสร็จก็จะตามด้วยเรือดำน้ำ U-209 AIP จำนวน 2  ลำ เหตุผลเพราะ

1. ตามแผนเดิม ทร. ตั้งใจจะซื้อเรือดำน้ำ U206  6 ลำ แต่ทางกลาโหมต้องการซื้อ U209 จากเกาหลีทำให้ต้องยกเลิกโครงการ U206 ไป แต่ก็ไม่กล้าดันโครงการ U209 เลยทันทีจึงเปลี่ยนเป็นเรือฟริเกตมาคั่นรายการ 1 ลำแล้วตามด้วย U209 AIP 2 ลำ

2. ที่ ทร. กล่าวว่าจะต่อเรือฟริเกตลำที่สองในไทย ผมจึงเห็นว่า ลำพังสัญญาต่อเรือฟริเกตแค่ 2 ลำคงไม่น่าจะทำให้เกาหลียอมให้ไทยต่อเรือเอง ต้องมีอะไรเพิ่มเตมแน่เช่นให้เกาหลีต่อเรือดำน้ำให้




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:กัปตันนีโม
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 24/8/2556
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แนวทางที่กองทัพเรือใช้ในการจัดหาเรือดำน้ำในอนาคต

การต่อเรือฟริเกต 2 ลำไม่น่ามีความเกี่ยวข้องอะไรกับโครงการเรือดำน้ำเลยครับ (เกี่ยวกันอย่างเดียวที่เป็นการพัฒนากำลังรบของ ทร.เหมือนกัน) ถ้าจะมองตั้งแต่ความเป็นมา ทร.มีความต้องการเรือดำน้ำมาโดยตลอดตั้งแต่รับเรือ Knox มาใหม่ๆ หรือก่อนหน้านั้นด้วยซ้ำ ส่วนการต่อเรือฟริเกต 2 ลำวัตถุประสงค์คือเพื่อทดแทนเรือฟริเกตเดิมที่ใกล้ถึงเวลาปลดระวางประจำการ ซึ่งก็คือเรือ Knox 2 ลำนั่นเอง และการคัดเลือกเรือฟริเกตก็คัดเลือกจากขีดความสามารถตามความต้องการที่ ทร.กำหนดไว้สำหรับเรือฟริเกต ถ้าจะคัดเลือกเรือดำน้ำก็ต้องมาดูขีดความสามารถเรือดำน้ำตามความต้องการที่ ทร.กำหนดสำหรับเรือดำน้ำกันอีกที ไม่ใช่ว่าเลือกต่อเรือผิวน้ำเกาหลีแก้เขินที่โครงการเรือดำน้ำเยอรมันล่ม (เอามาเกี่ยวกันได้ไง) ถ้างั้นถ้าเลือกแบบเรือ LCS เราไม่หวังเรือดำน้ำนิวเคลียร์กันเลยหรือครับ เพราะสหรัฐฯ ไม่ต่อเรือดำน้ำดีเซล หรือถ้าเกี่ยวกันจริงและ ทร.อยากได้เรือดำน้ำเยอรมันก็คงเลือกแบบเรือฟริเกตเยอรมันไปแล้ว




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:superboy
   คะแนน:2
  โพสวันที่ 24/8/2556
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แนวทางที่กองทัพเรือใช้ในการจัดหาเรือดำน้ำในอนาคต

เข้ามาบอกเฉยๆว่าอย่าตัด"สกอร์เปี้ยน"ออกจากรายชื่อสิครับ เรือลำนี้ขายได้แล้ว14ลำและมีคิวสร้างอีกยาวเลย เรือใหม่เอี่ยของเราไม่ได้ซื้อใน5-10ปีนี้หรอกอะไรก็ยังเกิดขึ้นได้เสมอ




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:dw5000th
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 25/8/2556
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แนวทางที่กองทัพเรือใช้ในการจัดหาเรือดำน้ำในอนาคต

4 ตัวเลือกของฝั่งฝรั่งเศษ ที่ผมไม่เสนอเพราะเป็นไปได้อยากคือ

- กองทัพไทยมีประสบการณ์ไม่ค่อยดีกลับอาวุธฝรั่งเศษมากนักตั้งแต่สงครามโลก ผมจึงคิดว่าถ้าไม่จำเป็นจะไม่ถูกจัดมาเป็นอาวุธหลักครับ แต่ถ้าอาวุธแบบรองๆอะพอไหวในจำนวนไม่มากนัก

- กองทัพมาเลเชียมีแล้ว และก็มีเรื่องไม่ค่อยดีเกี่ยวกับเรือดำน้ำชั้นนี้ คือยังมีปัญหาอยุ่

5 ตัวเลือกจากรัฐเชีย นี้ไม่หน้าจะเป็นไปได้เพราะถ้า ทร เน้นการรบแบบเป็นเครื่อยข่าย ถ้าจะให้สือสารด้วยกันได้ยิ่งต้องใช้งปเพิม่ขึ้นอีก

6 ของอิตาลิก็หน้าสนใจ แต่ยังมีความไม่แน่นอนในโครงการ

7 ของจีน ทร ไม่มันใจในคุณภาพ เพราะยังมีความคิดทางด้านรบอยู่สำหรับเรือจีน

8 เยรมันนี ใครๆก็อยากได้ แต่มันแพงเกินงปอยู่หลายเท่าตัว ที่สำคัญเป้นไปได้อยากมากเพราะขนานโครงการเรือฟริเกต มีข่าวมาว่าพี่แกกลับบ้านเกิดก่อนเพื่อนเลย เพราะมองแล้วราคาหน้าจะขาดทุนนะครับ

สุดท้ายต้องให้ ทร กำหนดความต้องการและราคามาก่อนว่ามีเรือของชาติใดตรงตามความต้องการมั่ง และคงจะมาสู้กันในออฟชั่นอีกทีครับผมว่า เหมือนกันกรณี รถถังหลักของกองทัพบก ว่าเกาหลีมาแน่ เยรมันมาแรง สุดท้ายเจอม้ามืออย่างยูเครน T 84 M อิอิ ถ้ายูเครนต่อเรือฟริเกตและดำน้ำได้คงจะเสร็จพี่แก่แน่ๆ




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:nok
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 25/8/2556
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แนวทางที่กองทัพเรือใช้ในการจัดหาเรือดำน้ำในอนาคต

- กลับมาที่เรื่องเรือดำน้ำ ไม่ทราบว่าเรือดำน้ำจากจีนน่าสนใจไหม?

ทาง กองเรือดำน้ำก็ไปดูเรือดำน้ำที่จีนเช่นกัน แต่ทางจีนบอกว่าถ้าจะขายให้เราก็คงขายเรือชั้น Song ให้ไม่ได้ เพราะเราเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นกับสหรัฐ จึงกลัวว่าข้อมูลจะรั่วไหลได้ ถ้าจะขายให้ก็คงขายเรือที่ออกแบบให้ใหม่ ซึ่งก็จะเป็นรุ่นที่ดาวน์เกรดลงมาจากชั้น Song อีกทีหนึ่ง ทางเราก็กังวลเพราะถ้าออกแบบให้ใหม่นั้นจะทำให้เราเป็นผู้ใช้ประเทศเดียวโดย ยังไม่เคยมีใครใช้งานและพิสูจน์ประสิทธิภาพมาก่อน ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงได้ แม้กระทั่งจีนเองก็ยังไม่ใช้งานเองจึงยิ่งเสี่ยงมากขึ้น

- แล้วเรือ U-209 ของเกาหลีใต้เป็นอย่างไรบ้าง?

ทาง เราก็ไปดูมาแล้วเช่นกัน ดูแล้วก็ OK เนื่องจากทางเยอรมันค่อนข้างควบคุมมาตรฐานการผลิตได้ดี ถ้าถามว่าตอนนี้ให้เอาเรือ U-209 ของเกาหลีใต้จะเอาไหม ก็ต้องตอบว่าเอาแล้ว ให้เอาก็ได้

- เรือที่สร้างในเกาหลีใต้มาตรฐานต่างจากเรือเยอรมันมากไหม?

ต่าง บ้างแต่ไม่มาก เพราะเยอรมันดูแลควบคุมอยู่ อย่าง U-209 ก็ใช้ระบบอำนวยการรบแบบเดียวกับ U-206A ด้วยซ้ำ รุ่นเดียวกันเลย จะแตกต่างกันตรงที่เรือดำน้ำเยอรมันมีออปชั่นให้เลือกมากกว่าเท่านั้น พอไปเห็นแล้วก็น่าเสียดายที่เราไม่สามารถจัดหา U-206A ได้

- แปลว่า ณ วินาทีนี้ ถ้าจะให้เอา U-209 ก็ถือว่าไม่น่าเกลียด?

ถ้า คิดในแง่ดีก็คือแบบเรือ U-209 มีผู้ใช้มาก ถือว่าพิสูจน์ประสิทธิภาพมาแล้วทั้งการใช้งานปกติและการรบจริง ส่วนออปชั่นระบบต่างๆ ข้างในเราคงต้องเลือกเอาให้เหมาะกับเรา โดยเป็นระบบใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นของเกาหลีใต้

- ถามตรงๆ ว่า ถ้าพรุ่งนี้ให้ไปขออนุมัติจัดหา U-209 จากเกาหลีใต้เลยได้ไหม?

พอ ยอมรับได้ อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่มีอะไร เรามั่นใจว่ามันใจว่าเราสามารถฝึกคนให้ทำงานกับเรือดำน้ำได้เต็มประสิทธิภาพ เพราะแม้แต่ U-206A เราก็ยังมั่นใจว่าต่อให้เจอเรือดำน้ำที่ทันสมัยในอ่าวไทยเราก็สู้ได้แน่นอน เพราะ U-206A มีขนาดเล็ก ซึ่งจะได้เปรียบเรือดำน้ำขนาดใหญ่กว่าในน่านน้ำที่ไม่ลึกนัก อ่าวไทยลึกเฉลี่ย 40 เมตร เพราะเรืออย่าง Kilo ก็ดูแล้วอาจจะใหญ่ไปสักนิดสำหรับประเทศไทย ส่วนเรือชั้น Amor นั้นยังไม่มีคนใช้เลย ถ้าจะใช้ของรัสเซียคงจะเป็นชั้น Kilo มากกว่า

และ น่านน้ำบ้านเราเป็นเขตที่น้ำไม่ลึกนัก ซึ่งจะมีเสียงรบกวนเกิดขึ้นได้ง่าย ดังนั้นไม่ว่าเรือเงียบขนาดไหนก็มีโอกาสหาเจอได้ แต่ก็ต้องใช้เรือดำน้ำด้วยกันเองในการหา เพราะบ้านเราเป็นเมืองร้อน อุณหภูมิที่ผิวน้ำจะสูงกว่าด้านล่าง ซึ่งจะทำให้โซน่าร์ของเรือผิวน้ำเกิดหักเหจากอุณหภูมิที่ต่างกันจากทำให้ เกิด Shadow Zone ซึ่งเป็นข้อจำกัดทางฟิสิกส์ ทำให้ถ้าเรือดำน้ำไปอยู่ใน Shadow Zone เรือผิวน้ำหรืออากาศยานนั้นไม่ว่าจะทันสมัยแค่ไหนก็หาไม่เจอ

แต่ สุดท้ายแล้ว ถ้าผู้ใหญ่ตัดสินใจอะไรมาเราก็ต้องรับตรงนั้น และฝึกคนให้ใช้เรือที่มีให้มีประสิทธิภาพสูงสุด แบบสหรัฐอเมริกาที่เขาจะเน้นมากเรื่องการฝึกคน

 

บางส่วนจาก  http://www.thaiarmedforce.com/taf-special/513-tafspecial641.html   ครับ




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:dw5000th
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 25/8/2556
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แนวทางที่กองทัพเรือใช้ในการจัดหาเรือดำน้ำในอนาคต

ดูแล้วนะครับว่าอีนนานกว่าเกาหลีจะปลดเรือ U209 และถ้าขายให้เราคงจะราคาแพงมากนะครับ ถึงจะอัพเกดให้เราแล้วแต่ราคาคงจะไกล้

เครียงกับมือหนึ่ง เหมือนที่มีข่าวเคยออกมา 2 ลำเกือบ 4 หมื่นล้าน งงเลยผม อรกอย่างของเกาหลีบางอย่างผมกลัวว่าชื่อมาแล้วปัญหาหลายๆอย่างจะตามมา ยิ่งคนเกาหลีคงเรื่องมากเรื่องอาวุธไม่แพ้อเมริการเลยผมว่า แต่มันคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่พอจะทำให้กองทัพเรือเรามีเรือดำน้ำได้แล้ว ณ นาทีนี้ครับ แต่ถ้าเป็นไปได้ เรือฝึกเป็น Agosta ปรับปรุงไปก่อนรอเรือจากเกาหลีหน้าจะไม่แพง เพราะสเปนมีแผนจะไป ถ้าเราไปขอชื้อก่อนสเปนหน้าจะปลดให้เราก่อนกำหนดนะครับ เพราะประเทศเขากำลังต้องการเงิน และอีกอย่างเรื่องความความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศเราก็ยาวนานและแนบแน่น




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:กัปตันนีโม
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 25/8/2556
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แนวทางที่กองทัพเรือใช้ในการจัดหาเรือดำน้ำในอนาคต

อ่านข้อความข้างบนของท่าน Nok แล้วก็มีความเห็นคล้อยตามมาตลอดนะครับ ติดอยู่ตรงย่อหน้าก่อนสุดท้ายนิดเดียว

จริงอยู่ที่สภาพแวดล้อมใต้น้ำในพื้นที่ไม่ลึกมากและใกล้ฝั่งจะมีเสียงรบกวนเยอะ แต่เสียงรบกวนนั้นมาจากภายนอกมากกว่า เช่นเรือที่ผ่านไปมา หรือสิ่งมีชีวิตในทะเลมากกว่า ซึ่งหมายความว่าเรือดำน้ำยิ่งเงียบยิ่งหายาก ไม่ใช่มีเสียงรบกวนแล้วจะหาเรือดำน้ำได้ง่ายขึ้น (พูดเหมือนเสียงรบกวนจะไปสะท้อนตัวเรือทำให้ตรวจจับง่ายขึ้น) ซึ่งดูเผินๆ แล้วเหมือนจะเป็นการให้เหตุผลสนับสนุนกันดี มีการกล่าวถึงเรื่องอุณหภูมิน้ำด้วย แต่เหตุผลตรงเรื่องเสียงรบกวนทำให้ตรวจจับได้นี้ผิดหลักทางฟิสิกส์และวิทยาศาสตร์อย่างสิ้นเชิง ซึ่งต้องยอมรับว่าโดยทั่วไปแล้วคนทั่วไปยังมีความเข้าใจทางเทคนิคคลาดเคลื่อนอยู่มาก (เรื่องอ่าวไทยตื้นเครื่องบินมองเห็นเรือดำน้ำที่ดำอยู่ได้นี่ก็อีกเรื่อง) และคนใน ทร.เองก็ยังไม่แม่น 100% เรื่องนี้กัน ทำให้บางทีออกมาให้ข้อมูลที่ดูจะขัดกันเองบ้าง ซึ่งตอนนี้ผมเห็นว่า ทร.เริ่มไปถูกทาง คือเริ่มส่งคนไปศึกษาเรื่องเรือดำน้ำจากประเทศผู้ผลิตมากขึ้น (เมื่อก่อนก็มีส่งคนไปหลักสูตรเรือดำน้ำ แต่ส่งไปครั้งละคนสองคน หลายๆ ปีถึงจะมีซักครั้ง ซึ่งน้อยเกินไป) ก็หวังว่าเมื่อขึ้นโครงการเรือดำน้ำคราวหน้า ทร.จะสามารถใช้ข้อมูลทางเทคนิคในการตอบข้อสงสัยของสื่อและประชาชนได้ชัดเจนมากขึ้นครับ




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:กัปตันนีโม
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 25/8/2556
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แนวทางที่กองทัพเรือใช้ในการจัดหาเรือดำน้ำในอนาคต

ขอตอบท่าน dw5000th เรื่องการซื้อเรือมือ 2 แล้วต่อด้วยเรือทดแทน (มือ 1 หรือมือ 2) ข้ามค่ายผู้ผลิต ด้วยข้อความที่เคยโพสต์ไว้ในอีกกระทู้ดังนี้ครับ

"การซื้อเรือมือ 2 เพื่อมาเริ่มหาประสบการณ์และฝึกความชำนาญก่อน เป็นเรื่องที่น่าสนใจครับ แต่ควรจะมองไปข้างหน้าถึงเรือชุดหลักที่จะมาทดแทนเรือมือ 2 ชุดแรกด้วย เนื่องจากเรือดำน้ำลำหนึ่ง นอกจากตัวเรือแล้วยังต้องมีสิ่งสนับสนุนอื่นๆ เช่น ระบบการซ่อมบำรุง อะไหล่ สิ่งอำนวยความสะดวกที่ท่าเรือ ระบบอาวุธ ไปจนถึงระบบการฝึกกำลังพล ซึ่งสิ่งสนับสนุนพวกนี้จะมีความเฉพาะเจาะจงกับพื้นฐานของเรือดำน้ำลำนั้น และในกรณีของการซื้อเรือมือ 2 ย่อมเหลืออายุการใช้งานกับเราไม่นาน (อาจจะ 10-20 ปี) และในที่สุด ทร.ก็ต้องมีโครงการหาเรือมาทดแทน และเมื่อถึงเวลานั้นหากได้เรืออื่นที่มีพื้นฐานแตกต่างกัน จะทำให้ ทร.ต้องลงทุนกับสิ่งสนับสนุนต่างๆ ใหม่เกือบทั้งหมด และทำให้การลงทุนกับเรือชุดแรกไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร"

[...]

"ส่วนเรื่องเรือดำน้ำต่างค่าย ถึงจะดูคล้ายกันโดยผิวเผิน (เช่นมาตรฐานยุโรปเหมือนกัน) แต่รายละเอียดภายในมีความแตกต่างกันพอสมควรครับ ตั้งแต่ concept ในการออกแบบเรือและการคำนวณ เยอรมันก็คิดไม่เหมือนชาวบ้านแล้ว (เยอรมันใช้หลักคำนวณการดำด้วยการลดปริมาตร ส่วนค่ายอื่นใช้การคำนวณด้วยการเพิ่มน้ำหนัก) นอกจากนี้ยังมีแนวคิดพื้นฐานที่แตกต่างกันอีก เช่น การจัดวางห้อง อุปกรณ์ความปลอดภัย การควบคุมอาวุธ ระบบขับเคลื่อน ไปจนถึงการเชื่อมต่อระบบอำนวยการรบ จิปาถะอีกยิบย่อย ถ้าจะลงละเอียดจริงๆ พวกปั๊มเครื่องจักรช่วยก็ยังต่างกัน บางค่ายใช้มอเตอร์ AC บางค่ายใช้มอเตอร์ DC ดังนัั้นถ้ามาต่างค่ายรับรองได้ปวดหัวแน่ครับ ส่วนระบบ manual กับ auto ต้องใช้เวลาเรียนรู้เพิ่มเติมแน่นอน แม้กระทั่งเยอรมันเองก็เจอปัญหานี้ตอนกระโดดจาก 206A ไป 212A แต่อย่างน้อย concept ด้านอื่นก็ยังคงใช้พื้นฐานเดิม และยังใช้ประโยชน์จากประสบการณ์เดิมได้ครับ"




728X90_04
ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:dw5000th
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 25/8/2556
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :แนวทางที่กองทัพเรือใช้ในการจัดหาเรือดำน้ำในอนาคต

ท่าน กัปตันนีโม ที่ผมต้องการให้เราไปเอาเรือสเปนมาก่อนเพราะว่ามันเก่ากว่าของ U209 เกาหลี นำมาฝึกดำและฝึกใช้งานเรือดำน้ำให้ชินมือก่อนอีกอย่างเรือสเปนมันต้องทำการอัพเกดอยู่ดี ดังนั้นถ้าทำการอัพเกดก็สามารถน้ำระบบมาตฐานของเยรมันเข้าไปผมว่าหน้าจะได้เหมือนเราชื้อรถมือสองมาขัดฝึกขับไปก่อน  พอได้เรือดำน้ำเกาหลีU209 ที่ใหม่กว่าของสเปนเราก็จะได้เรียนรู้เทคโนโลยีที่ใหม่ขึ้นมาอีกขั้นเหมือนชื้อรถมือสองที่เป็นรุ่นใหม่กว่าและสภาพดีกว่าขึ้นมาอีกระดับสำหรับขับออกงานและออกถนนใหญ่ได้     พอเกาหลีพัฒนาเรือดำน้ำของตัวเองสำเร็จราคาหน้าจะถูกอยู่บวกกับการเงินของประเทศเราหน้าจะดีขึ้นก็ไปถอยมือหนึ่งมาใช้ ส่วนU209 ก็ใช้มาเป็นเรือดำน้ำฝึกมาแทนของสเปน




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top





ตอบกระทู้