ตอบกระทู้
  ข้อมูลผู้ตั้งกระทู้


   ชื่อ:Jukakeng
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 28/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ



รายละเอียด :

ลองทฤษฎีใหม่ไหมครับ.......??

ตามทฤษฎี Win Win ที่เราเคยเรียนมาลองปรับมาใช้ไหมครับ??

โดยมีโจทย์คือเรามีงบในล็อต 2 อยู่ 500 ล้านยูเอสและมาลองดูว่า

กว่าJas-39จะเข้าประจำการที่สุราฎฯกี่ปี...ซึ่งในช่วงนี้ยังมี F-5eประจำการ

ใช้งานอยู่ ในช่วงนี้เราก็ต้องรอใช่ไหมครับ???

    กว่าเครื่องใหม่จะเข้าประจำการครบก็เกือบ 2 ปี ก็ยังเป็นช่วงที่ ทอ. นำ

เรื่องการซื้อเครื่องล็อต 2 เข้า ครม. ในเกณฑ์ที่เข้ามาพิจารณานี้ผมขอ

ยกมาในกรณีเครื่องมือสองนะครับ โดยเลือก Jas-39 ทอ.สวีเดนที่จะ

ปลดพัก และ เครื่อง F-16 c/d 50/52 ทอ.สิงคโปร์ โดยไม่

คิดถึงเรื่องการเมืองเข้ามาตัดสินนะครับ

    เรื่องนี้อาจจะค้าในความเห็นของหลายคนอีกมาก

อีก 2 ปีเป็นช่วงเวลาตัดสินใจครับ

1.คิดในแง่ Jas-39 ทอ.สวีเดน ใช้เรื่องความใกล้ชิดใน

การซื้อล็อตแรกเราได้เครื่อง 6 ลำ AEW ระบบภาคพื้น

ความรู้ของ จนท.ล็อต 2 เนี่ยเราไม่จำเป็นเลยที่จะเอา

เครื่องใหม่เพียงแต่เราดูว่า สเป็คเครื่องมือสองเนี่ยตรงกะ

ล็อตแรกเราไหม?ผมว่าวิธีนี้จะได้เครื่องมากกว่า 12 ลำที่

หวังไว้ครับ

2.F-16 c/d 50/52 ทอ.สิงคโปร์เนี่ยแจ่มไม่ใช่น้อยนะครับ

ลองดูว่าเค้าจะขายให้เราไหม?ขายให้เท่าไหร่?และที่

สำคัญ ระบบ Data Link ใน F-16 ใช้ระบบเดียวกับเราไหม

ที่เซฟคืออุปกรณ์ภาคพื้นใช้กะเราได้หมดทั้ง BVR จำได้

ลางๆๆ ว่าเขาก็ใช้ระเบิดต่อต้านเรือได้เหมือนกัน

(อันนี้รอผู้รู้ครับ)

    ซึ่งสองกรณีที่ยกมาเนี่ยเราเลือกได้ครับว่าจะเอายังไง

อยากได้ลูกเล่นยังไงเพราะทั้งสองประเทศเป็นเพื่อนบ้าน

ที่ถือว่าสนิทกะเรานะครับ จะเสียก็ถ้าซื้อของสิงคโปร์เนี่ย

อาจจะมีออฟชันให้ใช้พื้นที่ทอ.ในบ้านเราด้วยก็อาจจะได้

เครื่องเพิ่มอีกด้วยนะครับ

 

โอ๊ย......คิดแต่ได้กับได้     ช่วยๆๆกันออกความคิดเห็น

ด้วยครับ







   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:nok
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 22/11/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

Block50/52  จากสิงคโปร์  ผมคาดว่าในอนาคตได้ติดธงไทยแน่ๆครับ

แต่ทางนั้นคงใช้จนช่ำมือเหมือนกับ รุ่นแรกที่มอบให้เราครับ

ถ้าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศยังดีไม่เปลี่ยนแปลงเราได้เห็นกันแน่นอนครับ

แต่คงจะไม่ใช่ภายใน 5 ปีนี้  อาจมากกว่านั้นเล็กน้อยครับ



ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:sensor
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 22/11/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

จากที่ผมอ่านบอร์ดมาผมอยากถามอีกมุมหนึ่งดูน่ะครับ  รู้สึกว่าเราจะมองว่าระบบ Data link นี่จะเน้นใช้กับ บ. อย่างเดียวเลยแต่ถ้าเป็นไปได้ผมว่าเราน่าจะมีระบบอาวุธปล่อยพื้นสู่อากาศ(ที่มีพิสัยยิงไกล)วางกำลังไว้ตามแนวชายแดนเมื่อมีสถานการณ์  โดยใช้เรดาร์ภาคพื้นซึ่งสามารถตรวจจับเข้าไปถึงในประเทศเพื่อนบ้านในการเฝ้าระวังร่วมกับ Saab340 ส่วน บ. น่าจะใช้ในการทำ Intercept หลังจากที่เครื่องฝั่งตรงข้ามเข้าใกล้เขตไทยมากกว่าน่ะครับ 



ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:Skyman
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 22/11/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

ตามเฮียนกนะครับ ย้ำไว้ ณ ตรงนี้ว่า แม้ส่วนตัวผมคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ในอนาคตทอ.สิงคโปร์อาจจะเสนอ F-16C/D ให้ทอ.ไทย แต่ในตอนนี้ มันยังไม่มีโครงการหรือแนวคิดนี้เกิดขึ้นครับ ย้ำอีกครั้งครับ มันยังไม่มีโครงการในช่วงเร็ว ๆ นี้ครับ ในอนาคตถ้ามันจะมาก็มาเอง ถ้าจะไม่มีก็ไม่มาครับ มันเป็นเหมือนโครงการของแถมเสียมากกว่าการที่จะไปคาดหวังว่าจะต้องได้แน่ ๆ เพราะมันมีปัจจุัยหลายอย่างที่ต้องพิจารณา ดังนั้นเราอย่าเพิ่งเอามาคิดดีที่สุดครับ

ส่วน Gripen มือสองของสวีเดน อันนั้นจะต่างออกไปเพราะเขาไม่ได้เสนอจะให้ใครแต่เป็นการที่เขาเสนอจะขาย ถ้าเราอยากได้ ก็ไปซื้อได้เลยครับ ความจริงผมสนับสนุนการจัดหา Gripen มือสองมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะชั่วโมงยังไม่เยอะ แล้วเมื่อเข้ารับการปรับปรุงแล้วก็แทบจะเหมือนใหม่ แต่ราคาไม่แพงมาก เพียงแต่ดูแล้ว ทอ.อยากได้ของใหม่มากกว่าครับ



ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:Skyman
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 22/11/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

Datalink ระหว่างเหล่าทัพนั้นเป็นไปได้แน่นอนและควรจะเป็นอย่างนั้นคครับ ผู้กำหนดมาตราฐานของ Datalink ระหว่างเหล่าทัพนั้นควรจะเป็นบก.กองทัพไทย แต่ตอนนี้ดูแล้วทอ.กับทร.เริ่มเซ็ตระบบ Datalink ของตนเองแล้ว ก็น่าห่วงว่าในอนาคตถ้ายังไม่มีการกำหนดมาตราฐานว่ากองทัพไทยจะใช้ Datalink อะไรเป็นตัวพูดคุยด้วยก็อาจจะทำให้แต่ละเหล่าคุยกันไม่ได้ครับ อาจจะจบตรงที่ว่า แต่ละเหล่ามี Datalink ในเหล่าที่สุดยอด แต่ถ้าจะคุยข้ามเหล่าก็ต้องใช้วิทยุธรมดา ตรงนี้ต้องระวังให้มากครับ



ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:giggok
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 23/11/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

เห็นด้วยครับ ที่เราจะซื้อกริฟเฟน มือ 2 จากสวีเดน  เพราะในงบ เฟต 2 เท่ากันแต่เราได้เครื่องบินมากกว่า เผลอ ๆ  อาจจะได้ครบฝูง และประเทศสวีเดนก็มีสัมพันธ์อันดีกลับเรามาตลอดไม่ว่าจะช่วงไหนของวัน... เอฟ-16 ของสิงคโปร์ผมว่าอย่าไปหวังมาก เพราะประเทศนี้เค้าหัวการค้า ให้อะไรก็ต้องหวังสิ่งตอบแทนจนคุ้มค่าอยู่แล้ว ไม่อยากให้เรารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณจนเราไม่อยากจะขุดคลองหรือทำอะไรเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจความมั่นคงของเราในอนาคต แต่ถ้าได้ของสวีเดนมาแล้ว ก็อยากให้ TAI ของเรา ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต ซ่อมเครื่องบินของ SAAB เป็นศูนย์กลางในภูมิภาคเอเซีย ด้วยก็จะดีมากๆ  ครับ เห็นรถยี่ห้อโปรตอนของมาเลฯ ทีไร มันได้แต่สะท้อนในใจ ทำไมเราได้ชื่อว่าเป็นดีทรอย์แห่งเอเซีย แต่ไม่มีรถแห่งชาติเป็นของตนเอง สงสัยต้องยกฉายานี้ให้จีน กับ มาเลฯ     








ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:Manthai
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 23/11/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

ขอกริพเพน สัก 2 ฝูงประจำที่อ่าวมะนาวครับ เดี่ยวออกตั้งช่วย*-*




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:pramoch
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 23/11/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

ประเด็นมันอยุ่ที่ เราจะต้องใช้ระบบเตือนภัย AEW ที่จัดหามาให้คุ้มค่าครับ

และตามที่คุณ skyman ว่าไว้เรื่องระบบ datalink ระหว่างเหล่าทัพ (รวมถึงที่ SAAB จะมาร่วมทุนทำเรื่องนี้กับ TAI) ที่จะทำให้ระบบข้อมูลเชื่อมโยงกันได้เสียก่อนด้วย

ดังนั้น การเลือก JAS-39 ไม่ว่ามือหนึ่งหรือมือสอง น่าจะเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของ ทอ. ครับ  ทั้งนี้ ภายใต้สมมติฐานที่ว่าเราคงไม่ถูกลุงแซมบีบคอหน้าเขียวเสียก่อน

 

 








ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:sam
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 23/11/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

คิดว่าเหตุผลที่เลือก jas-39 ก็เรื่องของแถมกับการถ่ายถอดเทคโนโลยีและการร่วมมือทางธุรกิจและผลตอบแทนทางอุตสาหกรรมครับ และในอนาคต jas-39 E/F ที่ติดเรดาร์ AESA กับเพิ่มตำบลติดอาวุธ เครื่องยนต์ที่ให้กำลังขับมากขึ้น ระบบป้องกันตัวทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็เป็นตัวเลือกที่ดีในอนาคต

ส่วน F-16 คงจะไม่มีการจัดหามือ 1 มาแน่นอนครับ จะ upgrade หรือซื้อ
 F-16 BLOCK 25 มาปรับปรุงใหม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง ก็ขึ้นอยู่กับกองทัพอากาศรัฐบาลไทยกับสหัฐว่าเขาจะให้ของแถมที่คุ้มราคาหรือไม่(แต่ไม่มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีแน่นอน เพราะรัฐธรรมนูญสหรัฐกำหนดไว้) แต่คิดว่า ทอ.จะให้ความสำคัญกับ jas -39 มากกว่า



ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:data
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 23/11/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

ระบบดาต้าลิ้งค์ ของ ทอ. กับ ทร. ถ้าเข้ากันได้ก็ดีครับ ที่ผมเป็นห่วงคือ ของ ทบ. ซึ่งเป็นหน่วยใหญ่ ที่ใช้ระบบอาวุธสหรัฐ เกือบ 100 เปอร์ซ็นต์ เต็ม อย่าง นปอ.  หรือ พล. ปตอ. นี่เขาต้องการความรวดเร็วในการสั่งการมากกว่าหน่วยอื่นๆอยู่แล้ว ลำพังสั่งการทาง วิทยุอย่างเดียวคงไม่ทันครับ อย่างอิริอาย ถ้า ระบบ มันลิ้งค์ ไป ยัง นปอ. หรือ พล.ปตอ. โดยตรง น่าจะมีประโยชน์กว่านาครับจะได้เตรียมตัวทัน

ส่วนเรื่องกริปเป้น อี/เอฟ นี่โครงการมันยังอยู่ในกระดาษไม่ใช่หรือครับ กว่าตัวจริงจะออกมาบินได้ ผมว่า ไทยเราคงนำ เอฟ-35 เข้าประจำการไปเรียบร้อยแล้วครับ เพราะ ทอ. วางแผนไว้แล้วว่าจะเอามันมาใช้งาน

ดังนั้นผมคิดว่าเครื่อง กริปเป้น ซี/ดี นี่น่าจะเป็นเครื่องบิน ที่ทันสมัยที่สุดของ ทอ.แล้ว ที่จะนำมาคั่นกลางระหว่าง เอฟ-16 กับ เอฟ-35 ครับ ส่วนจำนวนเครื่องบิน กริปเป้น ควรจะมีเท่าไร ครึ่งฝูง หรือ เต็มฝูง ก็แล้วแต่การตัดสินใจของ ทอ. ครับ




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:tao_kub
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 23/11/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

ผมคิดว่าน่าจะซื้อ jas-39 มือสองดีกว่านะครับ....ระบบอะไรต่างๆก็ไม่ได้แก้

มากครับ



ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:sam
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 23/11/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

่jas-39 DEMO(E/F) เพิ่งทำการบินทดสอบอยู่ครับ ไปดูใน youtube ไ้ด้รับ


ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:champ thai army
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 23/11/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

ส่วนตัวผมเห็นด้วยกับทุกท่านนะครับ เรื่องกรีเป้น มือสอง และระบบ ดาต้าลิงค์ แต่เรื่องF16 C/D BLOCK 50/52 ของสิงค์โปร์ ผมว่ายังห่างไกลความจริงมากเลยครับเพราะว่าเค้าเพิ่งซื้อมาแล้วตอนนี้ถึงแม้ว่าจะมีF15 SG แต่ว่าภัยคุกคามจากมาเลย์ก็ยังมีสูงอยู่ ดังนั้นตอนนี้และอนาคตอันไกล้ ผมคิดว่ายังไง สิงค์โปร์ก็ยังไม่ยกF16 ให้เราง่ายๆหรอกครับเพราะเดี๋ยวจะไม่พอรับมือกับ SU30 ยิ่งตอนนี้เห็นว่ามาเลย์กำลังสนใจล็อต2 อีก18 ลำอยู่ด้วย ผมคิดว่าสิงค์โปร์อาจจะได้จัดหาF15 เพื่มเติมอีกแน่ๆเลยเพื่อให้พอกับภัยคุกคามจากมาเลย์เซีย ดังนั้น F16 คงบินมาหาเรายากอยู่ครับตอนนี้

ส่วนเรื่อง Data Link ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ตอนนี้ก็ทราบกันดีอยู่ว่าเราไม่มีระบบต่อสู้อากาศยานระยะกลางและระยะไกลประจำการ ถ้าในอนาคตเราจัดซื้อระบบต่อสู้อากาศยาน ระยะกลางแล้วพัฒนาให้ใช้ระบบ Data Link ร่วมกัน3เหล่าทัพได้ จะดีไม่น้อยครับในการบูรณาการรบ เช่น Eryeyeจับเป้าอากาศยานศัตรูได้ แล้วส่งข้อมูลให้ Gripen แล้วถ่ายทอดข้อมูลให้กับ หน่วย ปตอ.ใช้จรวดต่อสู้อากาศยานระยะกลางสกัดเป้าหมาย มันก็จะเป็นตัวช่วยที่ทำให้เราเพื่มโอกาสชนะในการรบให้สูงขึ้นโดยการถ่ายทอดข้อมูลแบบReal time จะทำให้ทุกหน่วยสนับสนุนกันอย่างทันท่วงที แล้วถ้าเกิดท.ร.ใช้ระบบ Data Link ด้วยกันได้ ถ้าข้าศึกเข้ามาทางพื้นน้ำ หรือหลบหนีไปทางทะเล Eryeye ก็จะสามารถส่งข้อมูล ผ่าน ด้าต้าลิงค์ให้กับเรือรบ แล้วส่งข้อมูลให้กับGripen ในการเข้าสกัดกั้นได้ด้วย ถ้าเกิดเครื่องบินข้าศึกหลุด2ด่านเข้ามาได้ Eryeye ก็ยังสามารถส่งข้อมูลผ่าน Data Link ให้กับท.บ.ใช้จรวดต่อสู้อากาศยาน ยิงทำลายข้าศึกได้อีกชั้นนึง มันน่าจะเหมาะสมที่สุดนะครับถ้าเป็นแบบนี้ได้ ถึงไม้ Ereye จะใช้การไม่ได้ แต่เราก็ยังมีสถานีเรด้าร์ภาคพื้นในการถ่ายโอน Link ให้กับหน่วยรบได้ ถ้าเกิด กองทัพไทย ใช้ระบบData Link ร่วมกันได้จะเป็นอะไรที่สุดยอดมากเลยครับ เรื่องการสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญนะครับ




728X90_04
ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:xavious
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 23/11/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

จากที่อ่านมา ไม่ได้คิดโต้แย้งอะไรนะครับ เพียงแต่จะขอเสนอความคิดบ้าง

- เท่าที่อ่านหลายคนมองไปในอนาคตว่าเราจะมี F35 ซึ่งก็มองกันแน่นอนในเรื่องนั้น ก็เข้าใจว่ามันดีอย่างไรมันดีอย่างไร ประสิทธิภาพมันดีเพียงไหน
แต่ในทางปฏิบัติ มองว่าอีกนานกว่าที่ F35 จะมาอยู่ในกองทัพอากาศของเรา

ส่วนหนึ่งที่มองแบบนั้น เพราะ ณ เวลานี้ เค้ายังวิจัยกันไม่เสร็จเรียบร้อยเลย เท่าที่อ่านเหมือนยังลุ่มๆดอนๆ กันอยู่เลย ละประเทศที่เค้าร่วมในการวิจัยครั้งนี้ ก็เท่าที่คิดเองก็น่าจะเบื่อเหมือนกัน เงินก็ลงทุนไปเยอะมหาศาล แต่มันก็ยังไม่ดีไม่คุ้มกะเงินที่เสียไปเท่าไร แล้วมีทีท่าว่าจะต้องเพิ่มงบประมาณกันอีก และกว่าจะจัดสร้างก็ความน่าจะเป็น แพง แน่นอน กลัวว่าจะเกิน100ล้านต่อเครื่อง เพราะด้วยเทคโนโลยีหลายๆ อย่าง ด้วยองค์ประกอบหลายๆ อย่าง ละประเทศที่เค้าลงทุนไป การเข้าถึงของเทคโนโลยีอีก จะได้ซักกี่ลำ แม้ว่าจะมีการทำตัวเลขไว้ว่าถ้าสำเร็จจะขอซื้อในจำนวนเท่าที่ก็ตาม จะมีเงินซื้อกันไหมกับระบบเศรษฐกิจที่กำลังเริ่มกลับมาในขณะนี้ ละประเทศเราจะมีโอกาสมากน้อยขนาดไหนที่จะได้เทคโนโลยีของสหรัฐเค้า เท่าที่มองเราอาจจะไม่ได้เครื่องที่ดีอย่างประเทศที่เค้าลงทุนไปแน่เลย น่าจะตัดระบบอะไรออกไปหลายอย่างพอควร ถึงแม้ว่าบ้านเรากับ สหรัฐ จะเป็นพันธมิตรกันก็ตามที แต่อย่างที่ว่า ถ้าไม่มีเงินเค้าก็ไม่ค่อยมองเราเท่าไรเหมือนกัน(อันนี้ในมุมมองของผมนะ) เลยมองว่ามันอีกยาวไกล ถึงไกลมากที่เราจะมี

- ในระยะสั้น 5-10 ปี ก็น่าที่จะหาเครื่อง Jas-39 มือ2 มาใช้ก็เป็นการดี เพราะจะได้ประหยัดงบประมาณลงไปได้เยอะอาจจะได้หลายฝูงอย่างที่ท่านข้างบนกล่าว มีเยอะก็ดีต่อกรกับ SU ก็ยังได้ อุ่นใจหน่อย ละในเรื่องความเข้ากันได้ของระบบอีก เพราะจากที่ดูละคาดการ F5 ก็คงจะต้องปลดประจำการกันออกไป และเราจะหาเครื่องไหนมาทดแทนได้ พอที่จะสูสีกันกับมิตรประเทศรอบด้านที่เค้าจ้องมองเราอย่างเอาเป็นเอาตาย แม้ว่าจะไม่ทางตรง ก็ทางอ้อม ก็ตามที

- อย่างที่ท่านข้างบนว่าอีกเหมือนกัน อยากให้ TAI ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีในการสร้าง Jas39 เหมือนกัน และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปร่วมศึกษาวิทยาการนี้ด้วย เพื่อที่เราจะได้กระจายความรู้ในหลายๆ ด้านออกไป แม้ว่าจะไม่เกี่ยวกับเรื่องการบินโดยตรงก็ตามที แต่ก็น่าจะมีหลายอย่าง ที่อาจจะใช้ในเหล่าทัพอื่นได้ เป็นการศึกษาคู่ขนาดกันไป ไม่ใช่ว่า ให้กองทัพอากาศศึกษาเพียงทัพเดียว แล้วก็องค์ความรู้ก็อยู่กับเค้า ไม่ได้กระจายไปไหน ทัพอื่นก็เลยไม่รู้ ไม่เกิดการวิจัยร่วม เหมือนศึกษาซ้ำซ้อนกันอีก(ไม่ใช่ในเรื่องเครื่องนะครับ แต่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกันนะ)

อยากให้มีการเริ่มที่จะศึกษากันเรื่องนี้ เพราะขนาดปากิสถาน เค้ายังวิจัยร่วมกับจีนจนพัฒนา JF-17 ออกมาได้เลย แล้วทำไมเราจะไม่ทำ และอาจจะเป็นการเพิ่มความสามารถในการผลิตเหล็กของเราให้ดีขึ้นด้วย และอุตสาหกรรมหลายๆอย่างที่เกี่ยวข้องประกอบกันจนเป็นเครื่องบิน 1 ลำเราก็จะได้รับการพัฒนาตรงนี้ด้วย

และอยากให้เหล่าทัพอื่นก็ศึกษาละร่วมด้วยช่วยกันอย่างนี้บ้าง
โดยส่วนตัวชอบระบบการทำงานของ ทร. ดี เพราะมองว่าเค้ามีแบบแผนที่วางไว้ว่าจะทำอะไรอย่างไง ควรทำอะไรไม่ควรทำอะไร แต่ไม่ใช่ว่าเหล่าทัพอื่นไม่ดีนะ แค่ชอบเป็นการส่วนตัวเฉยๆ

- ส่วนเรื่องรถอย่างโปรตอน เช่นกันครับเห็นแล้วช้ำใจ ไม่ใช่ว่าเราไม่เคยนะครับที่จะมีรถที่สามารถเรียกได้ว่า ผลิตในประเทศไทยเลย เราเคยมีนะเท่าที่จำได้ 2-3 รุ่นแล้ว แต่เหมือนกับว่า ไม่มีการสนับสนุนเท่าที่ควรทั้งจากทางภาครัฐและประชาชนเท่าที่ควร เลยไม่เกิดซักที รถแห่งชาติไทยของเรา

สุดท้าย ผิดพลาดประการใดต้องขอโทษด้วย เพราะเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว มีอะไรติได้ครับ



ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:ท้าวทองไหล
   คะแนน:2
  โพสวันที่ 24/11/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

เมื่อวันที่มีงานแสดงอาวุธที่เมืองทองธานี...บริษัท ล็อคฮีตมาร์ติน เขาทำใจแล้วครับว่าไม่ได้ขายเครื่องบินและอะไหล่รุ่น C/D Block 50/52 แน่นอน...แต่หวังรออีก ๑๐ ปีจะขาย F-35 ให้ ทอ.ไทยครับ....

...๑๑ มกราคมนี้ ยื่นเรื่อง ๖ ตัวหลังแน่นอนเสี่ยโย...เตรียมโอนเงินค่าคอมให้ผมด้วย....พร้อมกับ ฮ.S-92 อีกระลอก......

..๙๐ % จะยังคง F-5 E 211 ไว้อีกอย่างน้อย ๑๐ ปี ซึ่งก็ลงตัวกับโครงการปรับปรุง MLU F-16 หลังจาก Gripen ฝูงแรกเริ่มเข้าประจำการในปี ๕๔ ไปแล้ว....อาจจะต้องหวังพึ่งเทคโนโลยีจากสวีเดน...

...เชื่อครับว่า...เพื่อให้การส่งบำรุงเป็นไปด้วยความคล่องตัว...จะมี F-16 X 3SQDN , GRIPEN 39 X 2 SQDN ในอนาคต....ซึ่งระยะต่อไปจะเปลี่ยนเป็น F-35 และ Gripen 39 NG




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:FT
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 24/11/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

F-16 X 3SQDN , GRIPEN 39 X 2 SQDN ในอนาคต....ซึ่งระยะต่อไปจะเปลี่ยนเป็น F-35 และ Gripen 39 NG

ตามที่ท่านท้าวกล่าวมา ผมอยากให้เป็น Road map ที่วางเอาให้ชัดเจน รัฐบาลไหนมาก็ไม่ต้องไปล้ม ไปแตะ โครงการจะได้สำเร็จ

ทุกวันนี้โดยมาพอรัฐบาลใหม่มา อะไรที่ไม่ใช่ project ของตัวเองก็จะล้มไปซะหมด นับหนึ่งใหม่ตลอด ทำให้ทุกอย่างช้าไปหมด




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:giggok
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 24/11/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

นอกเรื่องครับ เสริมนิดนึงครับเรื่องรถโปรตอน นี้ รบ. มาเลฯ ให้การส่งเสริมและสนับสนุนเต็มที่ครับ แต่ในเมืองไทย ให้เอกชนหาทางรอดกันเอาเอง ซึ่งเอกชนไทยเก่งครับที่หาเอาตัวรอดด้วยตนเองมาตลอดครับ ถ้าเป็นที่อื่นคงธุรกิจคงล้มหายตายจากไปหมดแล้ว ถ้าจำไม่ผิด ยนตรกิจ ไทยรุ่ง เคยผลิตรถเองครับ แต่เครื่องยนต์ต้องจัดหาเอาจากต่างชาติ ซึ่งก็ไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐเท่าที่ควร สุดท้ายโครงการก็ล้ม เพื่อรักษาธุรกิจหลักอื่นของบริษัทไว้ ทำรถเองทุนไม่ถึงเจ็บตัวเยอะครับ แต่ผมชื่นชม รบ. ชุดหนึ่ง (อันนี้ไม่ได้สนับสนุนหรือเป็นพวกอะไรกับชุดนั้นน่ะครับ) ที่มีแนวคิดกบกระโดด จะซื้อค่ายรถยนต์จากเชคฯ มาผลิตเป็นรถยนต์แห่งชาติของตนเอง น่าเสียดายแค่คิดก็โดนด่า เมืองไทยเราเป็นซะอย่างนี้ ประเทศจะเจริญก็จะมีคนมาถ่วงความเจริญ มันเป็นอย่างนี้อยู่ร่ำไปมาตั้งแต่ในอดีต เฮ้อ..เห็นแล้วเหนื่อยแทนประเทศไทยครับ ซื้อคนอื่นเค้าใช้ไปอย่างเดิมน่ะดีแล้ว มันไม่ใช้สมองดี

- แต่ผมก็ยังสนับสนุนแนวคิดการซื้อกริฟเฟนซี/ดี มือสอง ครับและควรซื้อให้มากกว่า ซู 30 มาเลฯ สัก 2 ฝูง อัตรา 3 ฝูงต่อ 1 ฝูง แถม บ. อีรี่อาย Data Link อีก ซู ก็ซู เถอะ ผมว่าไม่รอด

- ในเมื่อเรามี TAI ก็ควรให้ TAI ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีในการผลิต และการซ่อมแซม กริฟเฟน ได้ด้วยตนเอง จากสวีเดน เหมือนที่เกาหลีใต้ได้รับ ในการผลิต f-5 และ f-16 เกาหลี จากสหรัฐ ครับ 

- ยุทธศาสตร์ของกองทัพไทย น่าจะทำคล้ายๆ กับกองทัพสวีเดนครับในการพัฒนาเทคโนโลยีเป็นของตนเอง ลดการพึ่งพาต่างชาติ หรือ ถ้าพึ่งต้องพึ่งให้น้อยที่สุด ในสิ่งเราทำไม่ได้หรือไม่มี ถ้าเราจะมีความสัมพันธ์กับประเทศทางยุโรป ผมว่าประเทศสวีเดนน่าคบที่สุดครับ ไม่เอาเปรียบเพื่อน ถ้าซื้อของๆเค้า เค้าก็จะเข้ามาลงทุนและเข้ามาพัฒนาประเทศของเราด้วย ไม่ใช่ในด้านอาวุธอย่างเดียวยังให้การศึกษาคนของเราด้วย เพื่อไปต่อยอดได้อีก

- ผมว่า f-35 เราคงรออีกนาน คนจองเพียบ คนลงทุนยังไม่ได้เครื่อง คนอื่นคงได้แต่รอ ราคาคงไม่ต้องคิดอาจเกินเอื้อมถ้าเศรษฐกิจของเรายังเป็นอย่างนี้  

    




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:yaiterday
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 24/11/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

สำหรับผม การนโยบายเรื่องการจัดหายุทโธปกรณ์ ไม่ควรพึ่งพาหรือผูกติดกับชาติอื่นครับ ซื้อดีกว่าจะรอ เราไม่รวยแต่ก็ไม่ขาดจนไม่มี



ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:Puriku
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 24/11/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

พัฒนาร่วมกับชาติอื่นนี่แหล่ะ น่าจะเป็นทางออกที่เหมาะกับเราที่สุดแล้ว ไม่ต้องมองแบบก้าวกระโดดถึงของใหญ่ๆอย่างเครื่องบินหรอก เอาของดาดๆพื้นๆก่อนดีกว่าครับ

ส่วนเรื่องF-16c/d โดยส่วนตัวไม่คิดว่ามีโอกาสติดธงชาติไทยครบฝูงแน่่ๆ แต่อาจจะมาแบบเป็นสินน้ำใจเล็กๆน้อยๆแทน เพราะกว่าสิงคโปร์จะหมดความจำเป็นต้องใช้บล๊อค 50/52 เจ้า F-35 ก็คงออกมาแล้วถ้าเราจะเอา F-35 ด้วยผมมองว่าระยะเวลาที่จะเอามาขัดตาทัพมันสั้นเกินไปที่จะลงทุน



ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:aezy
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 25/11/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

SQDN  แปลว่าฝูงบินใช่รึเปล่าครับ



ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:u3616234
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 25/11/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

ไม่อยากขัดความฝันของ ทอ เรื่อง F35 แต่ ให้มันเข้าประจำการก่อนแล้วค่อยฝันเถอะ ตอนนี้โครงการF35 เร็วสุดจะประจำการ ปี 2012 ช้าสุดที่ปีั 2016  

และ ต้องผลิตป้อนให้ 9 ชาติที่เข้าร่วมพัฒนาก่อน ชาติสุดท้ายที่จะได้รับF35 ใน 9ชาติ คือ SG เพื่อนบ้านเรา (เพราะ ระดับกาีรเข้าร่วมต่ำสุดและัใส่เิงินน้อยสุด)

9ชาติ เครื่องบิน ที่ต้องผลิด 3100 เครื่อง (พระเจ้าจ๊อด มันเยอะมาก)

ผลิต ปีละ 100 เครื่องใช้เวลา 31ปี ^^ 

ราคา ตอนนี้ เครื่องเปล่า ๆ ไม่มีอะไรเลย 60ล้านยูเอส ถ้าแต่งครบพร้อมประกันห้างซัดไป 120ล้าน

ถ้าตามแผนของ ทอ คือ เอามาแทน F16 เอาแบบ ครบตามจำนวน 3ฝูง 
(ฝูงละ 18ลำ) คูณ เล่น ๆ .. 3ฝูง*18เครื่อง*60 USD *35อัตราแลกเปลี่ยน
ประมาณ 113400ล้านบาท  (จะมีเงินจ่ายไหมเนี่ย ..นี่คิดแค่ เอาเครื่องบินเปล่า ๆ ไม่มีอาวุธ ไม่ระบบSupport นะเนี่ย)

อันข้่างบนนี่คิดว่า เมกา มันยอมขายให้ด้วยนะเออ ถ้าขายแบบ Semi stealth ไม่รู้ว่า ทอ จะ happy หรือเปล่า





ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:pramoch
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 25/11/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

ในช่วงปี 2555-2565 เรื่อง F-35 ของไทยก็ลืมไปได้เลยครับ เพราะคิวผลิตคงไม่มีให้แน่ๆ เท่าที่ทราบอิสราเอลจองล๊อตแรกไปแล้ว 75 ลำ ตามด้วยประเทศที่เอาแน่ เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ เดนมาร์ค เนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ เบลเยี่ยม อีกรวมกันไม่น่าจะต่ำกว่า 200 ลำ  นี่ยังไม่รวมถึง ญี่ปุ่น สิงคโปร ไต้หวัน และกลุ่มอาหรับที่เงินเยอะและเป็นพันธมิตรกับสหรัฐนะครับ เช่น ซาอุ บาร์เรน คูเวต การ์ต้า ยูเออี ก็น่าจะมียอดจองซื้อรวมกันราว 200 ลำเช่นกัน  ส่วนสหรัฐเองก็น่าจะมียอดสั่งซื้อไม่น่าจะต่ำกว่า 200 ลำแน่

รวมคร่าว ก็เกือบ 700 ลำเข้าไปแล้ว คงใช้เวลา 20-30 ปีกว่าจะผลิตและส่งมอบได้หมด

ส่วนไทยกว่า F-16 จะปลดหมดก็ราวปี 2572-2580  ก็น่าจะยังพอมีเวลาตัดสินใจว่าจะเอา F-35 หรือ ต่อยอด JAS-39 ดี  แต่ที่แน่ๆ คือ หากมีการปลด F-5 E/F ฝูงที่สองภายในปี 2560 นี้ คงต้องหาอะไรมาอุดช่องว่าไปก่อน เช่น F-16 ADF สัก 1 ฝูง หรือ JAS-39 มือสองอีกราว 12 ลำประมาณนั้น








ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:เด็กทะเล
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 25/11/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

คุณpramoch พูดมาเป็นไปได้ครับ เพราะประเทศเหล่านี้บางประเทศได้ร่วมลงทุนในโครงการซึ่งจะเป็นประเทศต้นๆที่จะได้รับมอบ F-35 ก่อน และอีกหลายประเทศที่ยืนยันแน่นอนว่าต้องเป็น F-35 ถ้าผลิตจริงก็คงสั่งซื้อเลยซึ่งถึงเวลานั้นเราอาจจะมีขั้นตอนที่หลายขั้นตอนและงบประมาณที่ยังไม่ทราบว่าจะเป้นเช่นไรในอนาคต การที่จะหาเครื่องบินอื่นมาขั้นระหว่างการรอจัดหา F-35 จึงน่าจะมีเปอร์เซ็นต์สูง จะเป็นมือหนึ่งหรือมือสองก็ตาม แต่ในส่วนตัวคิดว่า F-16ADF คงจะไม่เหมาะที่จะจัดหามาขั้นกลางช่วงนี้ เพราะน่าจะเริ่มล้าสมัยไปแล้ว ถ้าเป็น F-16C/D หรือ JAS-39 นั้นน่าจะเหมาะสมครับ 


ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:xavious
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 25/11/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

จากที่อ่านมาคาดว่า ถ้าเราปลด F5 ฝูงที่2 ตามที่ท่าน pramoch ได้กล่าว ก็น่าจะปี 2560 ประมาณนั้น

และในช่วงต่อจากนี้ คาดว่าปีหน้า ทอ. ก็คงจะเริ่มที่จะไปศึกษา ทั้งในด้านการฝึกบิน การเข้าถึงระบบ การออกแบบโครงสร้างเครื่องบินต่างๆ ในเวลาอีก 8ปี ที่เหลือนี้ เราน่าจะสามารถพอที่จะผลิตเครื่องบินเองได้หรือยัง อยากให้ลองมองกลับไปในตรงจุดนี้ด้วย แต่ก็เข้าใจว่า มันมีหลายส่วนที่เกี่ยวข้องกันเยอะ ในการสร้างเครื่องบิน 1ลำ จริงๆ แล้วเราก็ทำแบบชาติอื่นเค้าก็ได้คือ ทำในส่วนที่เราทำได้ ที่เหลือเราก็ซื้อเข้ามาประกอบ ในส่วนที่ซื้อถ้าให้ดีเราก็ศึกษาไปพลางๆ ด้วยก็ดี จะได้ทำได้ไม่ต้องง้อคนอื่นมากนัก เป็นการพึ่งพาตนเองอย่างพอเพียงอีกต่างหากด้วย

ก็ไม่ได้อยากว่าบ้านเราอะไรมากถ้าเราไม่สนับสนุนกันเองแล้วใครจะมาสนับสนุนเรา และอย่างปากีสถาน ไงครับท่านทั้งหลาย เค้าร่วมมือกับจีน จนเค้าสามารถผลิตเครื่องออกมาได้เองแล้ว เราก็น่าจะทำแบบนั้น เป็นการเริ่มต้นที่ดี และอีกอย่างถ้าเราเก่งมีความสามารถเยอะขึ้น เราก็ต่อยอดเทคโนโลยีนี้ต่อไป ซึ่งถ้าการต่อยอด เราก็คงต้องเพิ่มในเรื่องของระบบอาวุธเข้าไปอีกเยอะพอควร เพราะมีของเล่นมาให้อีกเยอะในอนาคต และระบบการเติมน้ำมันกลางอากาศ (ตรงนี้ไม่รู้ว่า บ.กริฟเฟน เค้ามีอยู่แล้วหรือเปล่า เลยไม่แน่ใจ)

ส่วนต่อมาก็อาจจะสร้างแบบ 2 เครื่อง คาดเล่นเฉยๆ ว่า อาจจะคล้ายๆ กับ ราฟาเอล ก็ได้นะ จากภาพรวมคล้ายกันดี ซึ่งก็จะสามารถ ส่งต่อให้กับ ทร. เอาไว้ใช้งานได้อีกด้วย เป็นอะไรที่คุ้นค่ามาก ในการลงทุนเพียงครั้งเดียวแต่ได้ผลออกมาเยอะกว่าที่คาดไว้

ส่วนต่อมาก็ต้องหาสถานที่สร้างโรงงานว่าจะตั้งที่ไหน อย่างไร

ในเรื่องการขายส่งออก คงมองในกรณีหลัง เพราะไงเสียก็ต้องสร้างความมั่นใจในประเทศให้ได้ก่อนที่เราจะทำอะไร เพราะถ้าประเทศที่ผลิตไม่ซื้อไว้ใช้เองแล้วใครจะมากล้าที่จะซื้อไปใช้งานได้ อีกอย่างสร้างในประเทศได้ราคาก็น่าจะถูกลง สร้างงานสร้างรายได้ให้กับประขากรในประเทศได้อีกเยอะ

ก็ขอจบกานเสนอความคิดแค่นี้ ติชมได้ขอรับ ผิดถูกประการใด ขออภัยด้วย เนื่องจากความรู้ของกระผมยังน้อยนิด คงได้แค่คิดแบบเด็กๆเพียงเท่านั้น




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:data
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 27/11/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

ลองมองไปข้างหน้าบ้านนาครับ

ประมาณว่าอีก10ปีข้างหน้าเครื่อง ซู-47 เคอร์คูตร์  ของรัสเซีย คาดว่าจะเริ่มเข้าประจำการใน ทอ.รัสเซีย  (เครื่องบินเริ่มโครงการปี 2007 และเริ่มพัฒนาจริงจังในปี2009 ปีนี้เหละ) ขณะที่ เครื่อง เอฟ-35 เอ/บี/ซี  จะเริ่มเข้าสู่สายการผลิตในปีนี้เหมือนกัน (ข่าวว่าพัฒนาเสร็จแล้วทั้งๆที่เรื่มโครงการตั้งแต่10ปีที่แล้ว) ดังนั้นในอนาคต นอกจาก เอฟ-35 จะป็นเครื่องบินยุค5 ที่จะเป็นเครื่องบิน มาตราฐานของ ทอ.นาโตแล้ว คาดว่าหลังจาก นั้นไม่นาน เครื่อง ซู-47 ก็นน่าจะเป็นเครื่องบินยุค5 ที่จะแพร่หลายในหมู่ประเทศฟากอดีตคอมมิวนิสต์เหมือนกันครับ  (คาดว่ารัสเซียคงไม่หวงเทคโนโลยี่เหมือนสหรัฐ ที่ไม่ยอมขายเครื่อง เอฟ-22 หรอกครับ ผมว่าเขาคงจะทำเครื่องซู-47 รุ่นส่งออกเอามาขายแข่งกับเอฟ-35แน่ๆ เพื่อถอนทุนคืนไงครับ)

ปัญหาคือในอีก15-20 ปี ข้างหน้าเครื่องบินยุค 4.5 ทั้งหลายที่ลงทุนพัฒนาเป็นจำนวนเงินมหาศาล ทั้ง  ยูโรไฟเตอร์ ไทฟูน   ราฟาล  เจ-10 เตจาส หรือแม้แต่ กริเป้น เอ็นจี   ก็จะเริ่มหมดคุณค่าในการสู้รบในฐานะเครื่องบินรบชั้นแนวหน้าของโลกนาครับ เมื่อเทียบกับเครื่องบินยุค5 ดีไม่ดีอาจจะถูกปลดประจำการไปเลยก่อนอายุการใช้งานของเครื่องบินจะครบ ด้วยซ้ำ ดังนั้นก็ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมบริษัทที่สร้างเครื่องบินเหล่านี้จะยอมเปิดเผยเทคโนโลยี่ให้ผู้ซื้อได้ง่ายๆ (ทั้งๆที่เมื่อก่อนนั้นหวงนักหวงหนา) ผู้สร้างเครื่องบินบางบริษัทใจป้ำขายเทคโนโลยี่ให้ถึงขั้นเกือบจะขายยกโรงงานกันเลย (จีน กับ อินเดีย เป็นต้น) ส่วนไทยเรานั้นได้ ซอสโค้ค เครื่องบินกรีเป้นแถม มาด้วย ผมว่ามันก้ดีครับ ได้ความรู้เหมือนกันแต่ถ้าเทียบกับเทคโนโลยี่ของเครื่องบิน ยุค5 แล้วมันก็แทบจะไม่ช่วยอะไรเลย เมื่อเทียบกับ สิงคโปร์ ที่เขาลงขันกับโครงการเครื่องบิน ยุค5 ของ เอฟ-35 นาครับ

ปัญหาคือข้างบนบอกว่าในอนาคตเราจะมี กริเป้น เอ็นจี + เอฟ35 เป็นเครื่องบินหลักของ ทอ. ในอนาคต ผมว่าเรามาลองทบทวนกันหน่อยดีไหมครับ ตัว เอฟ-35 น่ะดีอยู่แล้วแต่เราจะเอา เจ้ากริเป้น เอ็นจี มาทำไมอีกล่ะครับ มันหมดยุค แล้วนาครับ ถ้าเอา เอฟ-35 กับ เอฟ-18 อี/เอฟ  อย่างออสเตรเลีย นี่ผมว่า น่าจะดูไม่ค่อยขี้เหร่เท่าไหร่นาครับ เพราะ เอฟ-18อี/เอฟ นี่ก็มีภาคตัดขวางเรด้าร์ต่ำอยู่เหมือนกันเมื่อเทียบกับขนาดตัวถังของมันน่ะครับ

 




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:u3616234
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 27/11/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

ตามที่คุณ data พูดมาก้อมีเหตุผล

แต่ SG ลงขันF35 ในฐานะ ผู้สังเกตุการณ์  อย่างดี ไม่ได้ อะไร นอกจาก ได้ ขี่ f35 ก่อนใคร ใน อาเซียน

คุณคิดว่า เครื่องยุค 4.5 จะ ปล่อยให้ตายหรือ 
ไม่มีทางครับ เทคโนโลยี มันเดิน เรื่อย ๆ
เซมิคอนดักเตอร์ขนาดเล็กลง กินไฟน้อยลง แต่ ทำงานได้มากขึ้น
เครื่องบิน 4.5 อาจจะใช้ เรด้า รุ่นใหม่ที่จับ เครืองยุค 5 ได้ดีขึ้น

จรวดSAM สามารถทำงานได้ดีขึ้น

แต่.... ผมกลับมองว่า ยุค5 ไม่น่าจะอยู่นาน เพราะ เมกาเริ่มทำโครงการ ยุค6 แล้ว (อารายฟระ 4.5ยังไม่มาเลย ทำ 6แล้ว) 
เป็น เครื่อง ยุค5 ที่ ไม่ต้องใช้นักบิน ขนาดเล็ก  นี่ซิ น่ากลัวจริง เพราะ ด้วยควาที่เป็นเครื่องยุค5 แต่เล็กลงเพราะ ไม่ต้อง แบกนักบิน ทำให้ RCS เล็กลงไปอีก 



magento_728x90
ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:data
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 30/11/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

เครื่องบินยุค 5  หรือ steath นั้นหลักใหญ่ๆของมันอยู่ที่การออกแบบให้เป็นเครื่องบินที่มีภาคตัดขวางเรด้าห์ต่ำสุ่ด และอีกอย่างคือการเคลือบลำตัวด้วยวัสดุที่สามารถดูดคลื่นเรด้าห์ออกไป นาครับ    ปกติจะออกแบบให้มีลักษณะเป็นเครื่องบินไร้หาง  หรือไม่ก็รูปแบบหางเป็นรูปตัววี  หรือไม่ก็เป็นหางดิ่งคู๋แต่ต้องเอียงให้มีลักษณะเป็นตัววีครับ ถึงจะสามารถลดการตรวจจับของเรด้าห์ได้

เมือเทียบเครื่องบินทิ้งระเบิดสองแบบ ระหว่าง บี 52  กับ บี 2 จะเห็นความแตกต่างชัดเจนครับ ตัว ที่มีหางเดี่ยวสูงเท่าตึกสี่ชั้นกับตัวที่ไม่มีหางเลย  จนทำใตวที่มีหางสูงๆต้องปลดประจำการจากกองบินยุทธศาสตร์ มาประจำการในกองบินยุทธวิธี คอยไล่ล่า ผู้ก่อการร้าย ในอาฟกันตอนนี้ไงครับ

ปกติเครื่องบินเก่าๆถ้าจะอัฟเกรดให้มีความอยู่รอดในสงครามนั้นก็ต้องดูด้วยนาครับว่ามันมีคักยภาพในการอัปเกรดหรือเปล่า อย่างเครื่องบิน ยุค 3 ทั้งเอฟ 5 อี และ มิก 21 นั้นทั้งอิหร่าน และอินเดีย นั้นเขาก็กำลังพัฒนาให้เป็น เครื่องบินที่เรด้าห์จับได้ยากขึ้นอยู่แล้วครับ ไม่ว่าจเป็นการเปลื่ยนพวงหางเป็นตัววี หรือการปรับท่อรับอากาศเข้าใหม่ รวมทั้งการเคลือบลำตัวด้วย วัสดุที่ดุดซับเรด้าห์ได้ดี  ซึ่งมันก้คล้ายๆกับที่ โบอิ้งพัฒนา เอฟ 15 เป็น เอฟ 15 เอสอี   และ เอฟ  18 เอ/บี/ซี/ดี  เป็น เอฟ  18 อี/เอฟ แหละครับ

ซึ่งในโลกนี้ เท่าที่ทราบ มีแต่ โบอิ้ง  ล็อคฮีต  นอร์ธรอป   เท่านั้นที่มีเทคโนโลยี่ทางด้านนี้อยู่และสร้างเครื่องบินขายให้กองทัพสหรัฐอยู่ในปัจจุบัน  ส่วนในรัสเซีย คือ ซูฮอย  และมิโกยัน  ครับ ส่วนประเทศอื่นๆ ที่มีข่าวว่ากำลังสร้างเครื่องบินยุคห้า นี้ คือ อินเดีย จีน ญี่ปุน เกาหลีใต้ อิหร่าน และประเทศกลุ่มนาโต้ที่เข้าร่วมโครงการ เจเอสเอฟ  หรือ เอฟ 35 ที่เรารู้จักกันดีครับ

ที่สำคัญคือ ประเทศ รอบบ้านเราเขาซื้อเครื่องบินจากผู้ผลิตเหล่านี้ทั้งนั้นดังนั้นโอกาสอัปเกรดเครื่องบิน ยุค4.5ให้ทัดเทียมยุคห้าจึงมีอยู่สูงครับส่วนของเราไม่ได้ซื้อเครื่องบินจากผู้ผลิตด้านบนด้งนั้นผมจึงเป็นห่วงไงครับ




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:xavious
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 30/11/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

ไม่ได้คิดเข้ามาป่วนอะไรนะครับ แต่ลองมองอีกมุม จะพอมีน้ำมัน JP-1 ให้เผากันซักเท่าไรต่อไปในอนาคต ท้ายสุดแล้วทั่วโลกก็คงต้องสร้างนวัตกรรมใหม่ขึ้นมาเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันลงไป เพราะอนาคตมันอาจจะเหลือน้อยแล้ว จะเกิดการแย่งกันเกิดขึ้นก็ได้ มันมีหลายปัจจัยมาก ที่เราต้องมอง สุึดท้ายก็คือทำอะไรคิดอะไรก้ได้ที่ประหยัด น่าจะเป็นการดีที่สุด

ขอบคุณครับ



ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:pramoch
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 1/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

ที่จริง บ.รบ ยุคที่ 5 เป็นแนวคิดที่จริงแท้แน่นอนสำหรับอนาคตครับ
แต่กับบ้านเรายังน่าสงสัยอยู่ว่าเราจะตามเขาทันไหมเนื่องจาก บ. รบยุคที่ 5 นี้
ค่าตัวไม่ธรรมดาทีเดียว ซึ่งเชื่อว่าฐานะเศรษฐกิจอย่างเราในยามนี้คงยากที่จะจัดหามาได้ง่ายๆ  เอาแค่ได้ บ.รบยุค 4.5 + การวิจัยระบบ data link ร่วมกับ Saab พร้อมทั้งเครื่องระบบป้องกันป้องกันประเทศทั้งทัพบก เรือ อากาศ ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ก็ถือว่าหรูแล้วครับ  และอย่าลืมว่าเราเน้นเรื่องยุทธศาสตร์การป้องกันตนเองเป็นหลักนะครับ ไม่ได้จะล่องหนไปบุกใครเขาก่อน  ดังนั้น เรื่อง บ.steath สำหรับเราในยามนี้นับว่าห่างไกลมาก แต่ถ้าในอนาคตจำเป็นต้องจัดหาจริงๆ คงต้องวางแผนแบบระยะยาวมากๆ และต้องเริ่มเก็บสะสมเงิน งปม. สำหรับจัดซื้อไว้แต่เนิ่นๆ ด้วยด้วย








ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:makropolo
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 2/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

สนับสนุนความเห็นคุณ นกนะครับ เอฟ 16 สิงคโปร์น่ะ คุณนกว่าของตายได้แน่(ทหารสิงคโปร์ ที่ค่ายไทรโยก จ.กาญฯ อ่านเขียนไทยได้หลายนายนะครับ ระวังด้วย)ส่วนเรื่อง ดีทรอยแห่งเอเซียไม่มีใครแซงไทยหรอกครับ (ยกเว้นจีน อินเดีย)เพราะที่เราได้ชื่อนี้มาเพราะสถิติการผลิตตลอดจนการขายตางหาก ผมสนับสนุนรถโปรตอน(รุ่น ซาก้า)เพราะมันใช้เครื่องที่ผลิตจากโรงงานที่บางพลี สมุทรปราการ มีเครื่องยนต์ไทยผลิตเองก็มีครับ  บ.เอวี โมโตรีเอจี จก.ครับ เป็นบ.ที่อิตาลีมาลงทุน ส่วนระบบดาต้าลิงค์ ทบ.มีมานานครับ ไอ้ ซีสแควสามไอน่ะ เพียงแต่ไม่พูดเท่านั้น มีเซ็นเตอร์พอท แถวๆสะพานแดงนี่เอง






ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ

     

   ชื่อ:makropolo
   คะแนน:1
  โพสวันที่ 2/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

แก้ไขครับ บ.วีเอ็ม โมโตรี เอจี ครับ เคยออกแบบผลิตรถปิคอัพ ยี่ห้อ วีเอ็มจี ขายด้วยหน้าตาเหมือน ดรากอน ขอบคุณ


ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top
   ข้อมูลผู้ตอบ



   ชื่อ:giggok
   คะแนน:0
  โพสวันที่ 9/12/2552
   แก้ไขโปรไฟล์

หัวข้อ :ลองทฤษฎีใหม่ในการซื้อ บ.ขับไล่ไหมครับ ขอความคิดเห็นครับ

ผมเคารพความคิดเห็นของคุณมาโคโปครับ และเห็นด้วยกับความคิดเห็นของคุณมาโคฯ บางส่วนครับ แต่ไม่ได้คิดเกรียนกับคุณมาโคฯ แต่อย่างใดน่ะครับ แต่ผมคิดว่าไทยในตอนนี้ไม่เหมาะกับฉายาดีทรอย์แห่งเอเซียแล้วครับ เพราะเราเป็นแค่ผู้รับจ้างผลิต หรือ ลูกจ้าง ผลิต จริงอยู่ยอดการผลิตมันเยอะจริง แต่รับก็รับอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดพิษหรือบางอย่างที่ญี่ปุ่น เค้าก็ไม่ให้มีอุตสาหกรรมแบบนี้ในประเทศของเค้าแล้ว แต่ของเรากลับไม่คัดกรอง ซึ่งผมคิดว่าเข้ามาเยอะแล้วโดยที่เราก็ไม่รู้ จนมีเรื่องที่ระยอง ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ในบ้านเรา สามารถผลิตรถไฮบริดได้ในบ้านเรา ผมกับไม่ได้รู้สึกภูมิใจอะไรเลยที่บ้านเรามีรถไฮบริดเกิดขึ้นได้ แต่กลับภูมิใจที่เห็นอาจารย์ท่านหนึ่งของเราที่เคยอยู่นาซ่า ผลิตเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำ สกัดเอาแต่ไฮโดเจนมาใช้เป็นพลังงานขับเคลื่อน แม้ตัวรถจะเป็นของญี่ปุ่นก็ตาม ผมถึงคิดว่าน่าจะยกตำแหน่งนี้ให้จีน มาเลฯ แต่เห็นด้วยครับที่จะต้องเพิ่มอินเดีย เข้าไปอีกประเทศ ทำไมถึงให้มาเลฯ ด้วยก็เพราะมาเลฯ ผลิตรถเองได้ แม้ว่าบางส่วนอาจต้องพึ่งอิตาลี แต่เค้าก็พยายามที่จะทำ ซึ่งประเทศเค้าก็ไม่มีรถเป็นของตัวเองเพียงยี่ห้อเดียวแต่ยังมีอีกหลายยี่ห้อ ผมจึงคิดว่าเค้าต้องเกิดครับ และก็เพิ่งเห็นข่าวครับว่า จีน เป็นประเทศที่สาม ที่สามารถผลิตรถยนต์ได้เกิน 10 ล้านในหนึ่งปี ต่อจากสหรัฐ และญี่ปุ่น ผมว่าน่าทึ่งมากๆ ครับ ทั้งที่เราในอดีตเป็นประเทศผู้ผลิตรถยนต์ได้ก่อนใครในเอเซีย (สมัย ร.5) แต่เรากลับล้าหลังอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่รู้เพราะใคร .... ถ้าเราจะเริ่มผลิตเทคโนโลยีอย่างง่ายๆ และเห็นผลได้ดีเชิงธุรกิจเป็นจำนวนมาก ผมว่า รถนี่แหละที่เราควรจะเริ่มพัฒนากันเองได้บ้างแล้ว เอาเฉพาะตัวถังก่อนก็ได้ เครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ก็จัดหาเอาจากชาติอื่นก็ได้ไม่ว่ากัน ไม่ใช่มีแต่ สามล้อ  รถไถนา มอเตอร์ไซต์ เชิงธุรกิจที่เราผลิตเองจริง ๆ ได้ครับ ส่วนเครื่องบินผมไม่หวังครับ F35 F16 สิงคโปร์ เพราะกว่าจะได้มาคนอื่นก็คงใช้จนเพลินและตกรุ่นแล้ว หวังอย่างเดียวครับ กริฟเฟน จะมือหนึ่ง หรือสองก็ได้ พร้อมถ่ายทอดเทคโนฯ การผลิต แค่นี้ก็ โอเคครับ  




ผู้ดูแลระบบ : ให้คะแนน ลบคะแนน ลบ แก้ไข | ผู้ใช้งานทั่วไป : แจ้งลบคำตอบ แก้ไข   Top





ตอบกระทู้